BANGKOK DESIGN WEEK 2026, 29 JAN–8 FEB

ชมนิทรรศการ ฟังทอล์ก และเช็กอินแลนด์มาร์กใหม่ เจาะลึกเบื้องหลังงานดีไซน์เพื่อส่งต่อมรดกของกรุงเทพฯ

เผยแพร่เมื่อ 2 วันที่แล้ว

28


หากคุณกำลังมองหางานที่ดูได้ ฟังได้ เดินเล่นได้เพลิน ๆ และยังอัดแน่นด้วยแรงบันดาลใจและความรู้แบบครบ ๆ Central Park: Design for Bangkok คืองานที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คืองานที่ชวนทุกคนเจาะลึกเบื้องหลังการออกแบบพื้นที่ที่ถักทอขึ้นจาก ‘จังหวะ’ ของกรุงเทพฯ ตั้งแต่มรดกของโรงแรมดุสิตธานี ไปจนถึงการก่อร่างแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางเมือง ผ่านนิทรรศการ งานทอล์ก และกิจกรรมสร้างสรรค์ พร้อมมุมเช็กอินที่ทำให้การเรียนรู้สนุกและจับต้องได้


แรงบันดาลใจของ Central Park: Design for Bangkok เกิดจากการมองเห็นจังหวะที่หลากหลายของกรุงเทพฯ และความเป็นไปได้ในการนำสิ่งเหล่านั้นมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ความคึกคักของย่านสีลม ความสงบของสวนลุมพินี ไปจนถึงมรดกทางวัฒนธรรมและความทรงจำของโรงแรมดุสิตธานี 


แนวคิดนี้ถูกขับเคลื่อนโดย คุณณอต–คุณายุธ เดชอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสินทรัพย์ Central Park ซึ่งมองว่าแลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้ไม่ควรเป็นเพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่สะท้อนคุณค่าของเมือง เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านกระบวนการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ผู้คน และบริบทโดยรอบ


นั่นเองจึงเป็นที่มาของโปรแกรม Central Park: Design for Bangkok ที่ประกอบไปด้วยองค์ประกอบถึง 3 ส่วนหลักได้แก่ 

Design Talk: Designing the Future of Bangkok ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม บอกเล่าเบื้องหลังของโปรเจกต์นี้แบบครบถ้วนในทุกมิติ ตั้งแต่ระดับวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ไปจนถึงการออกแบบจริงในมุมมองของสถาปนิก ดีไซเนอร์ และศิลปิน


Exhibition: Exploring the City Through Design สื่อสารแนวคิด กระบวนการออกแบบ ความตั้งใจในการสร้างสวนเพื่อคนกรุงเทพฯ ผ่านนิทรรศการที่แบ่งเป็น 3 โซนย่อยคือ Build Your Central Park หยิบความเป็นไปได้มาสร้างเป็นเซนทรัล พาร์คในแบบของคุณ, Central Park Passport ตามหาแนวคิดการออกแบบที่ซ่อนอยู่ พร้อมสะสมตราประทับในแต่ละจุดลงบนพาสปอร์ต, Breathe the Park สำรวจพันธุ์ไม้ที่ถูกคัดสรรมาไว้ในสวนเพื่อประกอบกันเป็นเครื่องฟอกอากาศเล็ก ๆ ของกรุงเทพฯ

The Landmark: Heritage in Motion ผลงานประติมากรรมขนาดสูง 7 เมตร โดย Infinite Riot หนึ่งในศิลปินชาวไทย ที่รวบรวม DNA การออกแบบของ Central Park ไว้ในที่เดียว ซึ่งบางส่วนจะมีการ live painting โดยศิลปินอีกด้วย


ในมุมของการสื่อสาร พิ–พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน Co-Founder & Story Curator at Glow Story ผู้อยู่เบื้องหลังการถ่ายทอดเรื่องราวในโปรเจกต์ Central Park: Design for Bangkok ครั้งนี้ เขามองว่างานนี้ไม่ได้ตั้งใจเล่าเพียงเบื้องหลังของโครงการ หรือชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้ ‘ดีแค่ไหน’ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการขยายความหมายของพื้นที่ให้กว้างออกไปกว่านั้น


“เราอยากสื่อให้เห็นว่าพื้นที่ตรงนี้ในอนาคต จะเป็น canvas ให้ศิลปินคนอื่น ๆ ได้เข้ามาสร้างสรรค์ต่อ จึงเป็นเหมือน statement ว่าที่นี่จะเปิดรับการสร้างสรรค์ต่อยอด อย่างจริงจัง

“ในมุมของผมเอง ความน่าสนใจคือโปรเจกต์นี้เปลี่ยนความหมายของที่นี่ไปจากเดิม คนกรุงเทพฯ ทุกวันนี้บางทีก็เบื่อห้าง แต่พอเราได้อยู่กับโปรเจกต์นี้จริง ๆ มาประมาณ 2-3 เดือน เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่การสร้างห้างเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง แต่มันคือการ รักษา ตีความ และต่อยอดพื้นที่ สำหรับผมที่นี่เหมือน living museum ที่คุณสามารถใช้ชีวิตอยู่ในนั้นได้จริง จะกิน จะดื่ม จะนั่งคุย จะวิ่ง จะนอนเล่นในสวนก็ทำได้หมด”


และด้วยจังหวะเวลาที่เหมาะสมของ Bangkok Design Week ที่เข้ามาในช่วงที่โครงการ Dusit Central Park เพิ่งเปิดได้ไม่นาน พิริยะมองว่านี่คือโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เข้ามารับฟังเบื้องหลังของกระบวนการออกแบบอย่างแท้จริง


“โปรเจกต์แบบนี้ไม่ได้เกิดบ่อยในประเทศไทย ถ้าองค์ความรู้หยุดอยู่แค่คนทำงาน มันก็น่าเสียดาย Bangkok Design Week เป็นจังหวะที่ดีมาก โปรเจกต์เพิ่งเปิดได้ไม่นาน คนยังไม่เยอะ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการ ‘ฟังเบื้องหลัง’ และเมื่อองค์ความรู้กระจายออกไป ถ้าเรามีโปรเจกต์ที่คิดเรื่องเมือง คิดเรื่องคน แบบนี้เพิ่มขึ้นอีก ผมว่ามันทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ถูกออกแบบได้ดีขึ้นจริง ๆ”


ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Central Park: Design for Bangkok ได้ที่:

https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/153824


แชร์