Farm to Table
Farm toTable x WoodyWind
Farm to Table x WoodyWind คือการนำเอาผลงานศิลปะ Impressionism ชุดพิเศษ"เสน่ห์ของปากคลองตลาด" จากมุมมองของศิลปินไทยคุณ WoodyWind (วราวุฒิ แก้วเจริญ) ศิลปินที่ประสบความสำเร็จได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากการจัดแสดงนิทรรศการผลงานเดี่ยว ART IN THE PARK ที่ River city Bangkok เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และเป็นที่รู้จักโด่งดังจากการวาดภาพ Plein Air Painting การวาดภาพสดๆด้วยเทคนิคการเพ้นท์หรือการทำ woodcut กลางแจ้งที่สวนสาธารณะ โดยมีดนตรีอคูสติกเพราะๆ ของเครื่องสายอย่างเชลโล และไวโอลิน เรียกดึงเอาความสนใจและสร้างสีสันเป็นอย่างมากให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนหย่อนใจที่สวนลุมพินี และสวนรถไฟ
ครั้งนี้ Farm To Table นำเอางานศิลปะ"เสน่ห์ของปากคลองตลาด"ที่คุณWoodyWind วาดขึ้นมาพิเศษเพื่องาน BKKDW 2026 มานำเสนอในมิติใหม่ๆผ่านการเสริฟ์อาหาร นำเสนออารมณ์ความรู้สึกผ่านมิติของการตกแต่งจาน การตกแต่งร้าน การมีโซนจัดแสดงภาพงานจริงบริเวณสวนหน้าร้าน หรือเมนูออกแบบใหม่อย่างเจลาโต้รสดอกไม้จากปากคลองตลาด เช่นรสดอกกุหลาบลิ้นจี่ รสมะพร้าวอัญชัน รสดอกเก็กฮวยน้ำผึ้ง รสดอกมะลิ รสดอกคำฝอยดอกระฆัง รวมถึงแพคเกจจิ้งต่างๆทั้งถ้วยเจลาโต้ กระดาษรองจาน แก้วน้ำดื่มเป็นต้น โดยเราตั้งใจที่จะสร้างประสบการ์ณใหม่ๆให้กับลูกค้าที่มาทานอาหารภายในร้าน Farm to Table ได้ซึมซับงานศิลปะในอีกรูปแบบนึงที่แตกต่างจากเดิม
ผลงานศิลปะของคุณ WoodyWind จะมีทั้งรูปที่เป็นอาคารที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นอาคารอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม 2 ภาพ อาคารที่ได้ชื่อว่าเป็นอาคารตึกแถวที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อสื่อสารกับคนที่มาปากคลองตลาดในมุมมองใหม่ๆ มุมของประวัติศาสตร์เมืองเก่าที่มีมายาวนาน และรูปดอกไม้ซึ่งเป็นเสน่ห์ของปากคลองตลาดอีก 4 ภาพ (รูปดอกไม้ทั้ง 4 ภาพจะมีการวาดสด กลางแจ้งด้วยเทคนิคต่างๆ พร้อมทั้งมีดนตรีบรรเลงในสวนบริเวณอาคารไปรสนียคารก่อนจะถูกนำมาจัดแสดงที่ร้าน Farm to Table ในช่วงของงาน BKKDW 2026)
แนวความคิดของรูปภาพจากศิลปิน
รูปแรก: Farm to Table, Organic cafe
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ตรงกับยุครุ่งเรืองของ Impressionnism หลังการเดินทางยุโรปครั้งแรก มีการปฏิรูปประเทศ เปิดรับอารยธรรมตะวันตก สถานที่สำคัญ และอาคารบ้านเมืองมากมายถูกสร้างขึ้นด้วยบรรยากาศของศิลปะสมัยใหม่นี้ด้วย
อาคารเก่าแก่ย่านปากคลองตลาด ตรงหัวมุมอาคารเลียบคลองหลอดมีร้านคาเฟ่ออร์แกนิคชื่อ Farm to table ด้านบนมีหน้าบันรูปทรงระฆัง และเส้นสายอันฟุ้งฝัน จากความงดงามแห่งยุคสมัยImpressionism ให้เรายังได้ชื่นชมกันอยู่ เป็นอาคารที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้แรงบันดาลใจมาจากตึกริมน้ำที่ประเทศเนเธอร์แลนด์
ผมมองเห็นยอดอาคาร แล้วคิดถึงรูปร่างของดอกแคมพานูลา หรือ "ดอกระฆัง“(Bellflower) เป็นไม้ดอกสกุลหนึ่งที่มีลักษณะดอกรูประฆังหรือดาว และความหมายถึงความรักนิรันดร์ ความมั่นคง และความอ่อนน้อมถ่อมตน.
รูปสอง: Farm to Table, Hideout
อีกหนึ่งอาคารโบราณเพียงหลังเดียวที่ยังเหลือให้เห็นหน้าตาของอาคารเดิมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากผู้เช่ารายอื่นๆ ทุบตึกทำเป็นโกดังไปหมดแล้วก่อนที่ทางกรมศิลปากรจะเข้ามาทำการอนุรักษ์ ประตูรั้วสีขาวที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านปากคลองตลาดมีร้านเล็กๆ Farm to table, Hideout สถานที่ที่เป็นที่เติมพลังกายพลังใจ ที่ยังเก็บร่องรอยของการก่ออิฐทรงโค้งอายุร้อยกว่าปีไว้ที่ผนัง เก็บประตู หน้าต่างและเลย์เอาท์อาคาร รวมถึงบันไดเดืมของตัวอาคารไว้ให้พวกเราได้สัมผัส และด้วยเมนูของร้านอย่างผักออร์แกนิคสดๆจากสวน และเจลาโต้ที่กินแล้วรู้ว่าใช้วัตถุดิบที่ดี ผมมักไปที่นี่ทุกครั้งเมื่อผมไปซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาด ที่เลือกกุหลาบมาวาดกับ Farm to table เพราะผมชอบดอกกุหลาบ รู้สึกว่ากุหลาบเป็นการสื่อสารถึงการมอบความรัก ความปรารถนาดีให้กัน ที่สามารถขับเคลื่อนให้เราทำบางอย่างได้ด้วยพลังของความรัก.
นักออกแบบ
- วราวุฒิ แก้วเจริญ










