TAKE A PEEK AT
PROGRAM HIGHLIGHTS
อัพเดทและเที่ยวชมงาน
Thailand Creative House รวม 50 โชว์เคส เปิดพื้นที่เจรจาธุรกิจ เตรียมปิดดีลให้ดีไซเนอร์ไทยได้ส่งออกต่างประเทศ
หากคุณเดินเที่ยวชมงานออกแบบใน Bangkok Design Week 2026 จนจุใจแล้ว อย่าลืมไปสำรวจ 50 โชว์เคสของดีไซเนอร์ใน Thailand Creative House ที่นอกจากจะเปิดให้ผู้ร่วมงานเข้าไปช้อปปิ้งกันได้แล้ว ยังมีเซสชั่นการเจรจาทางธุรกิจกับคู่ค้าจากต่างประเทศอีกด้วย“ที่ผ่านมาใน Bangkok Design Week เราจะเห็นกิจกรรมด้านธุรกิจเกิดขึ้นอยู่เสมอ เช่น Creative Market ซึ่งปีที่แล้วจัดอยู่บริเวณ TCDC ชั้น 5 แต่ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มี buyer จากต่างประเทศเข้ามาอย่างจริงจัง”ตั๋ง–ภควัต วงศ์ไทย นักพัฒนากลยุทธ์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์อาวุโส สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เล่าถึงพัฒนาการและเป้าหมายของ Thailand Creative House ในปีนี้“ก่อนหน้านี้เราเน้นเรื่องการโชว์เคส เพราะผู้ประกอบการหรือดีไซเนอร์ที่ทำสินค้า บางรายอาจจะมีชิ้นงานขนาดเล็กเมื่อเทียบกับ installation ใหญ่ๆ ทำให้การมองเห็นน้อยลง Thailand Creative House จึงพยายามรวบรวมโปรดักต์เหล่านี้ให้มาอยู่รวมกัน ทำให้คนมองเห็น และดึง buyer ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศเข้ามาเจรจาธุรกิจโดยตรง เพราะปีนี้เราพยายามจะทำให้เกิด Business Matching มากขึ้น”โดยภายในโปรแกรมนี้จะแบ่งย่อยได้เป็น 3 ส่วนคือ Showcase จัดแสดงสินค้าและบริการจาก 50 แบรนด์ ซึ่งเปิดให้ผู้ร่วมงานสามารถเข้ามาช้อปปิ้งสินค้าที่ชื่นชอบได้, Business Matching การเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ และสุดท้ายคือ Festival Tour for Business กิจกรรมทัวร์เทศกาลและเยี่ยมชมสตูดิโอสำหรับผู้ซื้อที่สนใจ“ในแง่การจับคู่ทางธุรกิจ เราเริ่มจากส่ง Business Directory ไปให้ทาง buyer ดูล่วงหน้า เพื่อให้เลือกว่าต้องการคุยกับใคร ในขณะเดียวกันทีมเราก็ช่วยจับคู่ให้ด้วย เพราะผู้ประกอบการทุกคนที่มาร่วมต้องได้ประโยชน์ ซึ่งทางเราสนับสนุนค่าเดินทางและที่พักให้กับทาง buyer และจะมีการจัดโต๊ะเจรจาธุรกิจจริงจังในระหว่าง Business Matching ทั้งหมด 2 วันเต็ม (5-6 กุมภาพันธ์) เป็น session ยาวตลอดวัน”สำหรับผู้เข้าชมงานทั่วไปก็ขอให้ติดตามเพจ BKKDW ไว้ให้ดี เพราะอีกเดี๋ยวก็จะมีการเผยแพร่ Business Direstory ออกมาให้ทุกคนได้ดูเช่นกัน เผื่อว่าใครอยากวางแผนช้อปปิ้ง หรือติดต่อซื้อขายในระดับ B2C กับเหล่าแบรนด์และดีไซเนอร์ในโชว์เคส“ส่วน Festival Tour for Business เกิดขึ้นเพราะเราอยาก กระจายโอกาสให้ Exhibitor รายอื่นๆ ด้วย เราดังนั้นหลังจากเจรจาธุรกิจและดูโชว์เคสแล้ว เราจะพา buyer ออกไปดูงานในพื้นที่อื่นๆ จัดรูททัวร์ขึ้นมาเพื่อให้เขาได้ไปดูธุรกิจหรือนักสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ ซึ่งถ้ารายไหนสนใจสามารถติดต่อ exhibitor รายนั้นต่อได้เลยครับ”ท้ายที่สุดแล้ว งานออกแบบ ศิลปะ และธุรกิจ คือสิ่งที่แยกขาดจากกันไม่ได้ เพราะเรายังต้องการโอกาสในการต่อยอดกจากงานศิลปะจัดวาง งานประติมากรรม หรืองานออกแบบใดๆ ให้ได้เชื่อมต่อไปสู่ตลาดที่มีความต้องการตรงกัน“เพราะสุดท้ายแล้ว วงการจะรันได้ มันต้องอาศัยการแรงขับเคลื่อนจากภาคธุรกิจ ต้องมีรายได้ ต้องเกิดการจ้างงาน ซึ่งที่ผ่านมา CEA ก็เลยพยายามพัฒนากิจกรรมมาตลอด ปีนี้เราพยายามขยายกิจกรรมให้ใหญ่และกระจายตัวมากขึ้น ส่วนปีต่อไปก็มองเป็นแฟร์ขนาดใหญ่ เหมือน London Design Fair ที่เป็นส่วนหนึ่งของ London Design Festival ซึ่งพอมันเป็นแฟร์ปุ๊บ เราจะรู้เลยว่านี่คือด้านธุรกิจล้วนๆ สำหรับคนที่อยากต่อยอดงานไปสู่สเกลธุรกิจจริงๆ”ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Thailand Creative House ได้ที่: https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/150559
26 ม.ค. BBBB
LongiPark 4 โมเดลพื้นที่สีเขียวขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ที่ออกแบบมาเพื่อ longevity ของคนเมือง
จะดีแค่ไหน ถ้าเมืองมีพื้นที่ให้เราได้นั่งเล่น เดินเล่น และคุยกันแบบไม่ต้องรีบ หากพื้นที่สีเขียวไม่ใช่แค่สวน แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยดูแลทั้งร่างกาย ใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว แนวคิดนี้เองที่ Shma อยากชวนทุกคนออกมาลองสัมผัส ผ่านโมเดลพื้นที่สีเขียวรูปแบบใหม่ทั้ง 4 แห่ง ใน Bangkok Design Week 2026 พื้นที่ทดลองที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาคำตอบว่า เมืองจะน่าอยู่ขึ้นได้แค่ไหน หากเราออกแบบมันจากชีวิตจริงของคนเมืองโปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้นจากเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ซึ่งรับรองพร้อมให้การสนับสนุนกับกรุงเทพฯ เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (Bangkok City of Design, UCCN) ต่อมา CEA จึงได้เปิดรับข้อเสนอเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่สีเขียวเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตหรือระบบนิเวศของเมือง ซึ่งก็สอดคล้องกับภารกิจที่ Shma ทำมาโดยตลอด“ปัจจุบันคนพูดถึงเรื่อง longevity กันเยอะมาก ด้วยความท้าทายทางด้านสิ่งแวดล้อม ข้อกังวลเกี่ยวกับการมีชีวิตที่ทั้งยืนยาว สุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย กลายเป็นสิ่งที่ยุคใหม่เองก็คอนเซิร์นกันมาก เราจึงเลือกหยิบเรื่อง longevity นี้มาผสานกับความต้องการ third place ในเมือง ออกมาเป็น LongiPark หรือ park ที่ส่งเสริมเรื่อง longevity”ยศพล บุญสม ภูมิสถาปนิกแห่ง Shma เล่าถึงไอเดียแรกเริ่มของ LongiPark ซึ่งพัฒนาต่อเป็น 4 คอนเซปต์ย่อยซึ่งเกิดจากการทำงานกับพื้นที่ในแต่ละย่าน“พื้นที่ที่เราโฟกัสจะอยู่ในเขตพระนครและย่านเจริญกรุง ซึ่งเป็นโซนที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยอยู่แล้วเป็นทุนเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็มีมิติของศิลปวัฒนธรรมผสมอยู่ ซึ่งนอกจากที่จะบอกว่ามันตอบโจทย์ชุมชน ตอบโจทย์เมืองแล้ว มันก็ควรต้องยืนระยะได้ มีคนใช้จริง มีคนดูแลจริง และก่อให้เกิดอิมแพกต์ “เราเริ่มจากการเข้าไปทำกระบวนการการมีส่วนร่วมกับคนในพื้นที่ เพื่อไปดูว่าจริงๆ แล้วชุมชนเขาต้องการอะไร อย่างลานคนเมืองมันร้อนมาก พื้นที่มีแต่ลานคอนกรีต มันจึงต้องมาปรับเปลี่ยนเรื่อง surface หรือ micro climate” ผลลัพธ์ที่ได้คือพื้นที่สีเขียว 4 แห่งที่แตกต่างกันทั้งในแง่ของตัวขนาด คอนเซปต์ และเป้าหมายในการทดลองประเด็นของเมืองที่แตกต่างกัน เริ่มจาก Long Rest & Heal พื้นที่ป่าขนาดย่อมใจกลางลานคนเมือง, Long Play & Learn สวนที่เล่นและเรียนได้พร้อมกันบนถนนอุณากรรณ, Long Chat พื้นที่พูดคุยที่อยากกระตุ้นปฏิสัมพันธ์ของคนในชุมชนโดยรอบบ้านเลขที่ 1 และ Long Share พื้นที่สีเขียวขนาดกะทัดรัดเพียง 5 ตารางเมตรในชุมชนโชฏีก “เราตั้งใจจะใช้ BKKDW เป็นพื้นที่ชวนคนเข้ามาทดลองใช้และขอความเห็น ว่าปัจจัยในการออกแบบที่เราเลือกมา อย่างการสร้าง micro climate การทำบรรยากาศลานคนเมืองให้ช้าลง อย่างนี้คนเขาชอบกันไหม มีความรู้สึกในการใช้งานเปลี่ยนแปลงไปไหม ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะทดสอบประเด็นที่แตกต่างกัน เราก็จะมีกิจกรรมประกบเข้าไปด้วยเพื่อขอฟีดแบ็กจากคนที่เข้ามาเยี่ยมชม แล้วเอาไปพัฒนาต่อเป็นตัวต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ของเมืองต่อไป“ความท้าทายหนึ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้คือ third place มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของกายภาพอย่างเดียว มันเป็นเรื่องของการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปคู่กัน ดังนั้นระยะเวลาไม่กี่วันในช่วงเทศกาล BKKDW จึงยังไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ว่ามันสำเร็จหรือไม่ เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องทิ้งระยะ คนต้องไปซ้ำ มีกิจกรรมซ้ำๆ มันก็จะเริ่มคุ้นเคย นี่คือสิ่งที่เราน่าจะต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน”หลังจบงาน BKKDW ไปแล้ว 2 ใน 4 ของโปรเจกต์ LongiPark จะถูกเก็บไว้สำหรับการใช้งานจริงคือ Long Chat บริเวณบ้านเลขที่ 1 และ Long Play & Learn บริเวณถนนอุณากรรณ ซึ่งเปิดให้ทุกคนสามารถแวะเวียนไปเยี่ยมชมได้ในระยะยาว“สิ่งนี้จะได้ลบภาพพื้นที่สาธารณะเดิมๆ ที่เราเคยเห็น อย่างความเป็นสวนนี่มันพูดได้หลากหลายเลยนะ พูดเรื่องระบบนิเวศ สุขภาพ เด็ก พูดได้ทุกเรื่อง ทำให้คนเห็นภาพว่าพื้นที่สาธารณะมันเป็นอะไรก็ได้ไม่ใช่แค่สวนสำหรับออกกำลังกายหรือแค่ปิกนิกอย่างเดียว มันอาจเป็นฟาร์มก็ได้ เป็นป่าก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ถ้าเราหากระบวนการออกแบบของมันให้เจอ”ดูข้อมูลเพิ่มเติมงานของ Shma ใน Bangkok Design Week 2026 ได้ที่: https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program
26 ม.ค. BBBB
ชมนิทรรศการ ฟังทอล์ก และเช็กอินแลนด์มาร์กใหม่ เจาะลึกเบื้องหลังงานดีไซน์เพื่อส่งต่อมรดกของกรุงเทพฯ
หากคุณกำลังมองหางานที่ดูได้ ฟังได้ เดินเล่นได้เพลิน ๆ และยังอัดแน่นด้วยแรงบันดาลใจและความรู้แบบครบ ๆ Central Park: Design for Bangkok คืองานที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คืองานที่ชวนทุกคนเจาะลึกเบื้องหลังการออกแบบพื้นที่ที่ถักทอขึ้นจาก ‘จังหวะ’ ของกรุงเทพฯ ตั้งแต่มรดกของโรงแรมดุสิตธานี ไปจนถึงการก่อร่างแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางเมือง ผ่านนิทรรศการ งานทอล์ก และกิจกรรมสร้างสรรค์ พร้อมมุมเช็กอินที่ทำให้การเรียนรู้สนุกและจับต้องได้แรงบันดาลใจของ Central Park: Design for Bangkok เกิดจากการมองเห็นจังหวะที่หลากหลายของกรุงเทพฯ และความเป็นไปได้ในการนำสิ่งเหล่านั้นมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ความคึกคักของย่านสีลม ความสงบของสวนลุมพินี ไปจนถึงมรดกทางวัฒนธรรมและความทรงจำของโรงแรมดุสิตธานี แนวคิดนี้ถูกขับเคลื่อนโดย คุณณอต–คุณายุธ เดชอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสินทรัพย์ Central Park ซึ่งมองว่าแลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้ไม่ควรเป็นเพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่สะท้อนคุณค่าของเมือง เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านกระบวนการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ผู้คน และบริบทโดยรอบนั่นเองจึงเป็นที่มาของโปรแกรม Central Park: Design for Bangkok ที่ประกอบไปด้วยองค์ประกอบถึง 3 ส่วนหลักได้แก่ Design Talk: Designing the Future of Bangkok ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม บอกเล่าเบื้องหลังของโปรเจกต์นี้แบบครบถ้วนในทุกมิติ ตั้งแต่ระดับวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ไปจนถึงการออกแบบจริงในมุมมองของสถาปนิก ดีไซเนอร์ และศิลปินExhibition: Exploring the City Through Design สื่อสารแนวคิด กระบวนการออกแบบ ความตั้งใจในการสร้างสวนเพื่อคนกรุงเทพฯ ผ่านนิทรรศการที่แบ่งเป็น 3 โซนย่อยคือ Build Your Central Park หยิบความเป็นไปได้มาสร้างเป็นเซนทรัล พาร์คในแบบของคุณ, Central Park Passport ตามหาแนวคิดการออกแบบที่ซ่อนอยู่ พร้อมสะสมตราประทับในแต่ละจุดลงบนพาสปอร์ต, Breathe the Park สำรวจพันธุ์ไม้ที่ถูกคัดสรรมาไว้ในสวนเพื่อประกอบกันเป็นเครื่องฟอกอากาศเล็ก ๆ ของกรุงเทพฯThe Landmark: Heritage in Motion ผลงานประติมากรรมขนาดสูง 7 เมตร โดย Infinite Riot หนึ่งในศิลปินชาวไทย ที่รวบรวม DNA การออกแบบของ Central Park ไว้ในที่เดียว ซึ่งบางส่วนจะมีการ live painting โดยศิลปินอีกด้วยในมุมของการสื่อสาร พิ–พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน Co-Founder & Story Curator at Glow Story ผู้อยู่เบื้องหลังการถ่ายทอดเรื่องราวในโปรเจกต์ Central Park: Design for Bangkok ครั้งนี้ เขามองว่างานนี้ไม่ได้ตั้งใจเล่าเพียงเบื้องหลังของโครงการ หรือชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้ ‘ดีแค่ไหน’ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการขยายความหมายของพื้นที่ให้กว้างออกไปกว่านั้น“เราอยากสื่อให้เห็นว่าพื้นที่ตรงนี้ในอนาคต จะเป็น canvas ให้ศิลปินคนอื่น ๆ ได้เข้ามาสร้างสรรค์ต่อ จึงเป็นเหมือน statement ว่าที่นี่จะเปิดรับการสร้างสรรค์ต่อยอด อย่างจริงจัง“ในมุมของผมเอง ความน่าสนใจคือโปรเจกต์นี้เปลี่ยนความหมายของที่นี่ไปจากเดิม คนกรุงเทพฯ ทุกวันนี้บางทีก็เบื่อห้าง แต่พอเราได้อยู่กับโปรเจกต์นี้จริง ๆ มาประมาณ 2-3 เดือน เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่การสร้างห้างเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง แต่มันคือการ รักษา ตีความ และต่อยอดพื้นที่ สำหรับผมที่นี่เหมือน living museum ที่คุณสามารถใช้ชีวิตอยู่ในนั้นได้จริง จะกิน จะดื่ม จะนั่งคุย จะวิ่ง จะนอนเล่นในสวนก็ทำได้หมด”และด้วยจังหวะเวลาที่เหมาะสมของ Bangkok Design Week ที่เข้ามาในช่วงที่โครงการ Dusit Central Park เพิ่งเปิดได้ไม่นาน พิริยะมองว่านี่คือโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เข้ามารับฟังเบื้องหลังของกระบวนการออกแบบอย่างแท้จริง“โปรเจกต์แบบนี้ไม่ได้เกิดบ่อยในประเทศไทย ถ้าองค์ความรู้หยุดอยู่แค่คนทำงาน มันก็น่าเสียดาย Bangkok Design Week เป็นจังหวะที่ดีมาก โปรเจกต์เพิ่งเปิดได้ไม่นาน คนยังไม่เยอะ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการ ‘ฟังเบื้องหลัง’ และเมื่อองค์ความรู้กระจายออกไป ถ้าเรามีโปรเจกต์ที่คิดเรื่องเมือง คิดเรื่องคน แบบนี้เพิ่มขึ้นอีก ผมว่ามันทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ถูกออกแบบได้ดีขึ้นจริง ๆ”ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Central Park: Design for Bangkok ได้ที่:https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/153824
25 ม.ค. BBBB
Something to Stay_____On สนุกกับ “ความเป็นไทย” ฉบับตีความใหม่ กับ 17 ผลงานนักศึกษาที่ EM DISTRICT
จำลองฟุตบาธไทยมาไว้บนสกายวอล์ก กระดานหมากฮอสยักษ์สำหรับทุกเพศทุกวัย ไหนจะปลาบู่ตัวยักษ์ที่ให้เราเข้าไปนั่งเล่นได้ เหล่านี้คือส่วนหนึ่งจาก Academic Program ภายใต้คอนเซปต์ ‘Something to Stay_____On’ ที่ EM DISTRICT จับมือกับ BKKDW และ The Head and The Heart Studio ปลูกปั้นขึ้นมา“ปีนี้เป็นปีที่สองแล้วที่เราได้ร่วมงานกับ BKKDW ซึ่งเราตั้งใจที่อยากส่งเสริมศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ในฐานะพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่เข้ามาใช้ชีวิตกันมากพอสมควร เราก็เลยมองหาเด็กๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยที่กำลังเตรียมความพร้อมสู่การเป็นศิลปินในอนาคต” ตาล-นพวรรณ ทองมาลัย กล่าวถึงความตั้งใจเบื้องหลังการร่วมงานในครั้งนี้ พร้อมทั้งเล่าให้ฟังถึงความเปลี่ยนแปลงในปีที่สอง “งานนี้ไม่ได้จัดเป็นการแข่งขัน แต่ทำให้เป็น showcase ของเขา โดยเราจะคอยผลักดัน โปรโมต ให้เขาได้สะสม portfolio ด้านการจัดแสดงผลงานในพื้นที่พับลิก เพราะงานนี้เราจัดแสดงกระจายตัวไปทั่วทั้ง EM DISTRICT ตั้งแต่สถานี BTS พร้อมพงษ์ เชื่อมมาบนสกายวอล์ก ยาวจนถึง Emsphere ซึ่งมีผู้ชมจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาทุกวัน“ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าในทุกผลงานในปีนี้เขาจะมีการเบลนด์เรื่อง ‘ความเป็นไทย’ เข้าไปในโจทย์ด้วย เป็นโจทย์ที่เราตั้งใจสอดแทรกเข้าไป กับอีกเรื่องคือการเลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืน ล้อไปกับแกนธีม S/O/S ของ BKKDW ในครั้งนี้”นั่นเองคือที่มาของตุ๊กตาล้มลุกตัวใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจจากไอติมโบราณ หรือประติมากรรมแม่ไก่ตัวโตที่ออกไข่ได้จริงๆ!“จากโจทย์ Something to Stay_____On ในปีนี้ เราพยายามเปิดกว้างในแง่การตีความมากขึ้น และเน้นไปที่ฟังก์ชันการใช้งาน หรือสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้ชมแทน บางคนเขาก็นำเสนอเป็นพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามาผ่อนคลายก็ได้ หรือมาปลดปล่อยจินตนาการก็ได้ เนื้อหาที่ได้จึงออกมาสนุกสนานเข้มข้นมากขึ้น” ตาลเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของโจทย์ในปีนี้ ประกอบกับการปรับวิธีการรับสมัครเป็น open call ทำให้ผลงานในปีนี้มีความหลากหลายมากขึ้น และมีสัดส่วนของนักศึกษาปี 1 และ 2 เข้าร่วมด้วย จากเดิมที่เคยมีนักศึกษาปี 3 และ 4 เป็นหลักเมื่อโปรเจกต์ผ่านการคัดเลือกเข้ามาแล้ว นักศึกษาทั้งหมดจะได้เข้าอบรม เรียนรู้ และพัฒนาผลงานร่วมกับศิลปินนักออกแบบผู้เชี่ยวชาญจากหลายแวดวง ไม่ว่าจะเป็น คุณ Simon Pillard ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังงานวิชวลอาร์ตทั้งหมดของ The Mall Group, คุณธีรนพ หวังศิลปคุณ นักออกแบบผู้เชี่ยวชาญด้านคอนเซปต์ดีไซน์และกราฟิกดีไซเนอร์ ผู้ก่อตั้ง TNOP DESIGN และคุณรอง–จิตต์สิงห์ สมบุญ “ครั้งก่อนระยะเวลาค่อนข้างกระชั้น รอบนี้เลยขยายเวลาให้กว้างขึ้น เพื่อให้มีเวลาเวิร์กชอปและพัฒนาผลงานกับทีมเมนเทอร์ของเราเยอะขึ้น โดยเราพยายามมองถึงเรื่องการต่อยอด แทนที่จะคิดว่ามันคือการจัดแสดงแค่ 1-2 สัปดาห์ในระยะเวลาของเทศกาล บางชิ้นงานมันอาจจะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ถาวรของศูนย์การค้าเลยก็ได้ เรามองว่าหลายชิ้นอาจจะไปอยู่กับ common area ของเราต่อไปได้อย่างลงตัว กลายเป็นพื้นที่ของศิลปินคนนั้นๆ ตลอดปีนี้ไปเลย”ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Something to Stay_____On ได้ที่:https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/152876
24 ม.ค. BBBB
Wonder of Fabric Outdoor furniture by 4 Thai designers, made to touch, sit, play, and even play table tennis
เตรียมตัวออกไปนั่ง ๆ นอน ๆ บนชุดเฟอร์นิเจอร์สนามคุณภาพดี มีลูกเล่น ไม่ว่าจะเป็นโซฟาชุดที่มีพื้นที่สำหรับบอร์ดเกม หรือโต๊ะกินข้าวที่กินเสร็จแล้วลุกขึ้นมาตีปิงปองได้ด้วย!นี่คือการกลับมาอีกครั้งของ Wonder of Fabric นิทรรศการงานออกแบบที่ DOTS Design Studio จับมือกับผู้ผลิตผ้าที่มีความเชี่ยวชาญด้านวัสดุสิ่งทออย่าง Homework Fabric และผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ประสบการณ์ 70 ปีอย่าง RES (คุณากิจ) ชวน 4 ดีไซเนอร์ไทยมาช่วยกันออกแบบ 4 เฟอร์นิเจอร์สนามเพื่อค้นหาศักยภาพใหม่ ๆ ให้กับผืนผ้าที่เราคุ้นเคย“เราอยากหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการเอาผ้าของ Homework มาพัฒนาต่อยอดในทิศทางต่าง ๆ ที่ไม่ใช่แค่งานหุ้มบุเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่าน เราพยายามมองหาเทคนิคใหม่ ๆ โอกาสใหม่ ๆ ให้กับวัสดุ ซึ่งต่อเนื่องมาจากปีก่อนที่เราพยายามชวนดีไซเนอร์มาคอลแลบกันในงาน BKKDW”ตั้ม–กฤษณ์ พุฒพิมพ์ นักออกแบบผู้ก่อตั้ง DOTS Design Studio คือหนึ่งในดีไซเนอร์ที่คลุกคลีกับ BKKDW มาอย่างยาวนาน และในปีนี้เขาก็มีความตั้งใจใหม่ที่ชัดเจนคือการต่อยอดงานออกแบบไปสู่โอกาสเชิงธุรกิจ เพื่อนำเสนอผ้าที่รองรับการใช้งานเอาต์ดอร์ซึ่ง Homework พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดประเทศไทยในช่วงที่ผ้านำเข้าขาดตลาด“ปีนี้พยายามทำให้เป็นเชิงธุรกิจมากขึ้น เราไปชวนโรงงาน outdoor furniture อีกแห่งที่ปกติเขาทำงานอะลูมิเนียมเป็นหลัก คือคุณากิจอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ จำกัด ซึ่งเขาเพิ่งรีแบรนด์เป็น RES ที่เน้น outdoor living ขึ้นมา เราก็เลยมองว่าทิศทางธุรกิจค่อนข้างใกล้เคียงกัน เลยอยากมาคอลแลบกัน”ความตั้งใจดังกล่าวยังสอดคล้องกับเทรนด์กิจกรรมกลางแจ้ง (outdoor activity) ที่กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ“เราเป็นดีไซเนอร์ที่ทำงานบนฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวโน้มตลาด หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เรามองเห็นทิศทางได้ชัดเจนหลังโควิด-19 เมื่อผู้คนเริ่มมองหากิจกรรมกลางแจ้งเพื่อหลีกหนีจากการใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน และเมื่อแนวโน้มนี้เกิดขึ้น สินค้าหรือบริการที่ต้องออกแบบก็เกิดขึ้นตามมา”ผลลัพท์ของโปรเจกต์นี้คือ 4 เฟอร์นิเจอร์สนามโดยเหล่าดีไซเนอร์ไทย ที่จะถูกจัดแสดงให้ผู้ชมเข้ามาทดลองนั่ง นอน เอนหลัง ใช้งานกันตามสบายในบริเวณพื้นที่ลานหน้าบ้านเลขที่ 1 ซ.เจริญกรุง 30“เราอยากให้คนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับชิ้นงานของเรา เพราะเราไม่ได้ทำงานออกแบบเพื่อโชว์ แต่ทำเพื่อให้คนใช้งานจริง ผู้ชมสามารถจับ นั่ง และใช้งานได้ทั้งหมด ลองนึกภาพว่าลานหน้าบ้านเลขที่ 1 จะถูกเปลี่ยนให้เป็นคาเฟ่หรือรีสอร์ตเฉพาะกิจ ผู้ชมก็จะสามารถเข้ามาใช้งานได้ตามสบาย”เริ่มจากชุดโซฟาสนามดีไซน์เท่ ที่นอกจากจะมานั่งพักผ่อนหย่อนใจแล้วยังมีพื้นที่สำหรับเกมกระดาน อย่าง X.O. หรือหมากรุกที่ทำจากผ้า ตามมาด้วยชุดโต๊ะกินข้าวที่หยิบเอาเก้าอี้รุ่นไอคอนิกของคุณากิจมารีดีไซน์ใหม่ โดยได้แรงบันดาลใจจากเก้าอี้พลาสติกคลุมผ้าตามงานเลี้ยงในแบบที่เราคุ้นเคย แถมด้วยฟังก์ชันการเป็นโต๊ะปิงปองให้ทุกคนได้มาขยับร่างกายร่วมกัน ขณะที่อีกสองชิ้นนั้นจะสลับกันทำหน้าที่ในต่างช่วงเวลา คือร่มกันแดดสำหรับช่วงกลางวัน และเสาไฟสำหรับให้แสงสว่างในยามกลางคืน “หลังจบงานนี้เรามีความคาดหวัง 2 อย่างคือ หนึ่ง–อยากให้สองโรงงานเขาจับมือกันนำโปรดักต์พวกนี้ไปต่อยอดในเชิงธุรกิจจริงๆ อาจจะเอาไปขาย หรือจัดแสดงในอีเวนต์อื่นๆ ก็ได้ สอง–ถ้าคิดว่าโปรเจกต์พวกนี้มันเวิร์ก มันอาจถูกสปินออฟเป็นแบรนด์ลูกที่ทั้งสองโรงงานเขาเข้ามาจับมือกันก็ได้” ตั้มทิ้งท้ายดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Wonder of Fabric ได้ที่: https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/143976BANGKOK DESIGN WEEK 2026DESIGN S/O/S ดูโปรแกรมทั้งหมดได้ที่ : https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program29 ม.ค. – 8 ก.พ. 2569 ที่ย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อย, พระนคร, ปากคลองตลาด, บางลำพู – ข้าวสาร และพื้นที่อื่น ๆ
09 ม.ค. BBBB
DESIGN S/O/S - It’s time to take action and design our way forward for today and tomorrow.
ในวันที่โลกเต็มไปด้วยวิกฤต ตั้งแต่สภาพอากาศที่แปรปรวน เศรษฐกิจที่ผันผวน ไปจนถึงความเหลื่อมล้ำที่ขยายตัว ในปี 2026 นี้ เราจะไม่รอให้ปัญหามาถึง แต่เริ่ม “ออกแบบ” ทางรอดด้วยตัวของเราเอง เพราะ “การออกแบบ” ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่ยังเป็นพลังที่ช่วยให้เราก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลง และก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงBangkok Design Week 2026 ภายใต้ธีม DESIGN S/O/S ขอชวนทุกคน เปิดโหมดสร้างสรรค์ ปล่อยไอเดีย “ช่วยรอด” ที่อยากทดลอง “ทำ” ให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร นักสร้างสรรค์ นักออกแบบ นักธุรกิจ นักคิด นักฝัน นักวิจารณ์ นักเชื่อม หรือนักทำ ถึงเวลา “ลงมือ” ออกแบบ ทำ/ให้/รอด ไปด้วยกันไม่ต้องรอฮีโร่.. ไม่ต้องรอความหวังจากใครถึงเวลาลงมือทำ เพื่อวันนี้และวันข้างหน้าของพวกเราทุกคนS – Secure Domestic ผลักดันสู่มาตรฐานใหม่ ปลุกกระแสตลาดในประเทศ“Secure Domestic” คือการสร้างฐานรากให้มั่นคง แล้วผลักดันมาตรฐานของงานออกแบบไทยให้แข็งแรงขึ้น พร้อมยกระดับตลาดในประเทศให้คึกคัก เมื่อคนไทยเห็นคุณค่าของงานออกแบบไทย และเลือกใช้ผลงานของคนไทยมากขึ้น เศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็จะกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศแนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปถึงการออกแบบที่ช่วยพัฒนาเมืองและสังคมให้ดีขึ้น เพื่อให้เราทุกคนพร้อมก้าวต่ออย่างมั่นคงในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาO – Outreach Opportunities สร้างโอกาสใหม่ เชื่อมความร่วมมือ บุกเวทีโลกหาก “Secure Domestic” คือรากฐานที่มั่นคง “Outreach Opportunities” ก็เหมือนกับกิ่งก้านที่ยื่นออกไปสู่โอกาสใหม่ ๆ บนเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์แบบไทยแต่ตอบโจทย์คนทั่วโลก การจับมือกับแบรนด์หรือสถาบันต่างประเทศ ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรมข้ามพรมแดนทั้งหมดนี้ก็ทำให้เห็นว่าการออกแบบไม่เคยถูกจำกัดอยู่ในกรอบวัฒนธรรมเดียว แต่คือภาษาสากลที่ทุกคนเข้าใจได้ และเป็นพลังให้โลกหันกลับมามองศักยภาพการออกแบบของไทยในฐานะศูนย์กลางงานออกแบบแห่งเอเชียอย่างแท้จริงS – Sustainable Future ค้นหาทางรอดใหม่ให้วันข้างหน้า พร้อมรับมือทุกความท้าทายการออกแบบที่ดีไม่เพียงตอบสนองต่อปัจจุบัน แต่ต้องมองไกลไปถึงอนาคต Sustainable Future คือการใช้ดีไซน์เป็นแนวหน้า สร้างทางรอดใหม่ให้ชีวิต เมือง และโลก เพื่อให้เราพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายที่รออยู่ในวันข้างหน้าอย่างมั่นใจและมั่นคง“การออกแบบ” ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่คือพลังที่ขับเคลื่อนผู้คน เมือง ธุรกิจ และโลกให้ก้าวต่อไป ถึงเวลาปลุกพลังสร้างสรรค์ให้กลายเป็นการลงมือทำ เปิดพื้นที่ให้ทุกไอเดียเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าคุณจะเป็นนักคิด นักฝัน นักออกแบบ หรือนักทำ
12 พ.ย. BBBB
A conversation with Sarawut Panhnu, designer of the Bangkok Design Week 2026 Key Visual
“ความเป็นไทย” คอนเซปต์ภาพจำชัดที่เราต่างคุ้นตากันเป็นอย่างดี แต่ในภาพจำนี้กลับเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ท้าทายคนออกแบบมาโดยตลอด เพราะสิ่งที่มักจะถูกถามตามหลังมาเสมอก็คือคำว่า “ไทยแบบไหน?” ไปจนถึง “ไทยอย่างไรให้แตกต่าง?” และเมื่อโจทย์นี้กลายมาเป็นคีย์หลักร่วมกับธีม ‘DESIGN S/O/S’ ของ Bangkok Design Week 2026 ก็ทำให้เราอยากรู้ทันทีว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบ Key Visual ของเทศกาลฯครั้งนี้อย่าง ‘กอล์ฟ – สราวุฒิ ปานหนู’ เขามีกระบวนการคิดและตีความโจทย์นี้ออกมาอย่างไร วันนี้ เราเลยชวนคุณกอล์ฟมาพูดคุยถึงเบื้องหลังการออกแบบ Key Visual ของ Bangkok Design Week 2026 ตั้งแต่การตีความโจทย์ DESIGN S/O/S ที่เขามองว่าเป็นการ ‘ส่งสัญญาณปลุก’ ไปจนถึงการผนวกรวมสไตล์ ‘ไทยป็อป’ ที่เขาถนัด เข้ากับกระบวนการทำงานดีไซน์ ที่เขาออกตัวว่านี่คือการออกแบบ Key Visual อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกผู้สัมภาษณ์: ก่อนจะคุยกันเรื่อง Key Visual อยากชวนคุณกอล์ฟย้อนอดีตสักหน่อย คุณกอล์ฟเริ่มสนใจงานศิลปะหรือการออกแบบตั้งแต่เมื่อไรคุณกอล์ฟ: น่าจะสมัยมัธยมต้นเลยครับ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองชอบวาดรูป แต่ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรต่อ จนกระทั่งผมย้ายจากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่ลพบุรีจังหวัดบ้านเกิดแล้วพบว่า โรงเรียนสายอาชีวะที่นั่นมีการเปิดสอนสาขาวิจิตรศิลป์ด้วย ผมเลยเลือกเรียนสาขานั้นครับ จากนั้นก็มาต่อที่วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ โดยยังคงเลือกเรียนจิตรกรรมไทยประเพณีเหมือนเดิม ผู้สัมภาษณ์: จากคนทำงานจิตรกรรมไทยประเพณีมาก่อน คิดว่าปัจจุบันเอกลักษณ์ในงานของคุณกอล์ฟเป็นแบบไหนคุณกอล์ฟ: ผมเรียกมันว่า “ไทยป๊อป” ครับ เพราะเป็นงานที่มีความป็อป สดใส และร่วมสมัย แต่ยังแอบซ่อนความเป็นไทยอยู่ในรายละเอียดของลวดลายหรือองค์ประกอบ บางชิ้นก็มีลูกเล่นเสียดสี หรือแอบเซอร์เรียลนิด ๆ ตามอารมณ์และบริบทของวันนั้น ถ้าเป็นงานส่วนตัว ผมจะเล่าเรื่องชีวิตประจำวันของตัวเองเลย เอาเหตุการณ์หรือความรู้สึกเล็ก ๆ มาจัดวางอยู่ในภาพหนึ่ง พอจบภาพนั้นก็เริ่มเรื่องใหม่ต่อไป เหมือนบันทึกชีวิตผ่านจิตรกรรมครับจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมหันมาทำงานสไตล์นี้หลังจากเรียนจิตรกรรมไทยประเพณีมานาน เกิดขึ้นเมื่อช่วงเจ็ดปีก่อน ตอนนั้นผมย้ายกลับไปที่ลพบุรีแล้วสภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนหมดเลยครับ จากเดิมที่เคยทำงานบูรณะจิตรกรรมในกรุงเทพฯ แต่พอกลับบ้านไปกลับไม่มีวัดให้ทำงานบูรณะเหมือนเดิม เพราะส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของทางกรมศิลป์มากกว่า ประกอบกับช่วงนั้นผมได้กลับมาเจอกลุ่มเพื่อนเก่าสมัยเรียน ทั้งเพื่อนสายเทคนิค เพื่อนที่ทำงานสตรีท พ่นกำแพง หรือทำเพนต์เทรนดี้ ๆ ผมสังเกตว่าทุกคนต่างทำงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องราวของตัวเอง พออยู่ไปเรื่อย ๆ เราก็เริ่มซึมซับบรรยากาศรอบตัวจนรู้สึกว่าอยากลองเล่าเรื่องราวของตัวเองบ้าง อยากให้ศิลปะมันสะท้อนชีวิตที่เรากำลังใช้จริง ๆ บ้าง ก็เลยเริ่มทดลองเปลี่ยนแนวทางงาน จับสิ่งที่เราชอบมาตีความใหม่ เช่น การ์ตูน หนังสือ หรือเพลงที่เคยฟังตอนเด็ก ๆ รวมกับเทคนิคการเขียนไทยที่เราเรียนมาจากเพาะช่างฯ ซึ่งเป็นสายจิตรกรรมไทยประเพณีแบบโบราณ ก็เลยได้ทั้งฐานเทคนิคแน่นและพื้นที่ให้เล่นสนุกมากขึ้นผู้สัมภาษณ์: แล้วคุณกอล์ฟเริ่มจับงานออกแบบตั้งแต่เมื่อไรคุณกอล์ฟ: ผมเคยออกแบบปกอัลบั้มเพลงอยู่บ้างครับ แต่จริง ๆ มันไม่ได้ถึงขั้นออกแบบทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการทำอาร์ตเวิร์กร่วมกับทีม อย่างของ ภูมิ วิภูริศ หรือของวง H 3 F รวมถึงฉากเปิดของซีรีส์เรื่อง สาธุ ด้วยครับ ตอนนั้นงานของผมยังเป็นเพนต์ติ้งล้วน ๆ อยู่เลย เรียกว่าวาดบนผ้าใบทั้งหมด ไม่มีงานดิจิทัลเลย พอวาดบนผ้าใบเสร็จแล้วค่อยสแกนความละเอียดสูงส่งต่อให้ทีมงานเอาไปจัดการต่อในขั้นตอนหลังหลังจากนั้นก็เริ่มมีแบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาติดต่อให้ทำงานร่วมกัน ผมเลยต้องเริ่มปรับตัว เพราะงานเพนต์บนผืนผ้าใบมันไม่ค่อยตอบโจทย์เวลาเอาไปใช้กับงานแบรนด์เท่าไร เขาต้องใช้ไฟล์แบบเวกเตอร์หรือดิจิทัล เพื่อจะได้ขยายขนาดและใช้งานต่อในหลายพื้นที่ได้ง่ายขึ้น เลยเริ่มหัดทำงานดิจิทัลจากตรงนั้นครับตอนแรกก็เริ่มจากการลองวาดใน iPad ก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับมาใช้โปรแกรมทำไฟล์เวกเตอร์จริงจังมากขึ้น ช่วงนั้นก็มีเพื่อน ๆ มาช่วยแนะนำเทคนิคด้วยครับ ก็เลยค่อย ๆ พัฒนาจากงานเพนต์ติ้งบนผ้าใบ มาสู่งานดิจิทัลที่ยังคงกลิ่นอายของฝีแปรงและความรู้สึกแบบงานเพนต์อยู่ผู้สัมภาษณ์: แปลว่านี่เป็นครั้งแรกที่คุณกอล์ฟได้ออกแบบ Key Visual เลยใช่ไหมคุณกอล์ฟ: ไม่ใช่งานแรกที่เคยทำครับ แต่ถือเป็นครั้งแรกที่ทำอย่างจริงจังเต็มรูปแบบขนาดนี้ ผู้สัมภาษณ์: คำว่า Key Visual ในมุมมองของคุณกอล์ฟเป็นแบบไหนคุณกอล์ฟ: จริง ๆ ผมต้องกลับไปทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรียกว่า Key Visual เยอะมากเลยครับ ตามความเข้าใจของผม ผมมองว่าการทำสิ่งนี้คือการสร้างภาพรวมของธีมงานหรือออกแบบอารมณ์หลักของโปรเจกต์ และด้วยความที่เราไม่ได้โตมาแบบดีไซเนอร์ กระบวนการคิดของผมเลยต่างจากคนทำงานออกแบบมาตั้งแต่แรก ก็เลยทำงานในแบบตัวเองก่อน คือออกแบบและวางโครงภาพหลักทั้งหมดตามความเข้าใจของเราจากนั้นก็หาเพื่อนที่เป็นดีไซเนอร์มาช่วยกัน คือเขาจะเข้ามาจัดองค์ประกอบ กราฟิก และการปรับรายละเอียดให้เข้าที่ มาบอกเราว่าพาร์ทนี้ควรอยู่ตรงไหน อันไหนควรเพิ่ม อันไหนควรลด กระบวนการนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้จากเพื่อนที่เป็นกราฟิกดีไซเนอร์มืออาชีพมากขึ้นว่า โลกของงานออกแบบจริง ๆ เขาทำงานกันอย่างไร คิดแบบไหนผู้สัมภาษณ์: พอได้รับโจทย์ ‘DESIGN S/O/S’ คุณกอล์ฟตีความคอนเซปต์นี้อย่างไร และคิดอย่างไรกับคอนเซปต์นี้บ้างคุณกอล์ฟ: ตอนเห็นโจทย์ DESIGN S/O/S ครั้งแรก ผมรู้สึกว่ามันพูดถึงการส่งสัญญาณปลุกมากกว่า เหมือนเป็นการส่งเสียงกระตุ้นให้นักออกแบบไทยลุกขึ้นมาคิดและสร้างสรรค์อะไรบางอย่างในแบบของตัวเอง และคนแรกที่ได้รับสัญญาณนั้นก็คือผมเอง ผมก็เลยคิดว่า เอาล่ะ งั้นเราต้องปลุกความคิดสร้างสรรค์ในตัวเราออกมา เริ่มจากสิ่งที่เรามีคือเอาความเป็นไทยมาต่อยอด เพื่อสร้างสิ่งใหม่จากรากความเป็นไทยที่เรารู้จักผู้สัมภาษณ์: คุณกอล์ฟคิดว่า ในวันที่โลกหมุนเร็วและเต็มไปด้วยความท้าทาย ‘การออกแบบ’ เป็นเครื่องมือและพลังที่จะช่วย ‘ทำ/ให้/รอด’ อย่างไรได้บ้างคุณกอล์ฟ: ถ้าพูดถึงคำว่ารอดในโลกยุคนี้ ผมเชื่อว่าดีไซน์เป็นสิ่งจำเป็นกับชีวิตเรามาตลอด เราอยู่กับมันตั้งแต่จำความได้ ทั้งในสื่อโฆษณา ศิลปะ ไปจนถึงของใกล้ตัวอย่างแก้วกาแฟ ทุกอย่างคือดีไซน์หมด เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากรอดในโลกปัจจุบัน เราต้องเข้าใจคำว่าดีไซน์จริง ๆตอนนี้การมีอยู่ของโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ทำให้ความเชยหายไปหมดแล้ว ทุกอย่างขยับเข้าสู่โลกของดีไซน์มากขึ้น ผมคิดว่าคนยุคนี้แทบทุกคนเข้าใจเรื่องเทสต์ เข้าใจเทรนด์ และเข้าถึงดีไซน์ได้ง่ายมาก ๆ จากชีวิตประจำวัน บางทีอาจจะมากกว่าผมด้วยซ้ำ เพราะแค่เปิดมือถือก็เห็นแรงบันดาลใจเต็มไปหมด โลกมันพาเราไปอยู่ในบรรยากาศของดีไซน์โดยไม่รู้ตัว และผมว่าสิ่งนี้แหละครับคือเหตุผลที่ดีไซน์คือทางรอดผู้สัมภาษณ์: คุณกอล์ฟคิดว่า ‘ความเป็นไทย’ คืออะไร คุณกอล์ฟ: สำหรับผม ความเป็นไทยคือสิ่งใกล้ตัวครับ ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลออกไป มันอยู่ในบริบทของชีวิตประจำวันของเราทั้งหมด ถ้าเราไปพยายามหยิบอะไรที่มันไกลตัวเกินไป บางทีมันจะกลายเป็นของที่เราไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันจริง ๆ และความเป็นไทยที่อยู่ใกล้ตัวผมก็คือลายไทย หนึ่งในสัญลักษณ์ของความเป็นไทย มันอยู่รอบตัวเรา อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เราเห็นมาตลอดชีวิต ผู้สัมภาษณ์: ถ้าอย่างนั้นความเป็นไทยของคุณกอล์ฟเป็นรสชาติแบบไหนคุณกอล์ฟ: ผมว่าคงเป็นรสเรนโบว์ครับ (หัวเราะ) คือมันมีหลายรสชาติในตัวเอง ตอนนี้อาจจะเป็นรสนี้ แต่ปีหน้าอาจจะเปลี่ยนไปอีก เพราะงานของผมมันไม่เคยตายตัว มันเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและบริบทของสังคม เหมือนรสชาติชีวิตที่บางทีก็หวาน ขม หรือเผ็ดขึ้นเรื่อย ๆ แต่สำหรับตอนนี้ งานนี้ ปีนี้ ผมว่าน่าจะเป็นรสเรนโบว์ สดใส หวาน นัว ๆ สนุก ๆ หน่อยครับผู้สัมภาษณ์: ก่อนเริ่มออกแบบ คุณกอล์ฟมีวิธีตีโจทย์ ‘DESIGN S/O/S’ ให้เชื่อมกับ ‘ความเป็นไทย’ อย่างไรบ้างคุณกอล์ฟ: ก่อนเริ่มงานนี้ผมได้รีเสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับงานของปีที่แล้วครับว่าเขาเล่นในมุมไหนไปแล้วบ้าง เพราะปีที่แล้วเขาก็พูดถึงความเป็นไทยไปพอสมควร ปีนี้ผมเลยอยากตีความในมุมของตัวเองมากขึ้น เอาความเป็นไทยที่ผมอยู่กับมันมานานกว่าสิบปี ทั้งลวดลาย วัฒนธรรม หรือบรรยากาศของผู้คนรอบตัวมาดัดแปลงให้ร่วมสมัยขึ้น แล้วใส่ความเป็นผมลงไป เพื่อให้มันสนุกขึ้น และยังเชื่อมกับสังคมรอบข้างในตอนนี้ด้วยครับ ผู้สัมภาษณ์: จากการตีความสู่การออกแบบจริง ช่วยเล่ากระบวนการดีไซน์คอนเซปต์นี้ให้ออกมาเป็น Key Visual ให้ฟังหน่อยได้ไหมคะคุณกอล์ฟ: ผมเริ่มจากการรีเสิร์ชคำว่าดีไซน์ก่อนเลย (หัวเราะ) อย่างที่เล่าไป คือผมไม่ได้โตมากับงานดีไซน์โดยตรง พอศึกษาไปก็พบว่าดีไซน์คือการวางแผนชีวิตในแบบหนึ่ง มันเลยทำให้ผมมองกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองแห่งการดีไซน์ผ่านเรื่องราวของผู้คนมากมายหลายอาชีพ ผมเลยหยิบภาพเหล่านี้มาใส่ใน Key Visual และใช้มุมมองแบบของผมเองใส่ความเป็นไทยเข้าไปในงานด้วยถ้าสังเกตทุกคนจะเห็นว่าใน Key Visual มีลายไทยซ่อนอยู่ แต่ไม่ใช่แบบตรงไปตรงมา มันแฝงอยู่ในองค์ประกอบของภาพ เหมือนกับในอดีตที่ลวดลายเหล่านี้เคยแฝงอยู่ในบริบทของสังคมไทยอยู่แล้ว ผมแค่นำมาดัดแปลงใหม่ให้อยู่ในภาษาร่วมสมัยมากขึ้น กระบวนการทำงานก็จะเริ่มจากผมคิดคอนเซปต์และสเก็ตช์องค์ประกอบหลัก ๆ ออกมา แล้วค่อยจัดเรียงกับทีมดีไซเนอร์มืออาชีพอีกสองคน เพื่อให้ทุกอย่างออกมาเป็น Key Visual ที่ลงตัวที่สุดครับผู้สัมภาษณ์: ใน Key Visual ครั้งนี้ มีคาแรกเตอร์ตัวไหนที่คุณกอล์ฟชอบเป็นพิเศษไหมคะ คุณกอล์ฟ: จริง ๆ ไม่มีคาแรกเตอร์ตัวไหนที่ผมชอบเป็นพิเศษเลย เพราะทั้งหมดคือผู้คนในพื้นที่สร้างสรรค์ของเมืองไทยที่มีชีวิตอยู่จริง ๆ ไม่ใช่ตัวละครสมมติครับ ผมเลยชอบทุกคน (หัวเราะ) ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นลายไทยผุดขึ้นมาจากพื้นหรือองค์ประกอบต่าง ๆ ในภาพ ดังนั้นถ้าจะบอกว่าอันไหนคือคาแรกเตอร์ก็คงจะเป็นลายไทยนี่แหละครับที่เป็นคาแรกเตอร์ของงานนี้ แต่ถ้าจะให้พูดถึงองค์ประกอบที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจ ก็อาจจะเป็นภาพของ ‘คนวิ่ง’ ครับ มันดูเข้ากับยุคนี้ดี เป็นภาพของการเคลื่อนไหว การมีชีวิต สะท้อนถึงการออกแบบที่ไม่ได้อยู่แค่ในชิ้นงาน แต่อยู่ในวิถีชีวิตของคนทุกคนครับผู้สัมภาษณ์: สุดท้ายนี้ อยากให้คุณกอล์ฟทิ้งท้ายถึงคนที่จะมางาน Bangkok Design Week 2026 ครั้งนี้หน่อย คุณคิดว่าพวกเขาจะได้เจอกับอะไรบ้างคะคุณกอล์ฟ: ผมว่าทุกคนจะได้เจอกับผลงานสนุก ๆ และได้สัมผัสรสชาติของความเป็นไทยในแบบที่อาจไม่เคยเห็นมาก่อน มันอาจจะเป็นรสชาติใหม่ ซึ่งบางคนอาจชอบ บางคนอาจไม่ชอบ ก็ไม่เป็นไรเลยนะครับ เพราะผมมองว่ามันควรจะเปิดพื้นที่ให้คนได้รู้สึกต่างกันอย่างสบายใจ ส่วนปีหน้ารสชาติของเทศกาลนี้ก็อาจจะเปลี่ยนไปอีก แต่สิ่งที่ผมคิดว่าไม่เปลี่ยนไปแน่ ๆ ก็คือความสนุกของการได้สร้างสรรค์และได้เห็นสิ่งใหม่ ๆ ในทุกปีครับ#BKKDW2026#BangkokDesignWeek#DESIGNSOS
08 พ.ย. BBBB
Announcement of Participant
Announcement of Participantประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมจัดเทศกาลฯBangkok Design Week ขอบคุณนักสร้างสรรค์ทุกท่านที่สนใจสมัครเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลงานออกแบบฯ เพื่อขับเคลื่อนวงการออกแบบและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโตไปด้วยกันรายชื่อผู้เข้าร่วมจัดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 (Bangkok Design Week 2026)ผู้สนับสนุนเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 (Supporter)EM DISTRICTMarc Jacobs ______________________________________ผู้แทนผู้ขับเคลื่อนย่าน เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 (District Host)ย่านปากคลองตลาด: บริษัท สเปลนเดอร์ โซลิส จำกัด (Splendour Solis Co.,Ltd.)ย่านพระนคร: บริษัท ออพพอร์ทัส จำกัด (OPPORTUS CO., LTD.)ย่านบางลำพู-ข้าวสาร: บริษัท สนใจ เฮาส์ จำกัด (Sonjai House Co., Ltd.)______________________________________ผู้ร่วมจัดโปรแกรม (Program Partner)• Exhibition (การจัดแสดง)พื้นที่เทศกาลฯ (Festival Venue)103PAPER SHOPA440 Sound LabABSOLUTE BEGINNER CO.,LTDArisara StudioaRoundPBanglamphu everythingbendi-BANGKOKcc.studioCerebrum DesignCommunity Architecture by ArchSUCreative Economy AgencyDECIDEKIT x Humans of Flower Market by ArchSUDek Korat x Pratintip Artist DEmark AWARD, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)Design PLANTEA-CREmbassy of Italy—Italian Cultural InstituteEphemeral SoundsEuangarayaFall Studio Fascinating Bangkok – Art Empowers Enterprises [CHINA]/Nanhai Youth Chamber of Commerce & RUI+ Digital Culture InnovaFlower BloomFlower GardenFriends Making WorkGola GalleryHomework fabricHong Kong in Venice 2025 Roving ExhibitionHumans of Flower Market by ArchSU x PGVIS x WeParkKOLABLee X Kenji X MarkLive Life Detailmarionsiam, AVNWS (THAILAND) CO.,LTD.MEXmflex factoryMitt Mind TreeMoong PattanaMUNIENulty Lighting Design ConsultantsOne to ThreeOpenschoolParnak StudioPART HardwarePBBO X Farmgroup X Veig X HannPDMBRANDPHAYANCHANAPor Laew DeePrem.artisticRERUNNRTUS-BangkokSchool of Architecture, Art, and Design – KMITL, KMITL x Monash UniversitySHERPUBLIQSplendour SolisSUPERNATURESSUTO x Banglamphu EverydayTemple of DuskThan-T x ChoraleeTHINKK TogetherTwinehideViaBusพื้นที่ของตนเอง (Your Own Venue)333Gallery608 GalleryABAC Architecture + Design, Assumption Universityadot°Alexander LamontATT19BANGBAMRUSTUDIOBangpho Creative CommonsBangkok TwinCharoen Life Charoen Ratclick!, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มธ.CODE LifestyleCrystal Design CenterDesign Driven Innovation, FabLab BangkokDesigner of the Year, Faculty of Decorative Arts, Silpakorn UniversityEyedropper FillFaculty of Decorative Arts, Silpakorn University (คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร)Farm to Table Fascinating Bangkok – Art Empowers Enterprises [CHINA]Floorament x co-incidence.process.coffeeFlying Fish Coffee CompanygalvaniiGump’s Cross x Canvas and coi+mARCH, Master of Architectural Design, Chulalongkorn UniversityJingshu YingKitt.Ta.KhonKnuckle OliveKoyori Project 2025LivelyhoodMadskill BangkokMahanak AllyMEA SPARK พิพิธภัณฑ์การไฟฟ้าไทยMMAD GalleryMobella GalleriaMontien Hotel Surawong BangkokNeighbourmart x CEANKUST x SU in Partnership with OneBangkok OIC, Mojito EntertainmentOLD DAISY CAFEOp-portusP.tendercoolPakklong Market (2552) Company Limited POMEProject77RTUS-BangkokSchool of Architecture and Design (KMUTT)Sewing Machine MuseumShma x we!parkSilpacheep, Faculty of Decorative Arts, Silpakorn UniversitySingdes Thaicra, Center of Innovation for Society (CIS)Sriwiang GallerySuankularb Wittayalai SchoolSumphat GallerySwinghoodTaiwan Creator AroundThe AA Visiting School BangkokThe XYZ art and culture centerUrban AllyVertierWastemattersWater Sensitive Cities Australia Monash Universitywe!parkXD49 LimitedWomen and Men Progressive Movement Foundation (WMP)เลาะมูลลงโขง, คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Broduction___________________________________• Talk (เสวนา) พื้นที่เทศกาลฯ (Festival Venue)BOP Buddy Of ParentsDesign PLANTIALD Southeast AsiaLUKYANGSteve Leung Design Group Ltd.TTALABพื้นที่ของตนเอง (Your Own Venue)A49Floorament x co-incidence.process.coffeeGame Dev HubKnuckle OliveSchool of Architecture and Design (KMUTT)Splendour Solis___________________________________• Workshop (เวิร์กช็อป) พื้นที่เทศกาลฯ (Festival Venue)Chula x UQ Fascinating Bangkok: Art Empowers EnterprisesIkebana S/O/S Workshop + ExhibitionLUKYANGMission EarthNulty Lighting Design ConsultantsratiSAGAWSHERPUBLIQSplendour SolisTHINKK STUDIOYIMSAMERพื้นที่ของตนเอง (Your Own Venue)Bangkok Community RadioBanglumphu EverythingFlooramentGachaGlasglow HomedecorGump’s Cross x Analog Sky FlowIsan Wellness SoundscapeKlongsan Makelamunlamai.craftstudioSriwiang GalleryThe Roots Routes ___________________________________• Event (อีเวนต์) พื้นที่เทศกาลฯ (Festival Venue)BUCA – Bangkok Urban Cycling AllianceCreative House By CEAFascinating Bangkok – Art Empowers Enterprises [CHINA]Flower RunFlower WalkPlayerfromneighborPor Leaw Deeพื้นที่ของตนเอง (Your Own Venue)art4dBanglumphu EverythingBrass Forward: A Decade of MasayaCloud 11 X Documentary ClubDepartment of Industrial Design, Faculty of Architecture, Chulalongkorn UniversityELPA SHAWEntertainment ProjectFaculty of Decorative Arts, Silpakorn University (คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร)FlooramentFoundation for child developmentGor.Gor.Nor.Group x WIPGump’s Cross x EkarIsan Wellness SoundscapeKnuckle OliveMarshall LivehouseMic-macOo La LabPGVIMPhilippine Fashion ShowcasePlay SpaceRTUS-BangkokStorywiseTeam Song Wat Board GameUNESCO___________________________________• Tour (ทัวร์) พื้นที่ของตนเอง (Your Own Venue)Banglumphu EverythingFaculty of Tourism And Hospitality, Dhurakij Pundit UniversityICONSIAM x BMA x Op-portus x Urban AllyPhra Nakorn SaejengRTUS-BangkokTermStationTHEPLOCATIONThe Roots Routesพื้นที่อิ่มสุข (Women and Men Progressive Movement Foundation (WMP))ริทัศน์บางกอก x เม้าตึก___________________________________• ดนตรีและการแสดง (Music & Performing)พื้นที่เทศกาลฯ (Festival Venue)Do A Lot TeamFascinating Bangkok : Art Empowers Enterprisesพื้นที่ของตนเอง (Your Own Venue)Cornea Cochlear Club & Entertainment ProjectIsan BoyMarshall Livehouseฉายอรุณ CHAI – ARUN ___________________________________• ตลาด (Market)พื้นที่เทศกาลฯ (Festival Venue)1DADA.luckydoggsABEARABLEAELINE CAG47 STUDIOaircraft colaApicchaAri Modular ArtsaveworldBaan Maew MaewBailey BlossomBangOnBASIC TEEORYBlunder StudioCaliiicoCapyperCASOCat Me FiveCharm-learn studioCHECQO.Chofa StudioCLYTIECOMMACOSUNEarl’s LabFeiphet FlawershowerGalagaluiGlasglow HomedecorGOODAFTERNINEGump’s CrossHOM MATABAImluck.inboxStreetwearJIIRA KH EDITIONS (KICK IT TO THE HIGHWAY)KUSULiiktaLily.JoyLocal Made GoodsMachii MonsterMAKINDI TAKOYAKIMAMADManyMuchMoreMarionsiamMAT ARCHERMeMiann StudioMl3printMonjeed – Juice Meets JoyMormormorMr.OmeletORITHAIPeachfulPHAYANCHANAPica StationeryPLAYPlay a lotPloenjaiPoetiqRESINDROMERock Me JewelrySADSANDT Sedar.WSeptem 3D Printed Fashionsmall things matterSONITESpirulina SocietyStudio ToapoSummerstuff.marineTAKIThaCHATRA (ธฉัตร)The PeridotThe Salary DuckTofu FightingTourniqueTTwenty.two.aprilTwo in RowVenacavaWA.Sculpture StudioWastemattersYee Sib EdYume houseZEBRAZZomjeen handmadeคาราเมรุxอ้อยใจชงกะบ๊วยดมตะใจกล้า บ้าบิ่นพื้นที่ของตนเอง (Your Own Venue)Knuckle OliveMarshall LivehousePM Studio x SONJAI HOUSEสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมจัดเทศกาลฯ ได้ที่อีเมล program.bkkdw@cea.or.th ———————Bangkok Design Week 2026Design S/O/S29 Jan – 8 Feb 2026.#BKKDW2026#BangkokDesignWeek#DesignSOS
01 พ.ย. BBBB

