BANGKOK DESIGN WEEK 2024, 27 JAN–4 FEB

อัพเดทและเที่ยวชมงาน

รู้จักย่านสร้างสรรค์ ก่อนงาน BKKDW2024 : ย่านอื่นๆ

รู้จักย่านสร้างสรรค์ ก่อนงาน BKKDW2024 : ย่านอื่นๆอีกหลากหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ที่เริ่มลงมือ ‘ทำ’ เพื่อสร้างสรรค์ให้เมืองยิ่งดี‘กรุงโรม’ ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด ‘ย่านสร้างสรรค์’ ก็ไม่ได้สร้างเสร็จได้ในปีเดียวเช่นกัน ดังนั้นอีกหนึ่งกลุ่มโปรแกรมที่ถึงแม้จะไม่ได้รวมตัวกันเป็นย่าน แต่เราอยากชวนให้จับตามองไม่แพ้กัน ก็คือกลุ่มโปรแกรมที่ 16 หรือ ‘ย่านอื่นๆ’ ซึ่งเป็นการรวบรวมโปรแกรมจากหลากหลายศิลปิน นักสร้างสรรค์ สตูดิโอ ผู้ประกอบการ และสถานที่ต่างๆ ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่เริ่มต้นตบเท้าเข้าสู่สนามทดลองแห่งนี้เพื่อเปลี่ยนไอเดียมากมายให้กลายเป็นจริงเพราะโปรแกรมที่คุณจะได้เห็นในครั้งนี้ อาจเป็น day one ที่สำคัญของหลายๆ โปรเจกต์ สิ่งที่นักสร้างสรรค์ทุกคนจากทุกๆ พื้นที่ต้องการมากที่สุด ในช่วงเวลานี้ ก็คือ Feedback จากผู้ชมที่พวกเขาสามารถนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาผลงานต่างๆ เหล่านี้ให้ดีขึ้นได้นั่นเอง ดังนั้นหลังจากที่ได้ไปทำความรู้จักกับเบื้องลึกเบื้องหลัง แรงบันดาลใจ และโปรแกรมต่างๆ ของย่านสร้างสรรค์ทั้ง 15 ย่านกันไปแล้ว วันนี้เราอยากชวนมาปิดท้ายกันที่นี่เพราะ Bangkok Design Week คือสนามทดลองไอเดียสร้างสรรค์ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนคลิกเพื่อดูโปรแกรมทั้งหมดของย่านอื่นๆ ที่นี่ : www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program?nbh=284 –Bangkok Design Week 2024Livable Scapeคนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี27 Jan – 4 Feb 2024#BKKDW2024#BangkokDesignWeek#LivableScape

ข่าว PR งานเปิด

เริ่มแล้ว!! “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567”ชูแนวคิด ‘Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี’ ยกระดับต้นแบบการพัฒนาเมือง กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศเปิดอย่างเป็นทางการแล้วกับ “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567” หรือ “Bangkok Design Week 2024” (BKKDW2024) ภายใต้ธีม ‘Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี’ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ใน 15+ ย่านทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 พร้อมกิจกรรมกว่า 500 โปรแกรม คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 350 ล้านบาท นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศไม่น้อยกว่า 300,000 คน ผ่านงานออกแบบหลากหลายศาสตร์ ซึ่งถูกคิดมาเพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ ‘น่าอยู่’ ‘น่าลงทุน’ และ ‘น่าเที่ยว’ ยิ่งขึ้น พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสร้างต้นแบบการพัฒนาเมืองของกรุงเทพมหานครต่อไปโดยในพิธีเปิดเทศกาลฯ (27 มกราคม 2567) ได้รับเกียรติจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร. อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกนายกรัฐมนตรี นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และ ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่วมเปิดงานนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การได้เห็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และพลังสร้างสรรค์ของคนจากหลากหลายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มากกว่า 2,000 คน มาร่วมมือกันจัดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทุกฝ่ายช่วยกันขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างมูลค่าให้แก่สินค้าและบริการ ด้วยการประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่ช่วยต่อยอดสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม อันจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันของธุรกิจไทยในระดับสากล“การจัดเทศกาลฯ ในปีที่ 7 นี้ ทำให้เราได้เห็นภาพของการใช้เทศกาลงานออกแบบสร้างสรรค์ เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมอุตสาหกรรมและผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตและขยายไปสู่ต่างประเทศ อันจะช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ทำให้ผู้บริโภคในตลาดโลกมีความสนใจและต้องการซื้อสินค้าและบริการสร้างสรรค์ของไทยมากขึ้น ฉะนั้นงานนี้จะเป็นพลังให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยต่อไป” นายเศรษฐา กล่าวดร. อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า การจัดเทศกาลฯ ในทุก ๆ ปีที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และนำไปสู่การพัฒนาองค์ประกอบสำคัญของการสร้างนิเวศแห่งความสร้างสรรค์ อันได้แก่ ธุรกิจ ผู้คน และพื้นที่ โดยการจัดงานทั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมา ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 1,948 ล้านบาท นอกจากนี้ เทศกาลฯ ยังได้รับการบรรจุไว้ในปฏิทินกิจกรรมของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการผลักดันให้กรุงเทพฯ เติบโตในฐานะเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก สาขาการออกแบบ หรือ Bangkok City of Design อีกด้วย“เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ จึงทำหน้าที่เป็น ‘แพลตฟอร์ม’ ที่สื่อสารเรื่อง ‘คน ธุรกิจ ย่าน และเมืองสร้างสรรค์ ไม่ใช่ ‘อีเวนต์’ ที่จัดขึ้นแล้วจบไป แต่มีการนำเสนอความคิดและการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยรวมไอเดียจากนักสร้างสรรค์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในปีนี้ CEA ได้พัฒนาขึ้นร่วมกับกรุงเทพมหานคร กับการมอบโจทย์จริง ‘HACK BKK’ เพื่อให้กลุ่มนักสร้างสรรค์ได้ทดลองออกไอเดียแก้ปัญหาเมืองจากโจทย์ที่มีอยู่จริง โดยหวังว่าแนวทางแก้ปัญหาเหล่านี้จะถูกนำไปต่อยอดและปรับใช้งานจริงในเมืองต่อไป” ดร. อรรชกา กล่าวเสริมด้านนางสาวแพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวว่า เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ภายใต้แนวคิด ‘Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี’ เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่กำลังชวนทุกคนมาร่วมกันลงมือทำ เพื่อผลักดันให้เกิดการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยไปสู่ตลาดโลก “เทศกาลฯ จึงเป็นเสมือนแหล่งรวมแนวคิดและผลผลิตใหม่ ๆ ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมของเมือง ที่เป็นเหมือนวัตถุดิบให้ภาครัฐและเอกชน ได้นำไปส่งเสริมและต่อยอดให้เข้มแข็ง และเมื่อสามารถทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ก็ย่อมจะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมีพลังดึงดูดผู้คนให้สนใจและกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมต่อตั้งแต่ระดับการค้า การลงทุน ไปจนถึงการเดินทางมาท่องเที่ยวและอยู่อาศัยในประเทศไทยมากขึ้น” นางสาวแพทองธาร กล่าว“เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567” หรือ “Bangkok Design Week 2024” (BKKDW2024) เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมือง ‘น่าอยู่’ ‘น่าลงทุน’ และ ‘น่าเที่ยว’ ที่ ‘น่ารัก’ กับทั้งผู้คนในเมือง นักลงทุน และผู้มาเยี่ยมเยือน ผ่านหัวใจสำคัญ 3 มิติ ได้แก่Hard Matters เมืองดีต่อกาย กายภาพดี เข้าถึงง่าย เชื่อมโยงผู้คน ให้อยู่สบาย มีสุขภาพดีHeart Matters เมืองดีต่อใจ ใส่ใจผู้คน กิจกรรมหลากหลาย วัฒนธรรมแข็งแรงDesign Matters เมืองออกแบบดี ชีวิตดี หัวใจในการพัฒนาพื้นที่ ชุมชน และเศรษฐกิจเทศกาลฯ นำเสนอกิจกรรมกว่า 500 โปรแกรมที่ครอบคลุมทั้งในรูปแบบการจัดแสดง (Exhibition) เสวนา (Talk) เวิร์กช็อป (Workshop) อีเวนต์ (Event) ดนตรีและการแสดง (Music & Performing) ทัวร์ (Tour) ตลาด (Market) และโปรโมชัน (Promotion) ใน 15 ย่านและพื้นที่อื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ (1) เจริญกรุง – ตลาดน้อย (2) พระนคร (3) ปากคลองตลาด (4) นางเลิ้ง (5) เยาวราช (6) หัวลำโพง (7) อารีย์ – ประดิพัทธ์ (8) บางโพ – เกียกกาย (9) วงเวียนใหญ่ – ตลาดพลู (10) เกษตรฯ – บางบัว (11) พร้อมพงษ์ (12) สยาม – ราชเทวี (13) บางกอกใหญ่ – วังเดิม (14) พระโขนง – บางนา (15) บางมด และพื้นที่อื่น ๆ ดังนี้ 1. Exhibitor Program ผลงานออกแบบในสาขาที่หลากหลายที่แก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งยังสามารถต่อยอดนำไปใช้ได้จริงอย่าง Special Project: ‘HACK BKK’ โจทย์จริงที่ท้าทายความสามารถนักออกแบบร่วมกันเสนอแนวทางและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง เป็นต้น 2. Academic Program กิจกรรมที่ส่งเสริมการแสดงศักยภาพและเตรียมความพร้อมนิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้ได้ก้าวสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างเต็มตัว 3. Business Program กิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างรายได้และการจ้างงานในรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Partnership Program และ Creative Market & Promotion ตลาดนัดสร้างสรรค์ ทั้งทางออนไซต์และออนไลน์ 4. International Program กิจกรรมสร้างเครือข่ายและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักออกแบบไทยและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และการเชื่อมต่อเพื่อขยายโอกาสให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย 5. Local Community Program โครงการพัฒนาย่านที่เน้นการลงมือทำร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ 6. Lively Program อีเวนต์สร้างความเคลื่อนไหว เติมเต็มบรรยากาศสร้างสรรค์ และเพิ่มสีสันให้กับพื้นที่ เพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้าถึงเทศกาลฯ มากขึ้น ทั้ง Music & Performing Tour และ Open House

รู้จักย่านสร้างสรรค์ ก่อนงาน BKKDW2024 : วงเวียนใหญ่ - ตลาดพลู

รู้จักย่านสร้างสรรค์ ก่อนงาน BKKDW2024 : วงเวียนใหญ่ – ตลาดพลู“ต่อยอดวัฒนธรรมฝั่งธนฯ ด้วยการเชื่อมโยงคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่บนพื้นที่สองย่านที่เชื่อมกันด้วยเส้นทางรถไฟ”‘วงเวียนใหญ่’ ย่านประวัติศาสตร์อันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชาวไทยและชาวจีนบริเวณพื้นที่ฝั่งธนบุรีมาอย่างยาวนาน และ ‘ตลาดพลู’ ย่านอาหารการกินเก่าแก่ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ตลาดและสถานีรถไฟซึ่งคึกคักไปด้วยร้านเด็ดตลอด 24 ชั่วโมง สองพื้นที่เชื่อมต่อที่โดดเด่นในเรื่องของสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งของคนในย่าน คือหนึ่งในสนามโชว์ฝีมือของนักออกแบบในงาน Bangkok Design Week ในครั้งนี้ความท้าทายที่ย่านสร้างสรรค์เก่าแก่อย่างวงเวียนใหญ่ – ตลาดพลู กำลังเผชิญอยู่คืออะไร และพวกเขามีแผนในการออกแบบงานเทศกาลในปีนี้ในรูปแบบไหน ‘ดร.ณัฐฐา สววิบูลย์’ จากคณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม Co-host ของ Bangkok Design Week ย่านวงเวียนใหญ่ – ตลาดพลู จะมาเล่าให้ฟังดินแดนแห่งการอยู่อาศัยที่รุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมอาหาร“จริงๆ ย่านวงเวียนใหญ่กับตลาดพลู เรื่องราวที่เป็นเรื่องเด่นๆ จริงๆ ในพาร์ตของตลาดพลู จะเป็นวัฒนธรรมในเรื่องของอาหาร ความเชื่อ วิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชน ความเชื่อของศาลเจ้า วัดวาอาราม สถาปัตยกรรม และภูมิปัญญาต่างๆ ส่วนวงเวียนใหญ่ปีที่แล้วเราพูดถึงเรื่องเครื่องหนัง การถลกหนัง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ปีนี้ก็เลยคิดว่าจะเล่ามิติของเรื่องหนังต่อไปเพื่อขยายผล”‘ย่านวงเวียนใหญ่ – ตลาดพลู’ คือย่านวัฒนธรรมอาหารแห่งฝั่งธนฯ ที่โดดเด่นด้วยประวัติศาสตร์การตั้งรกรากอยู่อาศัยที่ยาวนาน สารพันร้านอาหารเจ้าดัง รวมไปถึงการเดินทางที่สะดวกสบาย ง่ายต่อการตะลุยกิน จากการเป็นที่ตั้งของวงเวียนใหญ่ที่มีถนนสำคัญมากถึง 4 สาย คือ ถนนประชาธิปก ถนนลาดหญ้า ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน และถนนอินทรพิทักษ์ มาบรรจบกัน นอกจากนี้ยังมีทั้งสถานีรถไฟฟ้า BTS MRT และรถไฟไทยผ่านอีกด้วยด้วยองค์ประกอบที่ครบครันพร้อมทั้งการรวมกลุ่มของภาคประชาชนที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตลาดพลูดูดี, ถามฉันสิ ดิฉันคนตลาดพลู, ยังธน ฯลฯ ย่านวงเวียนใหญ่ – ตลาดพลูจึงถือเป็นอีกหนึ่งย่านสร้างสรรค์ที่มีการทำงานทำพื้นที่ในทุกๆ ระดับอย่างสม่ำเสมอรักน้อยๆ แต่รักนานๆจะเรียกตลาดพลู – วงเวียนใหญ่ว่าเป็นย่านที่ ‘เนื้อหอม’ ก็คงไม่ผิดนัก เพราะที่นี่มีผู้คนมากมายสนใจเข้ามาให้ความช่วยเหลือและทำงานด้วยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เครือข่ายภาคประชาชน องค์กร และมหาวิทยาลัยต่างๆ แต่อาจารย์ณัฐฐาอธิบายว่าสิ่งนั้นมองในอีกแง่มุมกลับไม่ได้ส่งผลดีต่อย่านมากอย่างที่คิด เพราะยิ่งคนมากมายอยากเข้ามาทำงานในย่าน ความยากคือการทำอย่างไรให้ชุมชนสามารถรันโปรเจกต์ต่างๆ เหล่านั้นต่อด้วยตัวเองได้อย่างยั่งยืน“จริงๆ ในชุมชนก็อยากทำงานต่อเนื่องนะ แต่บางทีกลุ่มต่างๆ หลายกลุ่มที่เข้ามาช่วย เขาก็เข้ามาเฉพาะแล้วแต่โครงการแต่ละโครงการไป พอหมดช่วงเวลาโครงการ คนในชุมชนก็ต้องหาทางดูแลกันต่อเอง แต่พอโครงการเยอะกว่าปริมาณที่คนในชุมชนเองดูแลไหว ชุมชนก็อาจจะขาดแรงงานหรือคนที่เข้าไปรันงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นเรื่องของงบประมาณด้วย อาจจะเป็นการรอจากภาครัฐ ความต่อเนื่องก็เลยหายไป แต่พอมีอีเวนต์ปีละหน หรือการที่เราเข้าไปทำเวิร์กช็อปเป็นระยะๆ ก็กระตุ้นได้เป็นครั้งเป็นคราว”เชื่อมชุมชนเข้ากับรายวิชา เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ของนักศึกษาอย่างยั่งยืนสำหรับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ในฐานะสถาบันการศึกษาที่ทำงานร่วมกับย่านตลาดพลูมายาวนาน อาจารย์ณัฐฐาอธิบายว่าทางทีมพยายามออกแบบการทำงานร่วมกับย่านให้เป็นระบบและมีกระบวนการมีส่วนร่วมมากที่สุด คือเริ่มต้นจากการเข้าไปรับโจทย์จากชุมชน ดีไซน์ออกมาเป็นหลักสูตรในรายวิชาเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำงานในพื้นที่จริงๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการประเมินฟีดแบ็กหลังวิชาจบเพื่อนำไปปรับปรุงรายวิชาในครั้งต่อไป และทำวนซ้ำไปเช่นนี้เรื่อยๆ“ในส่วนของนักศึกษา การเข้าไปส่วนใหญ่คือการที่เราเข้าไปรับโจทย์ก่อน เราก็มีวิชาดีไซน์ทำนิทรรศการ (exhibition) อยู่แล้ว และมีเรื่องของการทำเฟอร์นิเจอร์ เราคิดว่าเราน่าจะใช้ความรู้ที่เรามี สอนนักศึกษาด้วย เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานจริงด้วย เพราะเดี๋ยวนี้นักศึกษาก็ชอบเรียนนอกสถานที่มากกว่าในห้องเรียน ชอบที่จะลงมือทำส่วนชาวบ้านก็ได้ประโยชน์ด้วย เพราะบางทีเขาอยากทำ แต่ไม่รู้จะทำยังไง อย่างทัวร์ในย่านเขาก็เคยมีแต่ไม่ได้ถูกทำให้ต่อเนื่อง พอเรารับโจทย์มาเราก็มาดูว่า เราจะเอาเด็กกลุ่มไหนเข้าไป หรือจะบูรณาการกับวิชาไหน จะบริหารเวลาในการนำนักศึกษาไปช่วยทำอย่างไร แต่ด้วยความที่เราทำพื้นที่นี้ต่อเนื่องมาหลายปี จึงได้รับความร่วมมืออย่างดี คุ้นเคยกับคนในย่านดี ชาวบ้านในชุมชนค่อนข้างเห็นประโยชน์ของการจัดกิจกรรม ค่อนข้างได้รับความร่วมมือที่ดี และทางเขตก็น่ารัก การทำงานก็เลยค่อนข้างราบรื่น”ชวนมา ‘ทัวร์ลง’ ที่วงเวียนใหญ่ – ตลาดพลูอาจารย์ปิดท้ายด้วยการสปอยล์คอนเซปต์ของงาน Bangkok Design Week ย่านวงเวียนใหญ่ – ตลาดพลู ในครั้งนี้ว่ามาในธีม ‘ทัวร์ลง’“ปีนี้เรามาในคอนเซปต์ ‘ทัวร์ลง’ แต่เป็นคำว่าทัวร์ลงในเชิงบวก คือเราอยากจะให้มีเรื่องการเดินทางของผู้คนเข้ามาในพื้นที่ เพื่อที่จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ เช่น คนรุ่นเก่า คนที่อยู่ในย่าน คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามา และหลักๆ เลยเราอยากจะต่อยอดทุนวัฒนธรรมเดิมที่ชุมชนมีอยู่แล้ว และเปิดพื้นที่ให้คนได้เข้ามาเรียนรู้ผ่านงานออกแบบสร้างสรรค์ และในส่วนของเวิร์กช็อปเองก็จะช่วยในเรื่องของการสร้างรายได้และปลุกชีวิตให้พื้นที่ตรงนี้มีชีวิตชีวามากขึ้น” โดยกลุ่มของกิจกรรมจะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ “หนึ่งคือ กลุ่มนิทรรศการ Exhibition Intallation รวมไปถึงพวก Street Furniture ที่ตอนจบงานแล้วเราก็ยังสามารถวางไว้ให้คนในพื้นที่ใช้ต่อได้ ในพวกนิทรรศการก็จะเป็น นิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวพาร์ตตลาดพลูก็จะเล่าเรื่องวัฒนธรรมอาหาร ซึ่งตัวนิทรรศการจะอยู่ในพื้นที่ของสถานีรถไฟ เป็นแนวคิดของ ทัวร์ลงรถไฟ มาเชื่อมระหว่างตลาดพลูกับวงเวียนใหญ่ จากสถานีรถไฟก็จะมาเชื่อมกับส่วนตลาดพลู ซึ่งก็จะมีในส่วนของ Exhibition / Installation Art และ Street Furniture เลยจากส่วนตลาดพลู ก็จะเป็นส่วนของศาลเจ้า ก็จะมี Installation Art ที่พูดถึงเรื่องความเชื่อ ความมูนิดๆ ที่สามารถมาเช็กอินถ่ายรูปกันได้ ฝั่งวงเวียนใหญ่ก็จะมี Installation Art ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องเครื่องหนัง ตรงนี้เราใช้พื้นที่ตรงอุโมงค์ทางลอดที่ขึ้นมาบริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินที่คนจะชอบไปถ่ายรูป เราก็จะไปบอกเล่าเรื่องราวตรงนั้นเพื่อที่จะเชื่อมมาถึงบริเวณถนนเจริญรัถ ที่เป็นถนนสายหนัง ซึ่งตรงนี้จะมาควบคู่กับทริปเดินทัวร์ย่านที่เราได้ถามสิ อิฉันคนตลาดพลูมาเป็นคนนำเองสองคือ กลุ่มการประชุมวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ที่เราจะร่วมกับพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และใช้พื้นที่ของ มจธ. ในส่วนของ KX innovation และสุดท้ายคือ กลุ่มเวิร์กช็อปที่ส่วนใหญ่จะเป็นเวิร์กช็อปที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว เช่น ในส่วนของเวิร์กช็อปของเล่นไม้ / การทำว่าวจุฬา / เวิร์กช็อปการทำหัวสิงโต ซึ่งค่อนข้างได้รับฟีดแบ็กที่ดี ซึ่งก็จะเป็นส่วนที่ชุมชนเข้ามาเป็นวิทยากร ซึ่งทางชุมชนก็ยินดีที่จะมาทำตรงนี้ ยินดีมากๆ ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาก็จะเป็นเวิร์กช็อปสมุดทำมือ หรือว่า craft beer ที่ได้วัตถุดิบมาจากโลคอล และฝั่งวงเวียนใหญ่ก็ยังคงมีเวิร์กช็อปเครื่องหนังและทำดอกไม้แห้ง”นั่งรถไฟเข้ามาเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารและงานฝีมือที่หลากหลายในย่านวงเวียนใหญ่ – ตลาดพลู ได้ที่ Bangkok Design Week 2024 รู้จักกับ ‘วงเวียนใหญ่ – ตลาดพลู’ มากยิ่งขึ้นผ่านโปรแกรมแนะนำประจำย่านทัวร์ลงตลาดพลูwww.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program/73705 ทัวร์ศาลเจ้า: 7 8 9 ไฟ ถึง ไฟwww.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program/73672 DIY: เครื่องหนังทำมือ www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program/74031 DIY: ว่าวบางสะแกลุงเบื้อกwww.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program/73880 คลิกเพื่อดูโปรแกรมทั้งหมดของย่านวงเวียนใหญ่ – ตลาดพลู ที่นี่ : www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program?nbh=49829 –Bangkok Design Week 2024Livable Scapeคนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี27 Jan – 4 Feb 2024#BKKDW2024#BangkokDesignWeek#LivableScape

พาวิลเลียนแห่งการต่อ-เติมสีสัน โดย One Bangkok

พาวิลเลียนแห่งการต่อ-เติมสีสันและเพิ่มความเป็นมิตรให้เมืองน่าอยู่ โดย One Bangkok คงจะดีไม่น้อยหากศิลปะสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนวงกว้าง เพื่อช่วยแต่งเติมสีสัน จุดประกายไอเดีย และยกระดับคุณภาพชีวิต ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับเมืองทั้งในเชิงกายภาพและสร้างคุณค่าทางจิตใจอย่างยั่งยืน เพราะเข้าใจดีว่าศิลปะและการออกแบบมีความสำคัญกับเมืองมากแค่ไหน วัน แบงค็อก จึงร่วมกับเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ยกเอา One Bangkok Pavilion มาไว้บริเวณลานหน้าอาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง เพื่อสื่อสารข้อความสำคัญนี้ให้แก่ทุกคนต่อ-เติมเมืองให้น่าอยู่พาวิลเลียนที่มองแล้วชวนนึกถึงปราสาทชิ้นนี้ ออกแบบโดยสตูดิโอที่เคยสร้างสรรค์พื้นที่ว้าวๆ และยูนีคในเทศกาลฯ มาแล้วหลายต่อหลายปีอย่าง Supermachine Studio ซึ่งนำแรงบันดาลใจมาจากของเล่นตัวต่อบล็อกไม้ (Wooden Block) ที่เป็นการนำชิ้นส่วนทรงเรขาคณิตหลากหลายรูปแบบมาผสมผสานรวมกัน เปรียบได้กับความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายในการช่วยกันต่อเติมเมืองให้น่าอยู่ นอกจากนี้ ประสบการณ์ในพาวิลเลียนยังได้มัลติมีเดียเอเจนซีรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง Kids Bloom และ Yimsamer มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟ ที่นำไอเดียการละเล่น ‘ตั้งเต’ มาดัดแปลงเป็นเกมกระโดดบนจออินเทอร์แอ็กทีฟ ซึ่งคนทุกวัยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมและสนุกสนานไปกับการสำรวจพาวิลเลียนแห่งนี้ได้ เปิดประสบการณ์ทางศิลปะผ่านสารพัดกิจกรรมสร้างสรรค์พลังความคิดสร้างสรรค์คือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองให้เติบโตไปข้างหน้า วัน แบงค็อก จึงคัดสรรโปรแกรมทางศิลปะ วัฒนธรรม และดนตรี 11 โปรแกรม ที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายมานำเสนอ เพื่อเป็นแบบจำลองของการใช้ชีวิตในเมืองที่ศิลปะและวัฒนธรรมเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืน ใครสนใจกิจกรรมไหนอย่าลืมปักหมุดวันและเวลาไว้ จะได้ไม่พลาดความสนุกที่รออยู่ ตัวอย่างกิจกรรมบางส่วน เช่น– Live Paint โดย BIGDEL และ MRKREME สองศิลปินสตรีทอาร์ตจาก Bridge Art Agency– เวิร์กช็อปศิลปะสำหรับสายคราฟต์ ที่ได้ TNT SCREEN และ Tosmile28 มาสอนอัดลายแม่พิมพ์ด้วยเทคนิคซิลก์สกรีน– พลิ้วไหวไปกับคลาสสวิงแดนซ์ โดย Jelly Roll Dance Club และ The Stumbling Swingout– เพลินใจไปกับเพลงหลากหลายแนวที่คัดมาแบบเน้นๆ โดยดีเจจาก Bangkok Community Radio– การแสดงกลองเพอร์คัชชั่นสุดเร้าใจ โดยกลุ่ม Tiger Drum Thailand พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการสร้างชุมชนศิลปะที่ยั่งยืน วัน แบงค็อก ร่วมสนับสนุนเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ด้วยความเชื่อว่าศิลปะและวัฒนธรรมคือส่วนสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เมื่อเมืองมีชีวิตชีวามากขึ้น ผู้คนก็จะสามารถดื่มด่ำกับความสวยงามของการใช้ชีวิต และก่อให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการลุกขึ้นมามีส่วนร่วมพัฒนาเมือง ซึ่งการจะทำให้ผู้คนในวงกว้างเข้าถึงศิลปะและวัฒนธรรมได้ง่ายไม่ต่างจากปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายในการระดมความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาชุมชนศิลปะให้มีศักยภาพ เพื่อผลักดันให้เกิด ‘เมืองน่าอยู่’ ที่มีโอกาสเปิดกว้างสำหรับทุกความฝันและทุกความเป็นไปได้ โดยปราศจากกรอบหรือกำแพงมาขวางกั้น–Bangkok Design Week 2024Livable Scapeคนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี27 Jan – 4 Feb 2024#BKKDW2024#BangkokDesignWeek#LivableScape

ออกแบบสีสันของกรุงเทพฯ แบบที่คุณอยากเห็น กับ ‘กรุงสี’ by กรุงศรี

ออกแบบสีสันของกรุงเทพฯ แบบที่คุณอยากเห็น กับ ‘กรุงสี’ by กรุงศรี หากถามว่า “กรุงเทพฯ ในแบบของคุณเป็นสีอะไร?” แน่นอนว่าคำตอบของแต่ละคนคงแตกต่างกันไป เพราะเราทุกคนต่างมีประสบการณ์และความทรงจำเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ในแบบฉบับของตัวเอง และตีความเรื่องราวเหล่านั้นออกมาเป็นสีสันที่หลากหลายไม่ซ้ำกันแน่ๆและจะเป็นอย่างไร หากเราสามารถออกแบบสีสันให้กรุงเทพฯ ตามที่อยากให้เป็นได้? ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ‘กรุงศรี’ มาพร้อมแนวคิด Make Life Simple ชีวิตง่ายได้ทุกวัน สร้างสรรค์เป็นกิจกรรมพิเศษที่ลานจตุรัสไปรษณีย์ อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง ภายใต้คอนเซปต์ ‘กรุงสี by กรุงศรี’ หรือ ‘The City of Colours’  ที่ต้อนรับทุกคนด้วยคาแรกเตอร์ ‘น้องกล้วยกรุงศรี’  ที่เห็นแล้วต้องยิ้ม  เลือกสีที่ใช่ ออกแบบเมืองที่ชอบ ในแบบของคุณผู้เข้าชมงานสามารถร่วมตอบคำถามในโซนกิจกรรมถ่ายภาพ จากนั้นก็เพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพเก๋ๆ พร้อมเลือกสีสันของกรุงเทพฯ ที่คุณอยากเห็น พร้อมรับภาพถ่ายทั้งแบบพรินต์และไฟล์เก็บไว้เป็นที่ระลึก นำไปแชร์ผ่านสื่อโซเชียลได้เลย นอกจากนั้นเรายังจะได้เห็นคำตอบของทุกคนแบบเรียลไทม์ว่า ผู้เข้าร่วมเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ อยากเห็นกรุงเทพฯ เป็นสีอะไร สีไหนมีคนเลือกมากที่สุด เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ทุกคนมีต่อเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่  กรุงศรีมีความเชื่อว่าจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากกิจกรรมง่ายๆ เหล่านี้ ช่วยเปิดโอกาสให้เราทุกคนได้ขยายมุมมอง เพื่อฉุกคิดถึงภาพเมืองน่าอยู่ในแบบที่เราอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งสามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งต่อพลังสร้างสรรค์และต่อยอดไปสู่การลงมือทำให้กรุงเทพฯ สดใสน่าอยู่ยิ่งขึ้นได้ ความสุขเกิดขึ้นได้ เมื่อชีวิตง่ายขึ้นใจความสำคัญที่กรุงศรีต้องการสื่อสารผ่านกิจกรรมภายในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ คือ เราอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ได้สะดวกสบายและง่ายขึ้น เมื่อชีวิตง่ายขึ้น ทุกคนก็จะมีความสุขกันมากขึ้น จึงต้องการสร้างแรงบันดาลใจผ่านการสื่อสารที่สนุกสนานและเข้าใจง่าย รวมถึงอยากมอบช่วงเวลาดีๆ ให้ทุกคนได้มาเปิดประสบการณ์ร่วมกันในเทศกาลฯ ที่มีจุดประสงค์หลักในการพัฒนาเมืองและชุมชนให้น่าอยู่ เอื้อประโยชน์และส่งเสริมการใช้ชีวิตของผู้คนทุกกลุ่มทุกวัยอย่างครอบคลุมดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program/92332–Bangkok Design Week 2024Livable Scapeคนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี27 Jan – 4 Feb 2024#BKKDW2024#BangkokDesignWeek#LivableScape

พื้นที่สนุกๆ ที่ชวนมาฟังไอเดีย ‘ชีวิตที่ดี’ โดย centralwOrld และ CENTRAL PATTANA

พื้นที่สนุกๆ ที่ชวนมาฟังไอเดีย ‘ชีวิตที่ดี’ จากคนทุกเจเนอเรชัน โดย centralwOrld และ CENTRAL PATTANA“สำหรับคุณ… ชีวิตที่ดีต้องเป็นอย่างไร?” หากถามคำถามนี้กับเด็ก วัยรุ่น คนทำงาน หรือผู้สูงวัย คำตอบที่ได้คงไม่เหมือนกัน และจะเป็นอย่างไร หากเรามีโอกาสฟังไอเดียนี้จากคนทุกเจเนอเรชัน ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ปีนี้ เซ็นทรัลพัฒนา และเซ็นทรัลเวิลด์ สร้างสรรค์พื้นที่ให้เรามาค้นหาความหมาย ด้วยความเชื่อที่ว่า งานดีไซน์มีพลังช่วยสร้างสรรค์เมืองให้น่าอยู่ขึ้น พร้อมสนุกไปกับการเซลฟี่กับ Giant Characters ในโปรเจกต์ Friends of Bangkok x Co-Creating City บริเวณลานหน้าอาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง ผลงานการออกแบบโดย projecttSTUDIO สตูดิโอออกแบบที่โดดเด่นเรื่องความครีเอทีฟที่เป็นเอกลักษณ์ และ Glow Creative เอเจนซี่นักเล่าเรื่องที่สร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านการทำความเข้าใจมนุษย์ พร้อมพาร์ตเนอร์อย่างทีม IDF ที่มาร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งศิลปะที่มีความหมายให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นค้นหาตัวตนใน ‘โลก’ แห่งการใช้ชีวิตที่น่าอยู่โซนแรก “Friends of Bangkok” ต้อนรับทุกคนด้วย Giant Characters คาแรกเตอร์ขนาดยักษ์ที่ยกขบวนกันมาสร้างความคึกคักให้คุณได้เซลฟี่กันจนเมมเต็ม พร้อมทั้งบอกเล่าการใช้ชีวิตที่น่าอยู่ในไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ในโซนนี้คุณจะได้ค้นหาตัวตนจากการเลือกตัวต่อ 3 ชิ้นที่บ่งบอกความเป็นคุณ และนำไปประกอบรวมกับเพื่อนเจนเดียวกันตลอด 9 วัน เสมือนเป็นงานศิลปะ Data Visualization ชิ้นใหญ่ที่สะท้อนตัวตนของคนทุกวัยในเมืองนี้แชร์ไอเดีย ‘ชีวิตดีๆ’ ในแบบของคุณโซนที่สอง “Co-Creating City” เซ็นทรัลพัฒนาชวนคุณมาแชร์ไอเดีย ‘ชีวิตดีๆ’ ในแบบของตัวเองผ่านกิจกรรม Interactive ที่คุณจะได้เลือกภาพพื้นที่ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ และตอบคำถามว่า “สำหรับคุณ… ชีวิตที่ดีต้องเป็นอย่างไร?” ก่อนที่ทุกข้อความจะไปปรากฏอยู่บน Interactive Wall เมืองน่าอยู่ ให้คุณได้มองเห็นและรับฟังเรื่องราวและไลฟ์สไตล์ของเพื่อนร่วมเมือง ไม่ว่าจะเป็น บรรยากาศการนั่งล้อมวงกินอาหาร, คนรักสัตว์จูงสุนัขเดินเล่นในสวน, สายปาร์ตี้ที่ครื้นเครงไปกับเสียงดนตรี, ศิลปินที่เพลิดเพลินกับการสร้างสรรค์ผลงาน, คนรักสุขภาพที่ออกไปวิ่ง และถ่ายภาพคู่ไอเดียของคุณแชร์ในโซเชียลออกแบบเมืองที่น่าอยู่ด้วยการฟังเสียงของผู้คนเซ็นทรัลพัฒนาและเซ็นทรัลเวิลด์มีเป้าหมายในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนให้กับผู้คน โดยเชื่อว่า พื้นที่ที่ดีต่อการใช้ชีวิตนั้นต้องเกิดจากการฟังเสียงของทุกคน ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ที่ต้องการสร้างเมืองให้ ‘น่าอยู่’ โปรเจกต์นี้จึงเป็นเสมือนพื้นที่ที่ให้ทุกคนมาร่วมออกแบบเมืองร่วมกัน เพื่อเห็นศักยภาพของงานออกแบบที่ช่วยสะท้อนความต้องการที่หลากหลายและสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เมืองของเราได้–Bangkok Design Week 2024Livable Scapeคนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี27 Jan – 4 Feb 2024#BKKDW2024#BangkokDesignWeek#LivableScape

เบื้องหลังการปรับดีไซน์ ‘พัดลมไทย’ โดย ฮาตาริ และ Habits Design Studio

เบื้องหลังการปรับดีไซน์ ‘พัดลมไทย’ ให้ชีวิตประจำวันรื่นรมย์ขึ้น โดย ฮาตาริ และ Habits Design Studioประเทศเมืองร้อนอย่างเรา ‘พัดลม’ คือของคู่บ้านที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหน พัดลมถือเป็นหนึ่งในงานออกแบบที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวันจนเราอาจไม่ทันได้สังเกต และพาลไม่เคยตั้งคำถามว่า เบื้องหลังกว่าที่พัดลมตัวหนึ่งจะถูกออกแบบ ผลิต จนถึงมาตั้งคลายความร้อนในบ้านเรานั้นมีเส้นทางเป็นอย่างไรในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ฮาตาริ แบรนด์พัดลมที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 30 ปีจึงถือโอกาสนี้เปิดบ้าน เผยเบื้องหลังกว่าจะเป็นพัดลมหนึ่งตัว ตั้งแต่คอนเซปต์ กระบวนการออกแบบ ให้ตรงความต้องการผู้คน ไปจนถึงการทำการตลาดเพื่อสื่อสารให้ไปถึงใจผู้บริโภค ผ่านประสบการณ์การทำงานกว่า 5 ปี ร่วมกับ Habits Design Studio สตูดิโอออกแบบผลิตภัณฑ์ชั้นนำจากอิตาลี นักออกแบบที่อยากเติมไฟ หรือคนทั่วไปที่อยากเปิดโลกการออกแบบโดยเริ่มต้นจากของใกล้ตัว เราขอชวนปักหมุดนิทรรศการ Hatari x Habits Design Studio: Designing the Wind ณ บ้านตรอกถั่วงอก เมื่อเทรนด์เปลี่ยน พัดลมจึงต้องปรับแม้ฮาตาริจะเป็นแบรนด์พัดลมคู่คนไทยมายาวนานกว่า 30 ปีที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึด ถึก ทน จนกลายเป็นยี่ห้อพัดลมที่ต้องมีในทุกบ้าน แต่เมื่อโลกหมุนไป ไลฟ์สไตล์ผู้คนเปลี่ยนตาม ที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนจากบ้านกลายเป็นคอนโด ดีไซน์และการแต่งบ้านคือเรื่องใหญ่ที่คนให้ความสำคัญ แบรนด์พัดลมที่เคยเน้นจุดขายเรื่องฟังก์ชั่นมายาวนานอย่างฮาตาริ ก็ถึงคราวต้องปรับตัวตามด้วยเหตุนี้เอง ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ฮาตาริจึงเริ่มต้นจับมือกับ Habits Design Studio สตูดิโอออกแบบจากอิตาลีที่เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และมีประสบการณ์ออกแบบให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมาแล้วมากมาย ซึ่งพวกเขาเพิ่งโยกย้ายเข้ามาตั้งสาขาในกรุงเทพฯ เพื่อใช้ ‘การออกแบบ’ เป็นสะพานเชื่อมระหว่างองค์ความรู้ดั้งเดิมของฮาตาริด้านการผลิตสินค้าที่เข้าใจคนไทย เข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการออกแบบ พลิกโฉมแบรนด์ให้กลายเป็นมากกว่าแค่ผู้ผลิต แต่กลายเป็น ‘นักสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์’ ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ เบื้องหลังการ ‘ออกแบบสายลม’ เพื่อคนไทยเรื่องราวตลอดเส้นทางการทำงานร่วมกันของฮาตาริและ Habits Design Studio เพื่อ ‘ออกแบบสายลม’ ให้คนไทย คือสิ่งที่เราจะได้สำรวจไปด้วยกันในนิทรรศการครั้งนี้ โดยนิทรรศการแบ่งออกเป็น 4 โซน มีรูปแบบการจัดแสดงเป็นบริเวณชั้น 1: ‘WIND EMOTION’ พบกับ PANORAMA แผงไฟ LED ขนาดใหญ่ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชมบริเวณชั้น 2: ‘TECHNOLOGICAL HEART’ ที่จะเล่าเรื่องราวของขบวนการวิจัยและพัฒนา กว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างสายลมแห่งความสุขบริเวณชั้น 3: ‘PERFORMING WIND’ งานศิลปะติดตั้งที่ได้แรงบันดาลใจจาก Colosseum ผู้เข้าเยี่ยมชมจะได้พบกับ Interactive Art จากพัดลมฮาตาริรุ่นใหม่ล่าสุดบริเวณชั้น 4: ‘DESIGN FOR MODERN LIVING’ เป็นชั้นที่ตีแผ่คอลเล็กชันผลิตภัณฑ์ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ Hatari และ Habits Design Studio เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ทั้งนี้ภายในนิทรรศการยังมีกิจกรรมน่าสนใจที่ซ่อนอยู่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมุมถ่ายรูปสุดพิเศษ กิจกรรมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ และ Customized พัดลมรุ่นใหม่จากฮาตาริในเแบบของคุณเข้าใจคุณค่าของการ ‘ออกแบบดี’ ผ่านพัดลมในฐานะนักออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีทุกบ้าน ฮาตาริ มองว่า ‘พัดลม’ คือสื่อใกล้ตัวที่สามารถบอกเล่าถึงความสำคัญของการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ได้ หากคนเข้าใจว่า การออกแบบที่ดีสร้างคุณค่าให้พัดลมหนึ่งตัวอย่างไร อาจขยายมุมมองไปสู่ความเข้าใจในระดับที่ใหญ่ขึ้น อย่างการออกแบบเมืองที่ดี ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ในปีนี้ ที่ชวนทุกคนมาคิดร่วมกัน–Bangkok Design Week 2024Livable Scapeคนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี27 Jan – 4 Feb 2024#BKKDW2024#BangkokDesignWeek#LivableScape

ExperienceScape โดย Urban Ally และ DecideKit ร่วมกับ LPN

ExperienceScape สร้างภาพจำใหม่ให้เมืองเก่า ‘พระนคร’ ต่อยอดสู่ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดย Urban Ally และ DecideKit ร่วมกับ LPNเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ครั้งนี้ นับเป็นปีที่ 3 ที่ศูนย์มิตรเมือง หรือ Urban Ally โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รับหน้าที่เป็นโฮสต์ประจำย่านพระนคร โดยใช้ชื่อเทศกาลว่า ‘มิตรบำรุงเมือง LIVE’ ภายใต้แนวคิด Everyday-life Festival ซึ่งนำเสนอแนวทางการใช้พื้นที่เมืองเก่าอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างภาพจำใหม่ให้ย่านพระนครคึกคักมีสีสันและน่าอยู่น่าเที่ยวมากยิ่งขึ้น  โดยไอเดียจุดประกายการพัฒนาพื้นที่ย่านพระนครเหล่านี้ สอดคล้องกับแนวคิด ‘Livable Living Experience’ ของ LPN ที่มุ่งมั่นในการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ รวมถึงให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมดี สังคมน่าอยู่ และสร้างสุขภาวะที่ีดีทั้งทางกายและทางใจ โปรเจกต์ ExperienceScape จึงเกิดขึ้นจากการจับมือกันระหว่าง Urban Ally, DecideKit และ LPN เชิญชวนศิลปินแถวหน้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาร่วมผลิตผลงานศิลปะ New Media Art และ Projection Mapping เปลี่ยนพื้นที่สาธารณะ ฟื้นพื้นที่ที่เคยปิดร้าง และมรดกทางสถาปัตยกรรมเก่าแก่ประจำย่าน ให้กลายเป็นแหล่งรวมงานสร้างสรรค์ที่มอบประสบการณ์ใหม่ในการอยู่อาศัยให้กับผู้คนในย่านเก่า และนี่คือตัวอย่างผลงานบางส่วนที่เราจะได้พบภายในเทศกาลฯ ทั่วย่านพระนคร – Back to the Past โดย Kor.Bor.Vor ณ ประปาแม้นศรี ผลงาน Projection Mapping ที่เล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘แทงค์’ อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ผ่านกาลเวลามายาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ‘แทงค์’ สะสมความทรงจำล้ำค่าไว้มากมาย และวันนี้ พร้อมแล้วที่จะบอกเล่าให้เราได้รับรู้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program/73204 – From Now to Future โดย DecideKit ณ ประปาแม้นศรี ผลงาน Projection Mapping ที่สื่อสารประเด็นการมองเห็นคุณค่าในตัวเองผ่านพื้นที่ของแทงค์ ที่กระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการเปิดรับสิ่งใหม่ และเรียนรู้โลกใบนี้อีกครั้ง ผ่านการกลั่นกรองประสบการณ์ที่สั่งสม นำมาพัฒนา ‘แก่น’ ของเราให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program/73204 – Join (joy) together โดย The Motion House ณ ป้อมมหากาฬ เมื่อศิลปะของศิลปินท้องถิ่นออกมาเคลื่อนไหวด้วยเทคนิค Projection Mapping ในธีม ‘Living in a Color’ โดยใช้เทคนิคภาพลวงตาเป็นลูกเล่นดึงดูดใจ ประกอบด้วยพื้นที่หลากหลายโซนให้เดินชมได้อย่างจุใจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program/76265– Call Me Susan โดย Yellaban Creative Media Studio ณ สวนรมณีนาถ ประกอบไปด้วยผลงานสองส่วน ส่วนแรกคือ Projection Mapping ที่บอกเล่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมในพื้นที่แห่งนี้ ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และสิ่งที่กำลังจะเป็นไปในอนาคต ส่วนที่สองคือการนำอาคารเฝ้าระวังกลางน้ำ สัญลักษณ์ประจำสวนรมณีนาถ มาสร้างเป็นคาแรกเตอร์ ‘ซูซาน’ ที่จะมาเป็นไกด์นำเที่ยวย่านพระนคร สามารถติดตามเธอได้ที่ IG: callme.susannnดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program/86893 – Night Blooming โดย Yimsamer ณ หอพระ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ผลงาน Projection Mapping ที่นำดอกบัวสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และการตื่นรู้ มาบอกเล่าเรื่องราวการเจริญเติบโตจากโคลนตมที่เปรียบเทียบได้กับการเดินทางของจิตวิญญาณตามความเชื่อของชาวตะวันออกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2024/program/86918 เมืองจะ ‘น่าอยู่’ ได้ต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายในปีที่ผ่านๆ มาโครงการพัฒนาย่านพระนครโดย Urban Ally ประสบความสำเร็จและได้รับการพูดถึงผ่านสื่อต่างๆ อย่างแพร่หลาย และเพื่อต่อยอดให้ผลงานที่เกิดขึ้นจากเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ นำพาย่านนี้ไปสู่การเป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพ พวกเขาจึงยังคงระดมไอเดียร่วมกับพาร์ตเนอร์มาสร้างสรรค์สิ่งใหม่กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนในย่านและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลาย มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ในการแต่งเติมสีสันและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ในย่านเก่าแก่นี้ LPN ในฐานะผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพมาตลอด 34 ปี และกำลังเข้าสู่ปีที่ 35 จึงอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีภายในชุมชนย่านเมืองเก่า ด้วยการแบ่งปันแนวคิด ‘Livable Living Experience’ รวมถึงสนับสนุนทรัพยากรให้แก่กลุ่มศิลปิน นักออกแบบ และนักวิชาการด้านการพัฒนาเมือง ให้สามารถปลดปล่อยจินตนาการออกมาผ่านผลงานได้อย่างเต็มที่ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่เล็งเห็นความสำคัญของงานศิลปะและไอเดียใหม่ๆ ในการก่อร่างสร้างเมือง–Bangkok Design Week 2024Livable Scapeคนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี27 Jan – 4 Feb 2024#BKKDW2024#BangkokDesignWeek#LivableScape