ย่านสร้างสรรค์ทองหล่อ - เอกมัย

เผยแพร่เมื่อ 7 months ago

เปิดย่านสร้างสรรค์…พื้นที่จัดแสดงหลักของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563

ทำไม – ที่ไหน – อย่างไร กับ 4 ย่านสร้างสรรค์ใหม่ของกรุงเทพฯ

  ไพร์มโลเกชันของกรุงเทพฯ คือนิยามของย่านทองหล่อ-เอกมัย (ถนนสุขุมวิท ซ. 55ซ. 63) ที่นอกเหนือจากจะเป็นแหล่งรวมธุรกิจไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังได้รับการยอมรับอย่างสูงจากนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การเป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยและโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับบน ร้านค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตีมอลล์ และสตูดิโอสร้างสรรค์ชั้นนำระดับประเทศ ทำให้ทองหล่อ-เอกมัยกลายเป็นจุดขายของกรุงเทพฯ ทั้งในด้านการทำธุรกิจและการใช้ชีวิตแบบล้ำสมัย  กลุ่มทองเอก ที่เกิดจากการรวมกลุ่มกันของนักธุรกิจและนักออกแบบในย่านที่ต้องการยกระดับการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการรวมตัวกันทำงานในลักษณะคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่อยู่ภายในย่านจึงเป็นคำตอบสำคัญที่จะขับเคลื่อนธุรกิจและความเป็นไปของทองหล่อ-เอกมัย ให้ยังคงความกลมกลืนและเกื้อกูลกันในที ขณะเดียวกันก็ตอบรับกับกระแสความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคและธุรกิจในวันนี้ที่ยากจะมีใครยืนหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการร่วมมือกันเพื่อสร้างพลังที่เข้มแข็งที่สุด และส่งต่อให้กับทุกธุรกิจและทุกชีวิตในพื้นที่ต่อไป

ทองหล่อ-เอกมัย แหล่งรวมพลังแห่งการสร้างสรรค์

คุณต๊ะ-อนุพล อยู่ยืน, คุณมาร์ค-เมธชนัน สวนศิลป์พงศ์ และ คุณยศ-ยศพล บุญสม คือสามนักธุรกิจสายออกแบบในกลุ่มทองเอกผู้รับหน้าที่โต้โผหลักของการจัดกิจกรรมในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ในย่านทองหล่อ-เอกมัย  คุณต๊ะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการออกแบบบริษัทโมเบลลา แกลเลอเรีย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำสัญชาติไทยแบรนด์โมเบลลา (Mobella) ในย่านมาราว 6 ปี คุณมาร์คดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบแห่งเคนคูน (kenkoon) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Outdoor Living ในสไตล์โมเดิร์นสัญชาติไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกในย่านราว 6-7 ปี ส่วนคุณยศเป็นหนึ่งในกรรมการผู้จัดการของบริษัท ฉมา จำกัด (Shma) บริษัทรับปรับภูมิทัศน์ชื่อดังที่ตั้งในย่านมาราว 12 ปี  เหตุผลโดยรวมที่ทั้ง 3 ท่านเลือกทำธุรกิจย่านทองหล่อ-เอกมัยนั้นคล้ายกัน หากแตกต่างกันไปในรายละเอียด นั่นคือการที่ย่านเป็นศูนย์รวมของธุรกิจไลฟ์สไตล์และการออกแบบ โครงการอสังหาริมทรัพย์ และพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและเป็นวัตถุดิบแห่งแรงบันดาลใจ  คุณยศกล่าวว่า “ทองหล่อ-เอกมัยมีแรงดึงดูดบางอย่างที่สร้างพลังงานให้แก่นักออกแบบหรือคนทำงานสร้างสรรค์ ย่านนี้มีทั้งที่พักอาศัย พื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ที่กระจายอยู่ในย่าน วิถีชีวิตทั้งตอนกลางวันและกลางคืนที่ไม่ซ้ำกัน ผู้คนหลากหลายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ธุรกิจหลากหลาย มันจึงเป็นย่านที่มีชีวิตซึ่งไม่หยุดนิ่ง เป็นวัตถุดิบสำคัญต่อการผลิตงานหรือสร้างแรงบันดาลใจให้แก่งาน” ทางด้านคุณต๊ะเปิดใจว่า “งานของผมเน้นการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นดีไซน์ของคนไทย ช่วงแรกที่ทำแบรนด์ Mobella สินค้าไทยยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าไร และด้วยความที่คนมักมองว่าย่านทองหล่อ-เอกมัยเป็นย่านที่มีดีไซน์จัด เป็นศูนย์รวมของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์กับของตกแต่งบ้าน เราจึงต้องการนำงานดีไซน์ของเราเข้ามาฝังตัวอยู่ในย่านนี้ อยากทำให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในย่านได้เห็นว่าสินค้าไทยก็มีดีไซน์เข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งย่านทองหล่อ-เอกมัยยังเป็นแหล่งรวมของที่อยู่อาศัยและธุรกิจไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ อย่างร้านค้าและร้านอาหาร ประกอบกับผู้คนในย่านเป็นกลุ่มลูกค้าที่เรามองหาด้วย จึงเลือกที่นี่เป็นทำเลที่ตั้งในการประกอบธุรกิจ” ส่วนคุณมาร์คให้เหตุผลว่า “แต่ก่อนเมืองไม่ได้ขยายออกไปมาก ส่วนใหญ่อยู่ในโซนสาทรหรือย่านเมืองชั้นใน เมื่อที่ดินแพงขึ้น ประชากรมากขึ้น คนจึงเริ่มย้ายจากย่านนั้นมาอยู่สุขุมวิทกัน คนที่พอจะมีกำลังก็สร้างที่พักอาศัยในรูปแบบสมัยใหม่หน่อย ที่นี่ยังมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เยอะ จึงเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดทุกอย่างเข้ามาในชุมชน ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า ฯลฯ ภาพของสุขุมวิทจึงมีสีสันแตกต่างจากย่านอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ มีเสน่ห์บางอย่างที่ไม่เหมือนที่อื่น เพราะมีทั้งความเป็นฝรั่ง ความเป็นญี่ปุ่น เข้ามาแทรกอยู่ นอกจากนี้เมื่อพูดถึงสินค้าคุณภาพ คนก็มักนึกถึงสุขุมวิท แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านระดับโลกที่เป็นท็อปแบรนด์ก็ การนำแบรนด์ของเรามาอยู่ในย่านเดียวกันจึงเป็นเรื่องน่าสนใจ”

การเปลี่ยนแปลงและแรงดึงดูดของทองหล่อ-เอกมัย

ทองหล่อ-เอกมัยนับเป็นย่านที่มีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูง ปัจจุบันมีการเติบโตของพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยและโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เป็นอย่างมาก รวมถึงห้างขนาดใหญ่ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานที่แฮงเอาต์ยามค่ำคืน และชาวต่างชาติทั้งที่อยู่อาศัยและท่องเที่ยวในย่าน ไม่ว่าจะฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน เกาหลี แรงดึงดูดต่าง ๆ ที่มาพร้อมความเปลี่ยนแปลงนำมาซึ่ง “ค่าครองชีพ” ที่สูงขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนกับ “ไลฟ์สไตล์” ที่ต้องจ่าย การจราจรที่ดูติดขัดยิ่งกว่าเก่า แต่ข้อดีคือย่านนี้ยังมีเรื่องราวของคนที่อยู่อาศัยอยู่จริง ๆ ไม่ใช่ย่านเกิดใหม่ที่ไม่มีประวัติความเป็นมา ยุคเก่าและใหม่มีการเติบโตไปอย่างเป็นธรรมชาติในตัวของมันเอง การเปลี่ยนแปลงของความต่างระหว่างยุคเก่าและยุคใหม่มีเสน่ห์ น่าสนใจ และน่าค้นหา แต่คำถามคือจะควบคุมการเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและทำให้ย่านเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน

กลุ่มทองเอก…ชุมนุมกลุ่มคนสายออกแบบ

จุดเด่นอีกข้อหนึ่งของทองหล่อ-เอกมัยคือ ย่านนี้เป็นแหล่งรวมของกลุ่มคนทำงานสายออกแบบและสร้างสรรค์มานาน หากแต่ส่วนใหญ่เป็นการรู้จักกันอย่างหลวม ๆ โดยไม่มีปฏิสัมพันธ์กันจริงจัง แต่ท่ามกลางกระแสธุรกิจและผู้บริโภคที่ยากจะเติบโตตามลำพัง การสร้างความเกื้อกูลของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในย่าน จึงเป็นคำตอบสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและความเป็นไปของทองหล่อ-เอกมัยให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง นั่นเป็นที่มาของกลุ่มทองเอก (ThongEk Creative Neighborhood) ที่เป็นการรวมตัวของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ซึ่งเป็นธุรกิจเด่นของย่าน แบรนด์แฟชั่น ร้านอาหาร คาเฟ่ รวมถึงการรวมตัวของกลุ่มนักออกแบบในพื้นที่ ทั้งสถาปนิก ภูมิสถาปนิก นักออกแบบภายใน นักออกแบบกราฟิก ฯลฯ  ทองหล่อ-เอกมัยวันนี้ กำลังเปลี่ยนความสัมพันธ์แบบเพื่อนบ้านที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มาเป็นเพื่อนบ้านที่รู้จักกันอย่างแท้จริง นำมาซึ่งมิตรภาพที่ดีและเกื้อกูล คุณต๊ะกล่าวว่า “ทางฝั่งของผมเป็นผู้ประกอบการที่เน้นเรื่องธุรกิจ แต่โดยพื้นฐาน เราใช้ดีไซน์ในการผลักดันแบรนด์ เพราะเราก็เป็นนักออกแบบที่นำสินค้ามาจำหน่าย การรวมตัวกันเกิดจากการที่รู้สึกว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว การทำธุรกิจตามลำพังไม่สนุกและเหนื่อยด้วย จึงเริ่มจากการรวมกลุ่มกันเล็ก ๆ ก่อน แน่นอนว่าจุดประสงค์ข้อแรกเป็นเรื่องของธุรกิจ เพื่อให้คนรู้จักแบรนด์และสินค้าของเรามากขึ้น อีกข้อคือเราอยากทำให้ย่านทองหล่อ-เอกมัยที่เราอยู่เป็นย่านที่น่าเดินมากกว่าเดิม เช่นวันนี้ลูกค้าอาจไปที่สตูดิโอ Shma ของคุณยศ จากนั้นคุณยศแนะนำลูกค้ามาดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟข้างล่างโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ Mobella ของผม จากนั้นผมส่งต่อลูกค้าไปที่โชว์รูมเพื่อนบ้านอย่าง kenkoon ของคุณมาร์ค ผมมองว่ามันครบวงจรมาก ทำให้กลุ่มนักออกแบบได้เชื่อมโยงกันเป็นทอด ๆ ซึ่งรวมถึงร้านค้าดั้งเดิมในท้องถิ่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องดีไซน์ด้วยเช่นกัน นับเป็นการสร้างบรรยากาศของเครือข่ายเพื่อนบ้านทางธุรกิจในย่านที่ดี อบอุ่น และเป็นมิตร ช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนและเติบโตไปด้วยกัน นอกจากนี้เรายังรวมกลุ่มกันเพื่อจัดทำสัมมนาหรือการพูดคุยเล็ก ๆ โดยเชิญนักออกแบบในพื้นที่มานั่งฟัง หรือทำโอเพนเฮ้าส์เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้ามาดูงาน รวมถึงสนับสนุนผลงานของนักศึกษาให้มีโอกาสได้รับประสบการณ์กับแบรนด์ในอีกรูปแบบหนึ่ง เราอยากนำเสนอทรัพยากรที่น่าสนใจหรือเรื่องราวที่ยังไม่ค่อยถูกเล่าในย่านที่มีอยู่มากมายให้ผู้คนได้รู้จักมากขึ้น ให้ได้รู้ว่าทองหล่อ-เอกมัยไม่ได้เด่นแค่เรื่องไลฟ์สไตล์กิน ดื่ม เที่ยวเท่านั้น”  ทางด้านคุณยศรับหน้าที่เป็นผู้นำการรวมตัวของนักออกแบบในย่าน ทั้งสถาปนิก ภูมิสถาปนิก นักออกแบบภายใน นักออกแบบกราฟิก นักออกแบบฝั่งสื่อและนิทรรศการ ฯลฯ “กลุ่มทองเอกเกิดจากความท้าทายหรือปัญหาที่ว่าเราอยู่ในย่านนี้กันมาเป็น 10 ปี เราไปออกแบบให้ที่อื่น แต่พอหันไปมองรอบ ๆ บ้านตัวเอง ก็พบว่าปัญหาที่เราแก้ให้ที่อื่น มันยังเป็นปัญหาในย่านของเราอยู่เลย จึงมองว่าเครื่องมือในเชิงการออกแบบสร้างสรรค์นี่ล่ะคือคำตอบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุก ๆ คนในย่าน รวมทั้งเราเองด้วย พอมารวมกลุ่มกัน ก็เริ่มเข้าใจว่ามีคนที่ทำธุรกิจเพื่อเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงนี้จริง ๆ คือเราไม่ได้อยู่คนเดียว เริ่มหันไปมองและพบว่าเรามีเพื่อนบ้านที่ทำงานสายออกแบบในด้านต่าง ๆ มากมาย เกิดการเชื่อมโยงกันของระบบนิเวศนี้ จากที่แต่ก่อนแค่รู้จักกัน รู้ว่าอยู่ในย่านเดียวกัน แต่ต่างคนต่างทำ กลายมาเป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจและการใช้ชีวิตในย่านมากขึ้น นี่เป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งผมมองว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหรือพลังที่จะทำให้ย่านนี้ตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้”  ค้นพบทองหล่อ-เอกมัยในมุมมองใหม่ ที่ไม่ได้มีเพียงสีสันยามวิกาล แต่คือกระบวนการลงมือทางธุรกิจที่โปร่งใส แบ่งปัน และเกื้อกูลในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 (Bangkok Design Week 2020) ผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบที่พร้อมปลดล็อกจุดติดขัด ให้ทองหล่อ-เอกมัยยังคงฐานะย่านที่เต็มไปด้วยโอกาสใหม่ ๆ อันไม่รู้จบของกรุงเทพฯ และสะท้อนศักยภาพของการเป็นย่านสร้างสรรค์ที่พร้อมจะเติบโตเป็นแหล่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยต่อไป  
#CreativeDistrictofBKKDW       #BangkokCityOfDesign #BKKDW2020
 
แชร์
คู่มือเที่ยวชมอื่นๆที่น่าสนใจ
ดูทั้งหมด
ACADEMIC PROGRAM

โปรแกรมเพื่อส่งเสริมด้านการศึกษา (Academic Program) โปรแกรมสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่แวดวงสร้างสรรค์อย่างเต็มตัว เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ได้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างนักศึกษากับนักสร้างสรรค์มืออาชีพ ให้มีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนและร่วมงานกัน และยังเป็นเวทีให้หน่วยงานภาคการศึกษาได้นำเสนอแนวคิดสร้างสรรค์เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและเมือง อีกทั้งช่วยสร้างประสบการณ์ในการทำงานผ่านโปรแกรมอาสาสมัครในส่วนงานต่าง ๆ ของเทศกาลฯ โดยแบ่งเป็น 3 โปรแกรม ดังนี้ 1. โครงการพิเศษ Special Project เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา นักออกแบบ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเอกชน โดยทุกฝ่ายมีโจทย์การทำงานร่วมกันใน 5 กลุ่ม ได้แก่   Urban City & Development  จัดแสดงผลงานในชื่อ “Local Service” โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสตูดิโอออกแบบ Cloud-floor ร่วมกับ 5 สถาบันการศึกษา ได้แก่ – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – ภาควิชาออกแบบภายใน คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โครงการพิเศษนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและออกแบบพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ในบริบทของกรุงเทพมหานคร ภายใต้ธีม Resilience – New Potential for Living ปรับตัว > อยู่รอด > เติบโต โดยมีเป้าหมายภายใต้ประเด็นหลากมิติในโจทย์ Local Service ซึ่งให้นิสิตนักศึกษาได้ทดลองทำความเข้าใจบริบทและทำงานร่วมกับคนในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อนำไปสู่การออกแบบและสร้างสรรค์บริการสาธารณะให้กับกลุ่มคนในพื้นที่ที่เหมาะกับบริบทอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะนำไปสู่การแก้ปัญหา ตอบโจทย์ความต้องการ รวมถึงส่งเสริมศักยภาพให้กับกิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การอยู่อาศัย รวมถึงการประกอบอาชีพของคนในย่านและพื้นที่ศึกษาทดลอง โดยผลลัพธ์จากการสร้างสรรค์ทั้งหมดจะถูกนำเสนอในรูปแบบวิดีทัศน์ที่แสดงถึงกระบวนการทำงาน (Process) การแสดงแผนภาพข้อมูล (Data Visualization) และ/หรือ การจัดทำชิ้นงานต้นแบบ (Prototype) ในสถานที่จริง พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง   Product Design จัดแสดงผลงานในชื่อ “Identity Exhibition” โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสตูดิโอออกแบบ Plural Design ร่วมกับ 10 สถาบันการศึกษา ได้แก่ – ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา – ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง – สาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี – สาขาวิชาการออกแบบ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ – ภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – สาขาวิชาออกแบบหัตถอุตสาหกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ – ภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง – ภาควิชาออกแบบภายใน คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จุดประสงค์ของโครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อให้นิสิตนักศึกษาร่วมกันสำรวจย่านต่าง ๆ ในเมืองที่เราอยู่ เพื่อค้นหาต้นทุนทางวัฒนธรรมในย่านซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่น ๆ ไม่จะเป็นวัสดุ สิ่งก่อสร้าง การตกแต่ง กิจกรรมต่าง ๆ หรือแม้แต่สิ่งที่เป็นนามธรรม นำมาใช้เป็นโจทย์ในการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบที่จะจัดแสดงภายในนิทรรศการ โดยชิ้นงานที่สร้างสรรค์ขึ้นไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือผลิตภัณฑ์ จะแสดงให้เห็นถึงตัวตนของย่านนั้น ๆ เพราะในขณะที่โลกยิ่งเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย เราก็ยิ่งต้องการเอกลักษณ์และตัวตนที่เด่นชัดมากขึ้น นั่นจึงเป็นที่มาของธีมหลักในนิทรรศการคือ IDENTITY ที่เชื่อว่าตัวตนที่เด่นชัดในหน่วยย่อย ๆ จะช่วยกันประกอบเป็นภาพใหญ่ที่ชัดเจนยิ่งฃึ้น พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง   Multimedia Design จัดแสดงผลงานในชื่อ “Bangkok Projection Mapping Competition” โดย Yimsamer Studio  ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในงานออกแบบแขนงต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงงานออกแบบสื่อสมัยใหม่ (New Media) ซึ่งไม่ได้เน้นเพียงการสื่อสารทางเดียวผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสื่อกับผู้ชม ดังที่พบเห็นได้ในงานออกแบบปฏิสัมพันธ์ (Interactive Design) หรือมุ่งสร้างความสัมพันธ์กับพื้นที่โดยรอบ เช่น การออกแบบสื่อภาพฉาย (Projection Mapping) เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ร่วมกับ EPSON (Thailand) จัดกิจกรรม “New Media Festival” ภายใต้แนวคิด “Shift-Alternate (เปลี่ยน)” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท โดยผลงานที่จัดแสดงนี้ คือผลงานของผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลฯ ที่จะส่งเสริมวงการออกแบบสื่อสมัยใหม่ในประเทศให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และสามารถพัฒนาให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับสากลโลก พื้นที่จัดแสดงผลงาน : บ้านเลขที่ 1   Fashion Design จัดแสดงผลงานในชื่อ “Rewind & Unwind” โดย สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ (BFS) ร่วมกับ 2 สถาบันการศึกษา ได้แก่ – หลักสูตรการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – สาขาแฟชั่นและสิ่งทอ ภาควิชานฤมิตรศิลป์ คณะศิลปกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากสถานการณ์ปัจจุบันที่กระแสสังคม ค่านิยม วัฒนธรรม หรือแม้แต่จำนวนประชากรที่เปลี่ยนแปลงและแปรผันอย่างก้าวกระโดด ส่งต่อผลหลายปัจจัยในทุกภาคส่วน ตั้งแต่เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เทคโนโลยี ไปจนถึงงานศิลปะและงานออกแบบ นำมาซึ่งการปรับตัวที่โน้มเอียงไปตามกระแสโลกซึ่งมีความยืดหยุ่นและเติบโตได้ในสภาวะที่สิ่งรอบตัวมีอยู่อย่างจำกัด  Rewind & Unwind : Rewind มองย้อนกลับไปสู่ความสามัญของสิ่งธรรมดา วิถีชีวิต หรือภูมิปัญญาที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพื่อคลี่คลายความคิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น แล้วบอกเล่าด้วยมุมมองใหม่ผ่านสิ่งที่ดูธรรมดา(Local Material) ด้วยวิธีการที่น่าสนใจ แปลกใหม่ และสร้างสรรค์ เพื่อการปรับตัวและอยู่ร่วมในสภาพสังคมปัจจุบันที่ดีที่สุด โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำ กับ 10 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ ได้แก่ Greyhound, ASAVA ,ISSUE, MILIN, Patinya, Painkiller, Kloset, TandT, Vickteerut และ Janesuda เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าผ่านแนวคิดและวัสดุที่ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถส่งเสริมทั้งในด้านมูลค่าและลดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง   โครงการพิเศษ โดย Moleskine ร่วมกับการออกแบบสถาปัตยกรรม (นานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (INDA) โครงการที่นำเสนอแนวคิดการฟื้นคืนสิ่งที่กำลังถูกละทิ้ง ให้กลับมามีชีวิตและได้รับการใช้งานอย่างยั่งยืนอีกครั้ง โดยไม่เพียงปรับเปลี่ยน สร้างสรรค์ และดูแลเพื่อให้สิ่งต่าง ๆ กลับมามีคุณค่าในหน้าที่การใช้งานเดิมที่เคยเป็นอยู่ แต่ยังคิดต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มาก ระบบนิเวศ และการใช้งานอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ระดับโครงสร้างสถาปัตยกรรม ไปจนถึงสิ่งของที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง 2. การจัดแสดง Showcase การจัดแสดงผลงานและนิทรรศการของสถาบันการศึกษา ทั้งผลงานนักศึกษาปัจจุบัน ศิษย์เก่า หรืองานวิจัย เพื่อเป็นพื้นที่เผยแพร่องค์ความรู้และแนวคิดสร้างสรรค์เฉพาะวิชาที่สอดคล้องกับธีมงาน “RESILIENCE : New potential for living ปรับตัว > อยู่รอด > เติบโต” ประกอบไปด้วยผลงานการจัดแสดงจาก 16 สถาบัน จัดแสดงผลงานอยู่ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง – การออกแบบสถาปัตยกรรม (นานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (INDA) – ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ – วิชาออกแบบเฟอร์นิเจอร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้นใต้ดิน อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง – วิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต – ปริญญาโท หลักสูตรนวัตกรรมการออกแบบ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – มหาวิทยาลัย TON DUC THANG ประเทศเวียดนาม – หลักสูตรการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ – วิทยาลัยชุมชนแพร่ – โรงเรียนออกแบบชนาพัฒน์ – ภาควิชาออกแบบภายใน คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พื้นที่จัดแสดงผลงาน : บ้านเหลียวแล – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พื้นที่จัดแสดงผลงาน : MDIC ชั้น 2 (อาคารส่วนหลัง) TCDC กรุงเทพฯ – มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 3. การจัดกิจกรรม Activity การจัดกิจกรรมโดยสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนและถ่ายทอดความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เฉพาะสาขาวิชา อาทิ เวิร์กช็อปให้ความรู้ การบรรยายและเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน รวมถึงการเปิดบ้าน (Open House) ให้เยี่ยมชมหรือเข้าร่วมกิจกรรม โดยในปีนี้ ประกอบไปด้วย 3 กิจกรรมที่จัดขึ้นในพื้นที่ของตัวเอง ได้แก่ – การออกแบบนิเทศศิลป์ (นานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CommDe) – ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – ศูนย์ศึกษาวิภาวดี มหาวิทยาลัยรังสิต   #BKKDWACADEMICPROGRAM     #BKKDW2020  

6 months ago
EASILY NAVIGATE! ออกเดินทางง่ายๆ ได้ตามใจ

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนมาเที่ยวชมเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ฮาวทูมาเจริญกรุง – ตลาดน้อย กับ 3 คำแนะนำ ที่จะพาทุกคนมา BKKDW2020 ถึงพื้นที่จัดเทศกาลฯ แบบไม่หลงทางให้ต้องเสียอารมณ์ 1    ฟรี!!! รถรับส่งแสนสบาย จาก BTS หรือ MRT              ตลอดเทศกาลฯ   2     เดินทางด้วย 3 ระบบขนส่งสาธารณะที่จะทำให้               การเดินทางของทุกคนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น         #ทิ้งรถไว้บ้านมางานตัวปลิว       3     หากมีความจำเป็นต้องนำรถยนตร์ส่วนตัวมา                บริเวณเทศกาลฯ สามารถเดินทางตามเส้นทาง              และจอดรถในจุดใกล้เคียงพื้นที่จัดงานที่แนะนำ    

6 months ago