BANGKOK DESIGN WEEK 2023, 4–12 FEB

อัพเดทและเที่ยวชมงาน

NICE FOR DIVERSITY ‘เป็นมิตรที่ดีต่อทุกความหลากหลาย’

NICE FOR DIVERSITY ‘เป็นมิตรที่ดีต่อทุกความหลากหลาย’เมืองที่ดีต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังสมาชิกทุกคนในเมืองคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองให้ก้าวไปข้างหน้า เมืองที่ดีจะต้องไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร มีความพิเศษและแตกต่างแบบไหนก็ตาม ซึ่งกรุงเทพฯ ก็นับเป็นเมืองหนึ่งที่มีความหลากหลายของประชากรเป็นอย่างมาก เราจึงมีภารกิจร่วมกันในการพัฒนาเมืองให้เป็นมิตรต่อความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขโดยแท้จริงความท้าทายสำคัญในการออกแบบเมืองให้ตอบโจทย์ Urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี ที่สามารถโอบรับความแตกต่างหลากหลายได้ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม อันดับแรกคือต้องทำความเข้าใจคนเหล่านั้นให้ถึงแก่นจริงๆ เสียก่อนที่จะออกแบบโครงการหรือกิจกรรมใดๆ ให้กับกลุ่มเปราะบางในสังคม เช่น คนไร้บ้าน คนพิการ ผู้สูงอายุ คนว่างงาน ซึ่งจำเป็นต้องสื่อสารอย่างระมัดระวังและการขยายขอบเขตความร่วมมือออกไปในวงกว้าง ให้ทุกคนในสังคมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ ไม่จำกัดเฉพาะองค์กรหรือหน่วยงานที่ทำงานเพื่อกลุ่มเปราะบางโดยตรงเท่านั้นรู้จัก รู้ใจ เข้าใจความแตกต่างของคนในเมืองวิธีที่ง่ายที่สุดในการทำความรู้จักผู้คนคือการนั่งลงและเปิดใจพูดคุยกัน เพื่อให้การสนทนาอย่างมีคุณภาพและการรับฟังอย่างไม่ตัดสินนำพาเราไปสู่ความเข้าใจซึ่งกันและกัน หลายครั้งที่การเปิดรับข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียว รวมถึงการเลือกอยู่แต่ในแวดวงเพื่อนเดิมๆ ทำให้เราติดอยู่ใน Echo Chamber และมีมุมมองต่อโลกใบนี้แคบลงอย่างน่าเสียดาย คงจะดีกว่าถ้าเราได้ลองเปิดหู เปิดตา เปิดใจ เปิดประตูออกไปทำความรู้จักกับคนที่แตกต่างจากเราดูบ้าง แนวคิดนี้จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งเพจมนุษย์กรุงเทพฯ www.facebook.com/bkkhumans โดยได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากเพจดังระดับโลกอย่าง Humans of New York ขวัญชาย ดำรงค์ขวัญ เจ้าของเพจมนุษย์กรุงเทพฯ ออกไปพูดคุยกับผู้คนรอบเมืองบนความเชื่อว่ามนุษย์เราต่างเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เรากลับไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัสการมีอยู่ของคนที่อยู่นอกแวดวงสังคมของเราสักเท่าไรนัก เราจึงขาดโอกาสในการทำความรู้จักและบ่อยครั้งก็ขัดแย้งกันเพราะความไม่เข้าใจ ขวัญชายจึงอยากถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตผู้คนที่หลากหลายในกรุงเทพฯ เปิดพื้นที่ให้คนธรรมดามีโอกาสได้เล่าเรื่องของตนเอง ซึ่งหลายเรื่องราวก็สั่นสะเทือนหัวใจและสร้างแรงกระเพื่อมได้เกินความคาดหมายเลยทีเดียวเติมเต็มโอกาสและความสุขในชีวิตเราทุกคนต่างมีชีวิตในฝันแบบที่ต้องการ แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถพิชิตเป้าหมายได้อย่างราบรื่น ยิ่งในโลกยุคปัจจุบันที่ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางสังคมถ่างกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ การครอบครองปัจจัยพื้นฐานเพื่อดำรงชีวิตประจำวันยังแทบจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆ คน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในสังคมที่ขาดโอกาสและทางเลือก ซึ่งพวกเขาไม่ได้เรียกร้องความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาต้องการโอกาสสำหรับการยืนหยัดได้ด้วยตนเองอย่างมั่นคง ด้วยเหตุนี้มูลนิธิกระจกเงาที่ริเริ่มทำโครงการเพื่อสังคมมายาวนานตั้งแต่ปี 2534 จึงก่อตั้งโครงการ ‘จ้างวานข้า’ ขึ้นในช่วงที่มีการระบาดหนักของโควิด-19 ซึ่งทำให้คนจนเมืองที่เดิมทีก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอยู่แล้วยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีกจากการขาดรายได้ มูลนิธิกระจกเงาจึงเข้ามาเป็นตัวกลางระหว่างคนไร้บ้านและนายจ้างที่ต้องการพนักงานทำความสะอาด โดยมีเป้าหมายระยะยาวคือการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านและสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับพวกเขาเหล่านั้น อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ STEPS Community วิสาหกิจเพื่อสังคมและศูนย์ฝึกทักษะอาชีพที่มุ่งเน้นการบำบัดและสร้างอาชีพให้กับเยาวชนที่มีความบกพร่องด้านการพูดหรือภาษา รวมถึงกลุ่มคนที่มีภาวะออทิสซึม ดาวน์ซินโดรม เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพและมีทักษะในการประกอบอาชีพที่ยั่งยืนให้โอกาสทุกชีวิตในเมืองเมื่อพูดถึงความแตกต่างหลากหลายในเมืองใหญ่ สมาชิกของเมืองไม่ได้มีเฉพาะมนุษย์เท่านั้น แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นอย่าง หมา แมว ตามท้องถนนที่เดินสวนกับเราในทุกๆ วัน และเราก็ไม่อาจทอดทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังได้ ในระหว่างที่ขับเคลื่อนประเด็นการจัดระเบียบสุนัขจรจัดที่เป็นงานสเกลใหญ่ระดับภาครัฐและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาจารย์ยศพร จันทองจีน ในฐานะคนรักหมาที่คอยช่วยเหลือหมาจรจัดมาโดยตลอด จึงต่อยอดความรักมาเป็นงานวิจัยและออกแบบบ้านพักพิงริมทางสำหรับหมาจรจัดในชื่อโปรเจกต์ ‘จรจัดสรร’ ที่ทำขึ้นจากป้ายโฆษณาเก่า เพื่อให้หมาไร้บ้านได้มาอาศัยเป็นที่หลบแดดหลบฝน และทำให้พื้นที่บริเวณที่หมาจรจัดอยู่อาศัยดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีโครงการสุนัขชุมชน ที่ดูแลสุนัขจรจัดในเขตพื้นที่เมืองทองธานี ซึ่งนอกจากจะดูแลเรื่องการให้อาหาร อาบน้ำ ฉีดวัคซีนแล้ว ทางโครงการยังออกแบบปลอกคอสื่อสาร 3 สี ทำสัญลักษณ์แบ่งสุนัขออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ปลอกคอสีแดง สุนัขที่ไม่เป็นมิตร ต้องระมัดระวังในการเข้าใกล้ ปลอกคอสีเหลือง สุนัขขี้ระแวงที่จะเป็นมิตรกับคนคุ้นเคยเท่านั้น และปลอกคอสีเขียว สุนัขเฟรนด์ลี่พร้อมเล่นกับทุกคน เพื่อให้คนในชุมชนและคนนอกที่เข้ามาใช้งานพื้นที่มีความปลอดภัยในการอยู่ร่วมกับสุนัขจรจัดมากยิ่งขึ้น นิยามของเมืองที่น่าอยู่ไม่ใช่แค่เมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเท่านั้น แต่ควรเป็นเมืองที่เปิดโอกาสให้ประชากรทุกชนชั้นหรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตอื่นๆ สามารถเข้าถึงทรัพยากรและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างทัดเทียม ขอเชิญมาร่วมออกไอเดียและสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับทุกคนไปด้วยกันที่งาน Bangkok Design Week 2023 –Bangkok Design Week 2023urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี4-12 February 2023#BKKDW2023#BangkokDesignWeek#urbanNICEzation

NICE FOR COMMUNITY ‘เป็นมิตรที่ดีต่อชุมชน’

NICE FOR COMMUNITY ‘เป็นมิตรที่ดีต่อชุมชน’เมืองเป็นมิตรคือผลผลิตของชุมชนที่เข้มแข็งเมืองของเราประกอบด้วยชุมชนเล็กๆ มากมายที่เต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลาย แต่ละชุมชนล้วนมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งยังประกอบไปด้วยกลุ่มคนในพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเมือง เพราะพวกเขาเหล่านี้รู้จักทุกตรอกซอกซอยและรู้ใจคนในชุมชนของตนเองดีที่สุด ซึ่งการจะพัฒนาเมืองในภาพใหญ่ให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคงนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันให้ชุมชนซึ่งเป็นหน่วยย่อยเติบโตอย่างมีความสุขและเข้มแข็งเสียก่อน Bangkok Design Week 2023 ภายใต้ธีม Urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี จึงอยากนำเสนอแนวคิดในการยกระดับชีวิตคนเมืองด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน รวมถึงให้ความสำคัญกับพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่กิจกรรม และพื้นที่ศิลปะ เพื่อส่งเสริมและลดความเหลื่อมล้ำให้ผู้คนในแต่ละชุมชนสามารถเข้าถึงปัจจัยในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างเท่าเทียม และคงดีไม่น้อยถ้าเราพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง จนไปถึงขั้นสามารถเปิดบ้านให้เพื่อนๆ ต่างถิ่นมาเยี่ยมเยือนชุมชนของเราได้ เพราะนั่นหมายถึงความสนุกที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน แถมเรายังได้แบ่งปันเรื่องราวดีๆ แก่ผู้มาเยือนด้วยธุรกิจแบบรวมกัน-เราอยู่เด็กและเยาวชนทุกคนคือพลังสำคัญที่จะเติบโตมาพัฒนาเมืองในอนาคต แต่ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้และการศึกษาทำให้เยาวชนจำนวนมากขาดโอกาสเข้าถึงทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เมืองที่เป็นมิตรที่ดีต่อชุมชนจะต้องมีพื้นที่เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ให้แก่เยาวชนที่ขาดโอกาส ซึ่งภารกิจนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และหากมีคนในชุมชนเห็นความสำคัญลุกขึ้นมาขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เด็กๆ ในชุมชนก็จะยิ่งได้รับประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนอย่างเช่นโครงการ ‘คลองเตยดีจัง’ ที่พยายามสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ให้กับเยาวชนคลองเตย เพื่อดึงพวกเขาออกมาให้ห่างจากปัญหาอบายมุขที่แพร่ระบาดในชุมชนมายาวนาน หรือกลุ่ม ‘ยังธน’ คนรุ่นใหม่พัฒนาเมืองย่านฝั่งธนบุรี ที่ขับเคลื่อนชุมชนด้วยการสร้างเครือข่ายและดึงเยาวชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อมุ่งเพิ่มพูนความรู้และทักษะต่างๆ ให้เด็กและเยาวชนได้มีพื้นที่ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งการได้รับในวันนี้ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการแบ่งปัน ให้พวกเขาอยากส่งต่อสิ่งดีๆ คืนสู่ชุมชนและสังคมในอนาคตบอกเล่าเรื่องราวชุมชนผ่านมุมมองคนในพื้นที่หากพูดถึงการเที่ยวกรุงเทพฯ หลายคนคงนึกถึงการเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ทั้งที่จริงแล้วตามตรอกซอกซอยของกรุงเทพฯ มีกิจกรรมและสถานที่น่าสนใจซุกซ่อนอยู่มากมาย แต่สถานที่และกิจกรรมเหล่านี้กลับถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย คงดีไม่น้อยหากแต่ละชุมชนมีแหล่งรวบรวมเรื่องราวและข้อมูลของย่านต่างๆ เอาไว้ เพื่อให้คนในพื้นที่เข้ามาติดตามและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการช่วยโปรโมตร้านรวงและอัปเดตกิจกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อจูงใจให้คนนอกชุมชนสนใจเดินทางมาเยี่ยมชมด้วย  ตอนนี้ก็มีเพจอย่าง Ari Around www.facebook.com/AriAroundTH ที่นำเสนอเรื่องราวน่าสนใจในย่านอารีย์สุดฮิป โดยตั้งใจอยากจะขับเคลื่อนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เพื่อพัฒนาอารีย์ไปสู่การเป็นย่านที่น่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีเพจ SUNA www.facebook.com/SUNAneighbormove ที่ประกาศตัวขอเป็นเพื่อนบ้านกับชาวสุขุมวิท-บางนา คอยชี้เป้าของเด็ดของดีภายในย่าน และนำเสนอกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ชวนเที่ยวอย่างเดียวไม่พอ พาเที่ยวเลยดีกว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนคือวิธีหนึ่งในการประกอบสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับคน ซึ่งเราสามารถออกแบบแผนการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนได้ไม่ยาก ด้วยการหยิบยกเอาของดีในชุมชนขึ้นมาเป็นไฮไลต์ของทริป และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนอย่างแท้จริง ดังตัวอย่างที่กลุ่ม Trawell Thailand นำเสนอแผนธุรกิจเพื่อสังคมที่เน้นการนำเที่ยวในชุมชนเมือง โดยชูจุดเด่นของศิลปวัฒนธรรมในชุมชนดั้งเดิมและร้านค้าสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่เชื่อมโยงให้คนชอบเที่ยวได้มาสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนเมืองในอีกแง่มุมที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนับว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ล่าสุดได้เปิดตัว E-book เส้นทางท่องเที่ยวสำหรับคนทุกคนใน 3 ย่าน ได้แก่ ย่านวังบูรพา-เสาชิงช้า-ราชดำเนิน ย่านท่าเตียน-ปากคลองตลาด และย่านสนามหลวง-บางลำพู-เทเวศร์ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.facebook.com/Trawellthailand อีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังทำงานขับเคลื่อนชุมชนอย่างแข็งขันคือ ‘ไกด์เด็กบางลำพู’ ที่รวมตัวกันจัดตั้งโครงการเสน่ห์บางลำพู และรับสมัครนักท่องเที่ยวผ่านเพจ www.facebook.com/sanaebanglumphu เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของย่านบางลำพูที่เป็นตลาดสำคัญเก่าแก่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ พวกเขาพยายามอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมภายในย่าน ด้วยการชักชวนคนมาสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนในย่านบางลำพูโดยมีไกด์เยาวชนท้องถิ่นเป็นผู้นำเที่ยว เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน ควบคู่ไปกับการทำงานขับเคลื่อนบางลำพูสู่อนาคต เป็นการปลูกฝังแนวคิดด้านการอนุรักษ์ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาชุมชนอย่างสร้างสรรค์ ชวนให้จับตามองเป็นอย่างยิ่งว่าพลังของคนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนแปลงบางลำพูไปอย่างไรบ้าง การพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ สร้างสรรค์ เป็นมิตร และปลอดภัย ทั้งต่อผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยี่ยมเยือน คือโจทย์สำคัญที่ Bangkok Design Week 2023 อยากชวนทุกคนมาขบคิดร่วมกันว่าทุกวันนี้ชุมชนที่เราอยู่อาศัย ยังมีอะไรที่ควรพัฒนาเพิ่มเติมและมีเรื่องราวดีๆ อะไรที่น่านำเสนอบ้าง เพราะเราเชื่อว่าการสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองในฝันไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจที่เราทุกคนสามารถร่วมมือร่วมใจขับเคลื่อนไปพร้อมกันได้ –Bangkok Design Week 2023urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี4-12 February 2023#BKKDW2023#BangkokDesignWeek#urbanNICEzation

NICE FOR BUSINESS ‘เป็นมิตรที่ดีต่อธุรกิจ’

NICE FOR BUSINESS ‘เป็นมิตรที่ดีต่อธุรกิจ’สร้างเมืองที่คนอยู่ดีกินดี ด้วยโมเดลธุรกิจสร้างสรรค์เชื่อว่าพ่อค้าแม่ค้าทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าโลเคชันเอื้ออำนวยต่อการค้าขายเป็นอย่างมาก รายได้ดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับพื้นที่เป็นหลัก นั่นเพราะพื้นที่เกี่ยวพันกับเส้นทางรถและคนเดินทาง วิถีชีวิตของชุมชนรอบข้าง รวมถึงรายได้เฉลี่ยรวม นับได้ว่าเมืองเป็นปัจจัยในเรื่องของการก่อตั้งและพัฒนาเศรษฐกิจน้อยใหญ่เป็นอย่างมาก การที่เราส่งเสริมให้เมืองสามารถทำมาค้าขายได้ดี สร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นในชุมชนได้ ก็ย่อมทำให้ทุกคนสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีเงินในกระเป๋ากันมากยิ่งขึ้น โจทย์ที่น่าสนใจของงาน Bangkok Design Week 2023 ธีม urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี ปีนี้จึงเป็นที่น่าสนใจอย่างมากว่าเราจะสร้างเมืองที่ดีต่อธุรกิจและสามารถผลักดันชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ของเราให้อยู่ดีกินดีมากขึ้นอย่างไรได้บ้าง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการกระจายรายได้ให้ไปสู่มือของคนตัวเล็กๆ หรือธุรกิจชาวบ้านอย่าง SME กันมากขึ้น วันนี้เรานำตัวอย่างกลุ่มคนในประเทศไทยที่เคลื่อนไหวและผลักดันการต่อยอดไอเดียธุรกิจมาให้ชมกันอีกเช่นเคย มาลองดูกันว่าใครมีไอเดียน่าสนใจและน่าศึกษาบ้าง ธุรกิจแบบรวมกัน-เราอยู่หลายธุรกิจใหญ่ๆ จะเน้นที่การควบรวมหรือการกำจัดคู่ต่อสู้ทางธุรกิจให้น้อยลง เพื่อให้ธุรกิจของตัวเองมีความเข้มแข็งและยิ่งใหญ่ขึ้น แต่ปัจจุบันการรวมตัวของคนตัวเล็กๆ ให้เกิดเป็นภาคีเครือข่ายที่จับมือทำงานร่วมกันก็สามารถทำให้ธุรกิจเติบโตและเข้มแข็งไปด้วยกันได้ เรียกว่าถึงจะค่อยๆ เริ่มไปด้วยกัน แต่ก็ไม่ต้องมีใครเจ็บตัวเสียน้ำตา อาศัยการประคับประคองให้เกิดรอยยิ้มกันถ้วนหน้าอย่างเพจ ‘ทำ มา หา กิน’ ก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายเล็กในอุตสาหกรรมแฟชั่น เป็นคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจทำลายคำว่า “อยากประสบความสำเร็จต้องเก็บวิธีหากินให้เป็นความลับ” เพจนี้มีความเชื่อว่าพอกันทีกับการปิดบังความลับธุรกิจเพราะหวังกำจัดคู่ต่อสู้ การหันมากระจายความรู้และชี้ช่องทางวัสดุในการทำสินค้าต่างๆ ต่างหากที่จะช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นในหน้าเพจจึงเต็มไปด้วยความรู้และเทคนิคการทำธุรกิจแบบอัดแน่น ไม่ว่าจะเป็น ผ้า วัสดุอุปกรณ์ และการออกแบบลวดลาย เพื่อให้คนที่ติดตามเกิดความรู้และความเชี่ยวชาญสามารถไปสร้างเครือข่ายผู้ผลิตที่เข้มแข็ง และผลักดันให้เกิดการจ้างงานอย่างเป็นธรรมได้มากขึ้นในสังคม เจ้าของผู้ประกอบการรายใหม่ไม่ต้องแห่แหนไปซื้อหรือรับบริการเฉพาะเจ้าใหญ่ๆ ที่รู้จักกันดีในอุตสาหกรรมที่อาจทำให้ผู้ค้าปลีกรายย่อยตัวเล็กๆ ตายได้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงส่งผลบวกให้เกิดการขยายตัวในอุตสาหกรรมภาพใหญ่ที่คนตัวเล็กได้ผลประโยชน์มากขึ้นอุตสาหกรรมแฟชั่นไปแล้ว มาถึงอุตสาหกรรมอาหารบ้าง ในปัจจุบันที่ยิ่งการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันเกิดขึ้น โอกาสในการเติบโตของร้านอาหารทั่วไปก็ยิ่งมากขึ้น แต่ร้านตามสั่งในชุมชนกลับเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยดังนั้นหนึ่งในกลุ่มคนที่ตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้คือ ตามสั่ง-ตามส่ง ละแวกลาดพร้าว 101 ที่คิดค่าขนส่งเท่านั่งวิน คิดค่าอาหารเท่ากินที่ร้าน เป็นแพลตฟอร์มดิลิเวอรีรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการรวมเครือข่ายระหว่างคนในชุมชน ร้านค้าตามสั่งต่างๆ และกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าด้วยกัน ทั้งหมดก็เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับคนในชุมชนแบบแนวคิดเศรษฐกิจสมานฉันท์พร้อมๆ กับบริการความอร่อยนั่นเอง ธุรกิจที่แก้ปัญหาเมือง พร้อมๆ กับการแก้ปัญหาคนตราบใดที่มีปัญหา คนย่อมต้องการทางออก ไอเดียแบบนี้ทำให้เกิดโมเดลธุรกิจแบบใหม่ที่น่าสนใจ คือการสร้างธุรกิจที่ช่วยลดปัญหาของเมืองไปพร้อมๆ กับการแก้ปัญหาที่ผู้คนต้องเผชิญอยู่ ชูมณี-รถซักผ้าเคลื่อนที่ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เกิดขึ้นเพราะแนวคิดลักษณะนี้ จริงๆ โครงการนี้เป็นโครงการที่ทาง Otteri Wash & Dry เครือข่ายร้านซักผ้ารายใหญ่ได้ร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา ภายใต้โปรเจกต์จ้างวานข้า ความน่าสนใจของโครงการนี้คือการเอื้อให้เกิดการจ้างงานผู้สูงอายุที่หลุดออกจากตลาดแรงงานให้มีรายได้ และสามารถดำเนินชีวิตต่อได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาให้กลุ่มคนไร้บ้าน หรือกลุ่มคนวัยทำงานที่มีการเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่ทุก 3-4 วันให้มีสุขอนามัยที่แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น ทางบริษัทและโครงการจ้างวานข้ายังเคยจัดแคมเปญ ‘แฟชั่นสัญจร’ งานอีเวนต์ที่เปิดให้คนไร้บ้านได้เข้ามาช้อปเสื้อผ้ามือสองฟรีคนละ 1 ชุด มีห้องอาบน้ำและรถซักผ้าเคลื่อนที่ไว้คอยบริการ อีกทั้งยังมีการเปิดรับสมัครพนักงานในโครงการจ้างวานข้าเพิ่มเพื่อให้คนที่สนใจสามารถทำงาน มีรายได้ และมีโอกาสที่จะกลับสู่ชีวิตที่สามารถมีบ้านหรือห้องเช่าได้อีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาคนไร้บ้านอย่างครบวงจร อย่าง We Chef Thailand เป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ประกอบการ Food Truck ในประเทศไทยที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการทุกคนสามารถทำมาหากินและเติบโตได้ โดยไม่ต้องรอออกร้านเฉพาะงานอีเวนต์ ไม่ใช่แค่การประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมให้ฟู้ดทรักมีคนรู้จักมากขึ้น แต่ยังมีการมองหาพื้นที่ที่เดิมทียังไม่มีประโยชน์ในกรุงเทพฯ มาต่อยอดเพื่อสร้างเป็นแหล่งค้าขายของฟู้ดทรักอีกด้วย เป็นการสร้างระบบนิเวศให้วงการฟู้ดทรักไทยได้เติบโตโดยไม่ต้องพึ่งพิงแค่โอกาส แต่สามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน ไปอยู่ตามปั๊มน้ำมัน มีโอกาสที่จะได้พบเจอผู้คนมากยิ่งขึ้น ธุรกิจที่เน้นตามโลกให้ทันเป็นเรื่องปกติของธุรกิจที่ต้องตามโลกและตามเทรนด์ให้ทัน ในกรุงเทพฯ ตอนนี้ก็มีธุรกิจใหม่ๆ ที่เน้นการตามเทรนด์ให้ทันที่น่าสนใจไม่น้อย อย่างธุรกิจแรกที่จะมาพูดถึงเลยคือธุรกิจการสร้างคน อย่าง School of Changemakers ธุรกิจเพื่อสังคมที่สนับสนุนนักสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยรวบรวมคนที่มีความสนใจในแง่ปัญหามิติต่างๆ ของสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัญหาเรื่องความรุนแรงและความเท่าเทียมทางเพศ หรือปัญหาสิ่งแวดล้อม มาพูดคุยและสร้างโมเดลแคมเปญ รวมถึงโครงการต่างๆ หาแนวทางการแก้ปัญหาในอนาคตร่วมกัน หรืออย่าง TasteBud สตาร์ตอัปไทยที่สนใจปัญหาการบริโภคอาหารของโลกและปัญหาสิ่งแวดล้อม เลยนำมาสู่การสร้าง future food หรือการผลักดันให้เกิดระบบนิเวศอาหารของมนุษย์ที่เป็นมิตรและยั่งยืนกับโลกมากยิ่งขึ้น โดยใช้หลักการทำงานของ BIO Tech และ food tech ควบคู่กันไป มีการจับมือกับเครือข่ายที่สำคัญและสร้างโปรแกรมให้ผู้คนได้เปิดใจและเปิดกว้างเรียนรู้เกี่ยวกับ future food อาหารแห่งอนาคตยิ่งขึ้นทางด้านธุรกิจแฟชั่นเองก็ไม่น้อยหน้า Loopers เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจที่มีสโลแกนสำคัญว่า ‘Slow Fashion’ ซึ่งตรงข้ามกับโลกแฟชั่นส่วนใหญ่ที่มีลักษณะเป็น fast fashion ตามเทรนด์แบบสุดๆ ที่เป็นแบบนี้ ทาง Loopers เล็งเห็นปัญหานี้และต้องการแก้ปัญหาเรื่องทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและแรงงานในอุตสาหกรรมแฟชั่น แพลตฟอร์มของพวกเขาจึงเป็นตัวกลางสนับสนุนให้เกิดการซื้อ-ขายเสื้อผ้ามือสองให้แก่ผู้ที่สนใจ เริ่มทำงานกันตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการรวบรวมจากมือคนขาย การสำรวจและโพสต์รายละเอียดเสื้อผ้าขายแบบละเอียดไม่ต่างจากมือหนึ่ง ไปจนถึงการส่งของให้ถึงมือของลูกค้าผู้อยู่ปลายทาง หลักการทำงานของแพลตฟอร์มคือเน้นให้คนเข้าถึงการซื้อ-ขายได้ง่ายและสะดวกสบาย เช่นนี้ตลาดเสื้อผ้ามือสองในประเทศไทยจึงเติบโตได้ง่ายขึ้น ขณะที่ทรัพยากรต่างๆ ในธรรมชาติก็จะถูกดูดดึงมาใช้งานน้อยลงนี่เป็นเพียงตัวอย่างของโมเดลธุรกิจสมัยใหม่ที่น่าสนใจในปัจจุบันที่ส่งผลน่าสนใจกับเมือง เชื่อว่าอ่านมาถึงตรงนี้ ทุกคนน่าจะมีไอเดียที่น่าสนใจกันแล้ว อย่าลืมมาแชร์กันได้ที่งาน Bangkok Design Week 2023 ปีนี้ธีม urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี มาร่วมสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองในฝันของทุกคนกัน แล้วเจอกันในงานนะ–Bangkok Design Week 2023urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี4-12 February 2023#BKKDW2023#BangkokDesignWeek#urbanNICEzation

NICE FOR CULTURE ‘เป็นมิตรที่ดีต่อวัฒนธรรม’

NICE FOR CULTURE ‘เป็นมิตรที่ดีต่อวัฒนธรรม’ไม่แช่แข็งวัฒนธรรม ด้วยพลังซอฟต์พาวเวอร์เมืองเป็นแหล่งที่รวมหลากหลายความคิดและหลากหลายวัฒนธรรมเอาไว้ด้วยกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบริบททางสังคมและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองเป็นอย่างดี บางคนอาจคิดว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้นขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และนโยบายทางเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่รู้หรือไม่ว่าวัฒนธรรมเองก็เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยฟื้นฟูปัญหาทางเศรษฐกิจและก่อให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในท้องถิ่น เพราะสามารถเป็นสินค้าส่งออกที่เข้มแข็งและน่าสนใจ เพียงพอที่จะผลักดันให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ได้เช่นเดียวกัน! ดังนั้น urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดีต่อวัฒนธรรมในฝันของเราทุกคน จึงควรเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้ทุกวัฒนธรรมได้แสดงฝีมือที่แท้จริง เปิดโอกาสให้ผู้คนในเมืองสามารถมีส่วนร่วมในการแสดงออกหรือชื่นชมวัฒนธรรมต่างๆ โดยไม่แช่แข็ง สามารถศึกษาและปรับวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อต่อยอดแรงบันดาลใจได้ มีทั้งวัฒนธรรมเก่าดั้งเดิมให้ปกป้องดูแลและศึกษาต่อยอด วัฒนธรรมใหม่และวัฒนธรรมรอง หรือคำว่า Soft power ที่รู้จักกัน หยิบมาสร้างสรรค์ให้เป็นสิ่งที่น่าสนใจและสร้างมูลค่าต่อ ซึ่งวันนี้ Bangkok Design Week 2023 ก็อยากชวนทุกคนมาดูว่ามีไอเดียอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่เคยเกิดขึ้นในเมืองเราไปแล้วบ้าง กลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ ในไทยกลุ่มไหนที่ต่อยอดกิจกรรมด้านวัฒนธรรมกันอย่างน่าสนใจ เผื่อจะได้รับแรงบันดาลใจไปสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้กรุงเทพฯ กัน! ผลักดันเพลงไทยสู้กระแสวัฒนธรรมเพลงต่างประเทศ การมาของ T-Pop เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจริงๆ เมื่อยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมและผู้คนทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์หันมาให้ความสนใจและผลักดันให้เกิดศิลปินเดี่ยวหน้าใหม่เกิร์ลกรุ๊ปและบอยแบนด์สัญชาติไทยกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหล่าศิลปินอย่าง 4EVE, PiXXiE, PROXIE, ATLAS, MATCHA หรือ ALLY รวมถึงรายการที่ให้ศิลปินไทยแนวป๊อปมาปล่อยของอย่าง T-Pop Stage ขึ้นมาด้วย ก่อให้เกิดวัฒนธรรมแบบ T-Pop ที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก และด้วยการแข่งขันเรื่องคุณภาพ ก็ยิ่งทำให้กระแสนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ทำให้มีโอกาสที่กระแสวัฒนธรรม T-Pop นี้ต่อยอดเป็นสินค้าส่งออกต่างประเทศด้วย ไม่ใช่แค่เพลงป๊อปที่เป็นกระแสหลักจะได้รับการสนับสนุนอย่างเดียว เพลงไทยนอกกระแสก็ยังมี Fungjai หรือ ฟังใจ คอมมูนิตี้ที่คอยสนับสนุนนักร้องและวงดนตรีด้วยการจัดคอนเสิร์ตและรูปแบบกิจกรรมทั้งออฟไลน์และช่องทางออนไลน์ต่างๆ ด้วยความคาดหวังว่าจะสามารถทำให้ผู้คนเข้าถึงการเสพดนตรีแปลกใหม่ด้วยใจที่เปิดกว้าง ถ้าใครสนใจอยากลองเปิดประสบการณ์ดนตรีใหม่ๆ ให้หูตัวเองก็สามารถแวะเวียนเข้าไปฟังได้ที่ https://www.fungjai.com/home นอกจากนั้นยังมีกลุ่ม Hear and Found ที่ให้ความสำคัญกับเพลงท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษของแต่ละภูมิภาคหรือแต่ละชุมชน ด้วยการสนับสนุนวัฒนธรรมดนตรีชาติพันธุ์ ก่อให้เกิดเป็นธุรกิจที่นำเพลงท้องถิ่นมาต่อยอดให้คนทั่วไปสามารถสนับสนุนในการซื้อลิขสิทธิ์ มีการสร้าง library เอาไว้สำรวจและศึกษาทำความรู้จักท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชาติพันธุ์ได้ ใครที่สนใจอยากลองศึกษาก็สามารถเข้าไปสำรวจกันได้ที่ https://hearandfound.comสร้าง Route ใหม่ สร้างประสบการณ์ใหม่ประสบการณ์เดินทางของเราเวลาไปเที่ยวเมืองต่างๆ มักจะอยู่ที่การวางแผนว่าจะไปเยี่ยมชมสถานที่ไหนบ้าง เพราะฉะนั้นการสร้าง route ท่องเที่ยวใหม่ขึ้นมาก็เหมือนเป็นการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่ให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมอย่าง route ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานและช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายประเทศให้มาเที่ยวใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ คือ 8 Shrines Route ราชประสงค์ เป็นการรวบรวมการเดินทางสำหรับสายบุญและสายมูเตลูทั้งหลายเอาไว้ในแมปเดียว แถมยังมีตำราบอกวิธีการไหว้เสร็จสรรพ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ถึง 8 แห่งภายในย่านเดียว เรียกได้ว่านอกจากจะดึงให้แต้มบุญย่านนั้นสูงขึ้นทั่วถึงแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจร้านอาหารและห้างสรรพสินค้าละแวกนั้นได้เป็นอย่างดี หนึ่งใน route ที่น่าสนใจมากๆ ในกรุงเทพฯ ของเราที่หลายคนยังไม่ทราบคือ Pathumwan Art Route นั่นเอง เป็นโครงการในความร่วมมือของพื้นที่ทางศิลปวัฒนธรรมในเขตพื้นที่ปทุมวัน ที่สร้างแผนที่เดินทางผ่านหลากหลายมิวเซียมและชุมชนที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร อย่าง bacc, Yelo House, Jim Thompson House Museum ชุมชนมุสลิมบ้านครัวที่เป็นแหล่งผ้าทอมือและสถาปัตยกรรมท้องถิ่นโบราณ และ FAAMAI Dome ที่กำลังจะมีแผนเปิดให้ผู้คนสามารถเข้าชมกิจกรรมและศิลปะแบบดิจิทัลอาร์ตได้ในอนาคต เรียกได้ว่าเป็นการชักชวนให้ทุกคนไปลองฮอปปิ้งชื่นชมบรรยากาศทางศิลปะ วัฒนธรรม การสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิม ไปจนถึงงานศิลปะโมเดิร์นล้ำสมัยเลยทีเดียว นำวัฒนธรรมดั้งเดิมไปต่อยอดในโลกดิจิทัล! ณ ปัจจุบันด้วยช่องทางออนไลน์และความสะดวกสบายแบบคลิกเดียวเข้าถึงได้ทุกอย่างตามแบบฉบับโลก 4G ทำให้เกิดคอมมูนิตี้และการรวมกลุ่มมากมายที่ผลักดันและต่อยอดวัฒนธรรมแบบแปลกใหม่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล การเติบโตของวัฒนธรรมแขนงนี้แทบไม่มีขีดจำกัดเลยทีเดียว อย่าง SoundKoh Collective ก็เป็นการขยับตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อค่ายดนตรีนำ blockchain มาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ด้วยการทำแพลตฟอร์ม The Sandbox นำเสนอค่ายในโลกออนไลน์ให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมสร้างงานเพลงต่างๆ ร่วมกัน และนำผลงานไปขายเป็น NFT เพื่อกระจายผลงานและนำรายได้กลับมาสนับสนุนส่งเสริมศิลปินอิสระต่างๆ Thai Ghost ก็เป็น NFT อีกอันที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเป็นการเอาผีไทยมาผสมผสานกับเรื่องเล่าตำนานทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ก่อนแล้ว เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและมูลค่าในตัวงานศิลปะ เช่น ผีตาโขน collection หรือ ผีแรร์ไอเทมสำหรับนักสะสม  หรืออย่าง YAKYAKs ก็เป็น NFT ไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวรรณคดีเก่าแก่อย่างรามเกียรติ์ ผสมกับดีไซน์แบบมินิมอล และแนวคิดแบบยุค Ethereum (2984) ทำให้เกิดผลงานที่น่าสนใจเป็นที่น่าจับตามองของนักลงทุนจะเห็นได้ว่าการทำงานต่อยอดเชิงวัฒนธรรมนี้ทำได้หลากหลายมากๆ ขึ้นอยู่กับทักษะและความสนใจในพื้นเพเดิมของผู้คนว่าสนใจอยากหยิบเรื่องไหนมาพัฒนา ชื่นชอบเรื่องอาหารก็สามารถผลักดันเกี่ยวกับอาหารได้ ชื่นชอบงานศิลปะก็สามารถสร้างงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเมืองได้เช่นกัน การที่ตัวเมืองเปิดกว้างให้มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนตามเวลา และเข้าถึงได้ง่าย ก็เหมือนส่งเสริมให้ผู้คนสามารถเข้าถึงแหล่งขุมทรัพย์แห่งแรงบันดาลใจและปัญญา ที่ผู้คนในเมืองสามารถพัฒนาสร้างสีสัน สร้างชีวิตชีวาให้แก่เมือง และเกิดความสร้างสรรค์แบบใหม่ได้ไม่สิ้นสุด–Bangkok Design Week 2023urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี4-12 February 2023#BKKDW2023#BangkokDesignWeek#urbanNICEzation

NICE FOR MOBILITY 'เป็นมิตรที่ดีต่อคนเดินทาง'

NICE FOR MOBILITY ‘เป็นมิตรที่ดีต่อคนเดินทาง’เคลื่อนปัญหาระบบขนส่งด้วยการเริ่มเปลี่ยนแปลงเรื่องเล็กๆชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองย่อมเกี่ยวพันกับเรื่องการเดินทางและระบบขนส่งภายในเมือง ยิ่งระบบขนส่งสะดวกสบายและเข้าถึงง่ายมากเท่าไร คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น ธีมในปีนี้ของ Bangkok Design Week 2023 อย่าง urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี จึงให้ความสำคัญอย่างมากกับไอเดียสร้างสรรค์ หรือนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางของคนเมืองให้สะดวกสบายและปลอดภัย รวมถึงการสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ที่ง่ายสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนป้ายสัญลักษณ์ของรถขนส่งสาธารณะ การจัดการทางเดินเท้าให้สวยงาม การตรวจสอบเส้นทางให้ง่ายต่อการเดินทาง ไปจนถึงการผลักดันให้เกิดระบบขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นในกรุงเทพฯถึงระบบการขนส่งจะเป็นปัญหาระดับโครงสร้างที่ต้องการฟันเฟืองตัวใหญ่อย่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยผลักดัน แต่ในฐานะคนธรรมดาและฟันเฟืองตัวเล็กๆ ก็ใช่ว่าเราจะร่วมกันคิดและแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เลย วันนี้เลยอยากมาแนะนำเหล่านักสร้างสรรค์ หรือกลุ่มคนที่ตัดสินใจสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ปัญหาการเดินทางในกรุงเทพฯ ให้ทุกคนมีประสบการณ์การเดินทางที่ดีมากยิ่งขึ้นMayday ผลักดันขนส่งสาธารณะ แก้ปัญหาหัวใจหลักเพื่อคนกรุงเทพฯระบบขนส่งแบบใหม่เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถขนส่งที่บริการผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ แต่รถเมล์ที่ผู้คนทุกระดับชั้นใช้ในการเดินทางก็ยังคงเป็นหัวใจหลักที่เมืองต้องให้ความสำคัญและพัฒนา แต่จากที่ใช้ชีวิตกัน ทุกคนคงทราบดีว่าเส้นทางและป้ายสัญลักษณ์การเดินรถของรถเมล์นั้นมีความเข้าใจยากและจำเป็นต้องใช้ความคุ้นชินในท้องที่สูง ถึงจะเดินทางได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เหตุการณ์ที่เราขึ้นรถเมล์แล้วไม่แน่ใจว่าเลือกเส้นทางได้ถูกต้องไหม พอจะอ่านป้ายศึกษาก่อนขึ้นก็มีข้อมูลไม่ค่อยครบถ้วน กลุ่มคนที่รักรถเมล์และระบบขนส่ง และเชี่ยวชาญในด้านพัฒนาผังเมืองอย่าง Mayday จึงตัดสินใจเข้ามามีส่วนร่วมและใช้ไอเดียในการขับเคลื่อนประเด็นนี้เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงระดับต้นที่ทีมงานได้พัฒนาป้ายข้อมูลเส้นทางการเดินรถไว้ที่ป้ายรถเมล์ และทำสติกเกอร์เส้นทางการเดินรถไว้ที่ตัวรถเมล์ เป็นข้อมูลภาพ (Infographic) ที่เป็นมิตร เข้าถึงง่าย อ่านเข้าใจได้ทุกเพศทุกวัย ผลักดันความสำคัญของการปรับปรุงรถสาธารณะเพื่อรองรับผู้คนที่มีงบประมาณการเดินทางจำกัด ไปจนถึงปัจจุบันที่เพจทำหน้าที่เป็นพื้นที่ในช่องทางออนไลน์ช่วยแจกจ่ายข้อมูลเส้นทางการเดินรถเมล์ที่สนุกสนานให้ผู้คนเห็นความสำคัญและหันไปเดินทางด้วยรถเมล์มากยิ่งขึ้น รวมถึงการเล่าข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการให้บริการหรือรูปแบบต่างๆ ของขนส่งสาธารณะในเมืองกรุงเทพฯ โดยพวกเขามีสโลแกนว่า Small Change, Big Move เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน จะสามารถทำให้วันหนึ่งคนกรุงเทพฯ ทุกคนสามารถเข้าถึง ‘ขนส่งสาธารณะ’ ได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่ง Mayday กลายเป็นตัวอย่างของการลงมือทำอย่างมุ่งมั่นของคนตัวเล็กๆ ที่ผลักดันทำให้ภาครัฐนำงานออกแบบไปใช้จริง จนกลายเป็นป้ายรถเมล์ที่เราเห็นกันอย่างทุกวันนี้Wayfinding Bangkok นักสำรวจป้ายเพื่อทุกคนWayfinding Bangkok เป็นเพจนักสืบป้ายที่ชอบพาทุกคนไปสำรวจป้ายในเส้นทางต่างๆ ของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นตามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ท้องถนน หรือแม้กระทั่งในห้างสรรพสินค้า เป็นการชี้ให้เห็นถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขสนุกๆ เพื่อให้เพื่อนร่วมถนนทุกคนได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ดีขึ้น โดยนำทักษะด้านการทำภาพกราฟิกเข้ามาเป็นเครื่องมือ ทั้งยังช่วยแนะนำและบอกเล่าเส้นทางการเดินทางให้แก่ผู้ที่สนใจ รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยใช้บริการขนส่งสาธารณะต่างๆ อีกด้วย ซึ่งในทางกลับกันเรื่องที่เพจหยิบมานำเสนอ บางทีก็ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เห็นปัญหา และมาร่วมแก้ไขไม่มากก็น้อยUDDC ผู้ปลุกไอเดีย ‘เมืองเดินได้ เมืองเดินดี’หน่วยงาน UDDC หรือ Urban Design and Development Center ทำหน้าที่เป็นภาคีที่เชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและนักพัฒนาเมืองทุกท่านมาร่วมศึกษาปัญหาและพัฒนาผังเมืองไปด้วยกัน เพราะเชื่อว่าการฟื้นฟูเมืองเป็นภารกิจสำคัญของทุกคน และสิ่งที่ UDDC ให้ความสำคัญมาก นั่นคือการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับผู้คนเดินเท้ามากยิ่งขึ้น โดยหนึ่งในโครงการที่ทำคือ ‘Good Walk’ หรือ ‘เมืองกรุงเทพฯ เมืองเดินได้ เมืองเดินดี’ หวังเอาชนะปัญหาที่คนเมืองกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคมนาคมขนส่ง การจราจรติดขัด รวมถึงขีดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง และสามารถช่วยส่งเสริมให้เกิดย่านเศรษฐกิจใหม่ๆ การท่องเที่ยวและฟื้นฟูวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นขึ้นมาทดแทนกลยุทธ์ของ UDDC คือการออกแบบให้เกิดพื้นที่นำร่องย่านเดินได้-เดินดีขึ้นมาก่อน นั่นคือ อารีย์-ประดิพัทธ์, ทองหล่อ-เอกมัย และ กะดีจีน-คลองสาน เพราะเนื้อแท้ล้วนเป็นย่านที่มีศักยภาพทางสภาพแวดล้อมและกายภาพแต่เดิมที นอกจากนั้นเพื่อให้เกิดการปฏิบัติได้จริงยังวางแผนการประสานภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ภาคเอกชน หรือภาครัฐ เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อนำไปสู่การเกิดพื้นที่ที่สามารถเดินเท้าได้อย่างยั่งยืนต่อไปRabbit Crossing ดูแลและผลักดันกฎหมายทางข้ามเพื่อความปลอดภัยประเทศที่ให้ความสำคัญกับ ‘รถ’ มากกว่า ‘คนข้าม’ มักหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงต่างๆ ที่บริเวณทางข้าม หรือบนท้องถนน หนึ่งในเหตุการณ์อันน่าเศร้าที่ครอบครัวและผองเพื่อนต้องเผชิญหน้ากับการสูญเสียคนรัก อย่างคุณหมอกระต่าย-พญ.วราลัคน์ จากอุบัติเหตุรถชน ทำให้เพื่อน #หมอกระต่าย ตัดสินใจที่จะรวมกลุ่ม Rabbit Crossing เพื่อทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายทางข้าม สนับสนุนให้เกิดทางม้าลายที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงขึ้นในสังคม และสร้างวินัยการจราจรที่เข้มแข็งขึ้นมา หวังส่งเสริมให้ทุกคนกำกับตัวเองอย่างมีสติ และขับขี่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้คนที่อยู่ตามท้องถนนนอกจากนั้นในเพจยังมีระบบรับแจ้งทางม้าลายที่ไม่ปลอดภัยด้วย เพราะปัญหาเล็กๆ แบบนี้อาจก่อให้เกิดความสูญเสียที่ใครก็ไม่อยากเจอได้ ดังนั้นไม่ว่าเราจะเป็นใคร แต่หากเจอกับทางข้ามที่ดูอันตราย หรือสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ก็สามารถแจ้งเข้าไปให้ Rabbit Crossing ช่วยประสานดูแลได้ทันที เรียกว่ามีประโยชน์ต่อสังคมมากๆ เลยยานพาหนะทางเลือก ทางออกของคนเมืองและสิ่งแวดล้อมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการคมนาคมขนส่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมในเมืองได้เช่นกัน นั่นจึงทำให้ปัจจุบันมีหลายกลุ่ม ทั้งประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ที่ช่วยกันผลักดันให้เกิดยานพาหนะที่ใช้พลังงานสะอาดกันมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่อุตสาหกรรมและบุคคลหนึ่งในนั้นคือแพลตฟอร์ม Muvmi บริการรถตุ๊กๆ ไฟฟ้าที่เรียกได้ผ่านแอปพลิเคชัน ยานพาหนะที่มาให้บริการจะเป็นรถไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แถมยังเป็นระบบ Ridesharing system รถจะแวะรับคนที่ต้องการไปในเส้นทางเดียวกันกับเรา ถึงจะเพิ่มเวลาของผู้เดินทางนิดหน่อย แต่ลดต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมไปได้เยอะมาก นอกจากนั้นระบบแชร์แบบนี้ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของผู้เดินทางได้อีกด้วยหรืออย่าง ETRAN สตาร์ตอัปรุ่นใหม่ที่พัฒนาและผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาดขึ้นในประเทศไทย ใช้สโลแกนว่า Drive The Better World โดยตั้งใจให้ทุกคนสามารถมีประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เครื่องยนต์รองรับการนำไปใช้ในเชิงการทำงานและอุตสาหกรรม อีกทั้งยังราคาไม่สูงเพราะต้องการสนับสนุนให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตประจำวันแบบคิดคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น แถมยังมีจุดบริการ ETRAN Power Station ที่เปิด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลเรื่องของการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จ สามารถเปลี่ยนแบตก้อนใหม่เพื่อวิ่งต่อได้ในทันที  การเปลี่ยนแปลง ระบบขนส่งสาธารณะและปัญหาการจราจรต่างๆ ในกรุงเทพฯในพริบตาเดียวอาจเกิดขึ้นได้ยาก แต่หากร่วมมือกันสร้างความเปลี่ยนแปลงทีละน้อยย่อมต้องสร้างเมืองที่เป็นมิตรต่อการเดินทางของคนเมืองขึ้นมาได้แน่นอน ซึ่งผู้อาศัยอย่างเราทุกคนก็สามารถช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการคิดค้นไอเดียใหม่ๆ หรือสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาการเดินทางทั้งหลายให้ทุกคนสามารถมีเมืองที่เดินทางได้ดีขึ้นได้เช่นกันถ้าใครคิดไม่ออกก็เริ่มง่ายๆ จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของตัวเอง ลองสำรวจปัญหาและพื้นที่รอบๆ ด้วยการเดินเท้าและขับขี่อย่างปลอดภัย เข้าร่วมคอมมูนิตี้ที่สนใจประเด็นนี้เพื่อหาแนวร่วม หรือถ้าต้องการไอเดียเพิ่มเติมก็สามารถมารับชมกันได้ที่งาน Bangkok Design Week 2023 ธีม urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี ที่จะถึงนี้เลย รับรองมีแรงบันดาลใจ มีทางแก้ปัญหาแบบใหม่แน่นอน–Bangkok Design Week 2023urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี4-12 February 2023#BKKDW2023#BangkokDesignWeek#urbanNICEzation

NICE FOR ENVIRONMENT 'เป็นมิตรที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม'

NICE FOR ENVIRONMENT ‘เป็นมิตรที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม’ชวนคนเมืองผันตัวมาเรียนวิชาสิ่งแวดล้อม 101ปัญหาสิ่งแวดล้อมคือปัญหาใหญ่ระดับต้นๆ ของโลก ยุคที่เรากำลังอาศัยอยู่ ไม่ใช่เป็นยุคแห่งการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา แต่เป็นยุคแห่งการแก้ไขว่าจะพลิกฟื้นสถานการณ์ธรรมชาติที่เลวร้ายให้ดีขึ้นอย่างไร ซึ่งหนึ่งในสาเหตุของการเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอันยาวนานเกิดจากการบริโภคและอุปโภคของมนุษย์ ฉะนั้นเป้าหมายปีนี้ของ Bangkok Design Week 2023 ในการสร้าง urban‘NICE’zation หรือ ‘เมือง-มิตร-ดี’ นั้น ภารกิจที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างแรกคือการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและการทำให้เมืองเป็นเมืองสีเขียวยิ่งขึ้น หากพวกเราช่วยกันปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เลือกใช้อย่างคิดคำนึงถึงธรรมชาติ ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 รวมถึงมลภาวะทางน้ำและขยะต่างๆ ย่อมลดน้อยลง คุณภาพชีวิตของผู้คนก็ย่อมดีขึ้นไปด้วย วันนี้จึงอยากชวนทุกคนมาดูไอเดียของการเปลี่ยนแปลงว่าคนตัวเล็กๆ อย่างเราจะเริ่มอย่างไรดีเพื่อเอาชนะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อยู่ภายในกรุงเทพฯ เมืองใหญ่เมืองนี้กันได้บ้างจัดการขยะให้ถูกวิธี ปัญหาขยะเป็นปัญหาที่มีมานาน เหตุหนึ่งเพราะคนไทยยังคุ้นชินกับการทิ้งขยะแบบไม่คัดแยกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อื่นต่อ ในฐานะบุคคลธรรมดาที่อยากแก้ปัญหา เราสามารถเริ่มจากการแยกขยะตามประเภทต่างๆ ให้ถูกต้องเพื่อให้หน่วยงานเก็บขยะสามารถนำไปแยกรีไซเคิล หรือกำจัดได้อย่างถูกวิธีสร้างสรรค์ธุรกิจและสินค้าจากการรีไซเคิลและอัพไซเคิล ถ้าใครมีไอเดียสร้างสรรค์ก็สามารถนำขยะเหล่านั้นมา upcycle ต่อยอดให้เกิดเป็นสินค้าและธุรกิจใหม่ๆ ได้เช่นกัน ก่อให้เกิดเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง Precious Plastic ก็เป็นหน่วยงานของคนตัวเล็กๆ ที่รู้สึกว่าอยากแก้ปัญหาขยะในสังคมและให้คนหันมาสนับสนุนอุตสาหกรรม รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการ Recycle และ Upcycle ขยะพลาสติกกันมากขึ้น เกิดเป็น Workspace ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ให้ผู้คนมาลองสร้างชิ้นงานจากการแปรรูปขยะพลาสติก ส่งเสริมให้เกิดคอนเน็กชันและตลาดที่ซัพพอร์ตสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน เป็นโปรเจกต์ที่เริ่มต้นที่ต่างประเทศ แต่แพร่มาหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ในกรุงเทพฯ เช่นเดียวกันกินอาหารแบบพอดี ให้ความสำคัญกับ Food Waste ขยะอาหาร หรือ Food Waste กำลังกลายเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ในระบบเช่นกัน เนื่องจากต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตและทรัพยากรบุคคลในการกำจัดภายหลัง ซึ่งปัญหานี้แก้ได้ ถ้าเราทุกคนรู้จักบริโภคแต่พอดี โดยเน้นบริโภคให้หมดภายในวันหมดอายุ ไม่เหลือทิ้งอย่างไร้ประโยชน์ รวมถึงสนับสนุนอาหารสดใหม่ในชุมชนที่มีการผลิตวันต่อวัน แต่ในเชิงอุตสาหกรรมอาหารต่างๆ ยังแก้ปัญหานี้ได้ยาก นั่นจึงเป็นที่มาของ SOS Thailand หน่วยงานที่ดูแลนำอาหารที่เหลือจากซูเปอร์มาร์เก็ตและชุมชน ที่คุณภาพดียังสามารถรับประทานได้ ไปแจกจ่ายเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ที่ต้องการ เป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมในคราวเดียวกัน บอกลา Fast Fashion สนับสนุนมือสองและยืดอายุการใช้งานนานขึ้น อุตสาหกรรมสุดท้ายที่เรียกว่าเป็น A list ในการสร้างขยะเหมือนกัน นั่นก็คืออุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งแฟชั่นเป็นเรื่องของเทรนด์ การเปลี่ยนสไตล์อย่างรวดเร็วก่อให้เกิดวัฒนธรรมที่เรียกว่า Fast Fashion ซื้อมาใส่ไม่กี่ครั้งแล้วทิ้ง จากนั้นก็ซื้อสไตล์ใหม่รุ่นใหม่ แน่นอนว่าสิ่งนี้กระทบทรัพยากรธรรมชาติและความสามารถในการกำจัดขยะของทุกหน่วยงานเป็นอย่างมากแต่ชาวแฟชั่นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในปัญหานี้ มีหลายคนที่ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์วิธีการแก้ไขปัญหาแตกต่างกันไป โดยเน้นไปที่การสนับสนุนการซื้อ-ขายและแลกเปลี่ยนเสื้อผ้ามือสอง เพื่อไม่ก่อให้เกิดการดูดดึงทรัพยากรในธรรมชาติมาใช้ในการผลิตใหม่ ลดการเกิดมลพิษทางอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น Fashion Revolution Thailand กลุ่มคนรักแฟชั่นที่จัดงานอีเวนต์และรณรงค์ให้ ‘ลด ละ เลิก’ การซื้อเสื้อผ้าใหม่ แต่เคลื่อนไหวให้ผู้คนเกิดการแลกเปลี่ยนเสื้อผ้ากันแทน หรือ Reviv บริการรับซ่อมเสื้อผ้าที่ชำรุด เพื่อหวังต่ออายุสินค้าแฟชั่นให้ทุกคนใช้ได้นานขึ้นเรียนรู้ที่จะดูแล อยู่ร่วมกับต้นไม้และระบบนิเวศ พื้นที่สีเขียว หรือต้นไม้เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนเมืองเป็นอย่างมาก เพราะทำหน้าที่เป็นปอดให้คนกรุง เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยดูแลเรื่องระบบนิเวศและมลภาวะทางอากาศให้ อีกทั้งยังช่วยดูแลทั้งกายและจิตใจของคนเมือง ประโยชน์ของต้นไม้ยังรวมไปถึงสัตว์ตัวเล็กๆ ที่แฝงตัวอาศัยอยู่ในเมืองร่วมไปกับพวกเราด้วย ปัญหาคือการพัฒนาเมืองบางครั้งนำมาซึ่งการตัดไม้และดูแลอย่างไม่ถูกวิธี ดังนั้นคนที่ดูแลและปกป้องต้นไม้ได้จึงสำคัญ ถือเป็นหัวใจหลักในการช่วยให้สิ่งแวดล้อมเติบโตร่วมกับเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าง Big Trees Project ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่เห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสังคม นำมาสู่ไอเดียการสร้างคนให้เข้าใจต้นไม้และพร้อมที่จะดูแลต้นไม้ในกรุงเทพฯ ให้เติบใหญ่อย่างแข็งแรงในสวนสาธารณะ 60 แห่งทั่วกรุงเทพฯ หรือกลุ่ม Ari Eco Walk เองก็ช่วยให้คนเข้าถึงธรรมชาติแบบง่ายๆ ด้วยการสร้างกิจกรรมให้ผู้คนได้ออกไปเดินเท้าสำรวจเมือง ไปเห็นพืชพันธุ์และระบบนิเวศที่ซ่อนตัวอยู่อย่างหลากหลายภายในบริเวณถนนอารีย์ ได้เรียนรู้ข้อมูลและทำความเข้าใจวิถีชีวิตของแมลง นก กระรอก รวมถึงสัตว์เล็กในพื้นที่ ตลอดจนเจอพื้นที่ชุ่มน้ำและพื้นที่สีเขียวลับๆ ภายในย่านชุมชนสนับสนุนให้เกิดพื้นที่สาธารณะสีเขียวเพื่อใกล้ชิดธรรมชาติ อีกสิ่งหนึ่งที่คนเมืองอย่างเราต้องช่วยกันผลักดันสนับสนุนให้เกิด นั่นก็คือพื้นที่รูปแบบต่างๆ ที่มีต้นไม้และธรรมชาติให้ผู้คนสามารถเข้าไปเรียนรู้และใกล้ชิด จริงๆ ไม่ต้องสร้างพื้นที่สเกลใหญ่โตอะไรมากมาย บ้านใครสะดวกแบบไหนก็ทำแบบนั้น ช่วยกันปลูกคนละต้นสองต้น เมืองเราก็เขียวมากขึ้นและมีต้นไม้ที่จะช่วยเป็นปอดเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว อย่าง We! park ก็เป็นหน่วยงานไม่แสวงหาผลกำไรที่เล็งเห็นความสำคัญของพื้นที่สาธารณะสีเขียวที่มีต่อเมือง พวกเขาจึงร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อพลิกฟื้นพื้นที่ที่ไม่มีประโยชน์ในกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นสวนสาธารณะขนาดเล็กให้ผู้คนใช้ประโยชน์ได้ แถมยังมีการจัดทำคู่มือให้บุคคลทั่วไปสามารถเรียนรู้ที่จะทำ Pocket Park หรือ สวนสาธารณะเล็กๆ ที่ชุมชนหรือพื้นที่ของตนได้ด้วยทั้งหมดก็เป็นวิธีการง่ายๆ ที่เราสามารถช่วยกันลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในเมืองได้ ถึงจะต้องอาศัยความพยายามและความตั้งใจกันหน่อย แต่เชื่อว่าไม่ยากเกินความสามารถของทุกคนแน่นอน อย่าลืมว่าสิ่งแวดล้อมจะอยู่อย่างยั่งยืนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของพวกเราทุกคนแล้ว! ใครที่มีไอเดียส่งเสริมสิ่งแวดล้อม หรือแก้ปัญหาขยะอะไรดีๆ ก็ไม่ต้องเก็บเอาไว้คนเดียว เตรียมแบ่งปันและร่วมสร้างสรรค์กันได้ในงาน Bangkok Design Week 2023 ปีนี้ มาร่วมสร้าง urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี เมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยกันเถอะ–Bangkok Design Week 2023urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี4-12 February 2023#BKKDW2023#BangkokDesignWeek#urbanNICEzation

“เมืองดี-ชีวิตดี สร้างได้”

“เมืองดี-ชีวิตดี สร้างได้”ชวนสำรวจ 6 โปรเจกต์สนุกทั่วโลกที่พิสูจน์ว่า เมือง-มิตร-ดี สร้างได้  สภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมรอบข้างล้วนเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการหล่อหลอมและเติบโตของมนุษย์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ‘เมือง’ จะมีผลทั้งทางบวกและทางลบกับความสุขและการเติบโตของคนเมือง ปัจจุบันการที่ผู้คนต่างย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานในเมืองหลวงหรือเมืองสำคัญมากขึ้น ทำให้คนเมืองเริ่มพบเจอกับปัญหาความวุ่นวายเร่งรีบ รวมถึงความขาดแคลนบางอย่าง แต่ไม่ใช่ว่าปัญหาเหล่านี้จะถูกแก้ไขไม่ได้ซะเลย  วันนี้จะชวนสำรวจ 6 โปรเจกต์ทั่วโลก ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่สนุกและท้าทาย เน้นการปรับปรุงปัญหาและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ภายในเมือง เจาะลึกและแก้ไขปัญหามิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาการขนส่ง หรือแม้กระทั่งปัญหาด้านเศรษฐกิจชุมชน ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความร่วมมือกันแก้ปัญหาของผู้คนตัวเล็กๆ และหน่วยงานน้อยใหญ่ในระดับต่างๆ พิสูจน์ให้เห็นว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างเมืองเป็นมิตร อยู่แล้วแฮปปี้ได้  ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันว่าโปรเจกต์เหล่านี้ พวกเขาลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงกันได้อย่างไรบ้างProject 1 : Solar-Powered Farmers Market  ตลาดสดที่ยิงนกตัวเดียวได้ทั้งสิ่งแวดล้อมที่ดีและพลิกฟื้นเศรษฐกิจชุมชน โปรเจกต์ตลาด Grower’s Market นี้อยู่ที่เมือง Albuquerque ในประเทศ New Mexico โดยปกติตลาดชุมชนหรือ Farmers Market เกิดขึ้นก็เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนสนับสนุนเกษตรกรหรือผู้ค้ารายย่อยในชุมชนใกล้เคียง อีกทั้งยังเน้นที่การบริโภคแต่พอดี เลือกใช้ของสดใหม่ตามฤดูกาล การที่เมืองมีตลาดลักษณะนี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านหารายได้ พัฒนาธุรกิจรายย่อยของตัวเอง นำไปสู่การเกิดแหล่งท่องเที่ยวได้ท้ายที่สุด  ตลาดนี้ไม่ได้ให้ประโยชน์แค่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่สร้างประโยชน์มหาศาลด้านสิ่งแวดล้อมด้วย  เพราะขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งหมดโดยใช้แค่พลังงานธรรมชาติ อย่างพลังงานแสงอาทิตย์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์คิดเงินไปจนถึงอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงอย่างลำโพงและเครื่องเสียงประกอบเวทีต่างๆ แถมยังมุ่งมั่นลดขยะพลาสติกหรือขยะบรรจุภัณฑ์ด้วยการออกนโยบายให้ลูกค้าสามารถนำถุงผ้า หรือ บรรจุภัณฑ์สำหรับการใส่สินค้ามาที่ร้านได้เอง อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับจุดบริการจอดรถและอำนวยความสะดวกของลูกค้าที่ใช้จักรยานโดยเฉพาะ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จักรยานแทนการขับรถยนต์มาที่ตลาด เรียกได้ว่าแก้ปัญหาทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมได้อย่างครบถ้วน Project 2 : Oslo เมืองที่ให้ความสำคัญกับระบบการขนส่งสีเขียวการแก้ปัญหาแบบร่วมมือจากคนตัวใหญ่สู่คนตัวเล็กต้องเกริ่นก่อนว่าในปี 2019 ออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์ก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจนได้รับเลือกให้เป็นเมืองสีเขียวของภูมิภาคยุโรปแล้ว แต่หลังจากที่ได้รับเลือกรัฐบาลยิ่งจริงจังกับการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงอุตสาหกรรมหรือภาพใหญ่ในสังคม ลดผลกระทบที่คาร์บอนไดออกไซด์มีต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสู่เมืองไร้พิษอย่างสมบูรณ์ในปี 2050 ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่ออสโลให้ความสำคัญมากคือการผลักดันระบบขนส่งให้ Eco-Friendly มากที่สุด มีการออกนโยบายสนับสนุนให้คนเลิกใช้รถส่วนตัวหรือ หันมาใช้รถไฟฟ้าแทน และระบบขนส่งสาธารณะก็ปรับเปลี่ยนยกเครื่องใหม่เพื่อลด Digital Footprint ต่างๆ ให้มากที่สุด เพราะเหตุนี้จึงเกิด GreenCharge ในออสโล เป็นสถานีชาร์จไฟที่เกิดจากความร่วมมือในหลายภาคส่วนและหลายเมืองของยุโรป พุ่งเป้าให้จุดชาร์จไฟนี้กลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะภายในอพาร์ตเมนต์หรือลานจอดรถสาธารณะ แหล่งไฟฟ้าจะมาจากพลังงานธรรมชาติอย่างแสงอาทิตย์และการจ่ายไฟฟ้าสาธารณะ และในอนาคตไม่ถึง 10 ปีนี้ ออสโลกำลังจะปรับเปลี่ยนแท็กซี่สาธารณะทุกคันให้กลายเป็นรถแท็กซี่ไฟฟ้าที่สามารถชาร์จงานแบบไร้สายได้ด้วย  นอกจากนี้รัฐบาลยังผลักดันให้เกิดการปรับพื้นที่บางส่วนในเมืองเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการเดินเท้าของผู้คนแทนรถยนต์อีกด้วย เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางวัฒนธรรม เปิดให้จักรยานและรถขนส่งสาธารณะเท่านั้นที่เข้าพื้นที่ย่านใจกลางเมืองได้ ก่อเป็นแรงกะเพื่อมสู่คนในเมือง ให้สามารถเดินเท้าใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ แข็งแรงขึ้นจากการออกกำลังกาย แต่ก็ยังเข้าถึงระบบขนส่งต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายเช่นเดิมProject 3 : Restart Project จัดการขยะดิจิทัลแบบ “don’t despair, just repair!” โปรเจกต์ที่ทำความเข้าใจบริบทอออนไลน์และดีลกับขยะอิเล็กทรอนิกส์หนึ่งในประเภทขยะที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในปัญหาสิ่งแวดล้อมมากๆ ทั่วโลกช่วงหลังก็คือขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่เพิ่มมากขึ้นตามการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ของประชากรโลก แต่ขณะเดียวกันความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะเหล่านี้อย่างถูกวิธีนั้นน้อยมาก บางคนเมื่อต้องการทิ้งก็โยนทิ้งเฉยๆ โดยไม่นึกถึงการนำกลับมาเวียนใช้ให้เกิดประโยชน์แง่อื่น จุดบอดตรงนี้ทำให้เกิดโปรเจกต์ Restart Project ที่ประเทศอังกฤษขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา Restart Project เป็นแคมเปญที่เกิดในปี 2013 จากพลังของเหล่าบุคคลธรรมดาในลอนดอนที่รู้สึกว่าภูเขาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่กำจัดไม่ได้กำลังจะกลายเป็นปัญหาสังคมขนาดใหญ่ พวกเขาอยากสร้างวัฒนธรรมดิจิทัลในชุมชนแบบใหม่ ที่ผู้คนไม่ทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์เพียงเพราะชำรุด แต่ซ่อมเพื่อนำกลับมาใช้ หรือ สร้างความสัมพันธ์ สร้างสิ่งของแบบใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยเขาเริ่มทำงานจากการเปิดสอนในชุมชนเล็กๆ ทีละชุมชนเพื่อขยายความรู้ความเข้าใจ สร้างมุมมองใหม่ให้คนเมืองได้เห็นประโยชน์ของชิ้นส่วนเล็กๆ พวกนี้ และมีความมั่นใจที่จะนำวัฒนธรรมแบบใช้ซ้ำ หรือ รีไซเคิลมาใช้ในชีวิตกันมากยิ่งขึ้น  ตอนนี้กลุ่ม Restart Project ก็ขยายตัวใหญ่เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยในปี 2018 มีนักเคลื่อนไหวเพื่อการซ่อมแซมเข้าร่วมเป็นสมาชิกประจำเพื่อการสอนถึง 59 ราย ที่สำคัญคือพวกเขาไม่ได้จำกัดพื้นที่การทำงานอยู่ภายในอังกฤษเท่านั้น แต่ยังจับมือกับเครือข่ายนักเคลื่อนไหวเพื่อการซ่อมแซมในประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อเปิดอีเวนท์ซ่อมแซมพร้อมให้ความรู้ ไม่ว่าจะเป็น อิตาลี สเปน สวีเดน หรือ นิวซีแลนด์ หลักการทำงานไม่ได้โฟกัสเฉพาะในประเทศใหญ่ๆ แต่ให้ความสำคัญกับการไปให้ความรู้ในเมืองเล็กๆ ด้วยเช่นกัน เพราะเชื่อว่าตราบใดที่คนเราเรียนรู้ที่จะซ่อมแซมสิ่งของ ยืดอายุการใช้งานขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ โลกก็จะปลอดภัยจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น Project 4 :  Rainbow Village ไทจง จากหมู่บ้านทหารผ่านศึกสู่แลนด์มาร์คอันดับหนึ่ง! สุดยอดความคิดสร้างสรรค์ Make over บ้านเกิดให้เป็นแหล่งเศรษฐกิจไอเดียบรรเจิดนี้เกิดขึ้นจากบุคคลคนเดียว นั่นคือคุณปู่ชาวไต้หวัน หวง หย่ง ฟู่ (Huang Yung-Fu) ที่เริ่มเห็นว่าหมู่บ้านทหารผ่านศึกในพื้นที่ห่างไกลที่ตัวเองอยู่นั้นเริ่มเงียบเหงาและทรุดโทรม เพราะคนวัยทำงานเริ่มย้ายถิ่นฐานไปสู่ย่านเศรษฐกิจมากขึ้น นายทุนเริ่มต้องการซื้อและทุบทำลายหมู่บ้านนี้เพื่อปรับปรุงใช้ประโยชน์จากพื้นที่ แต่คุณปู่คิดว่าหมู่บ้านนี้ควรถูกอนุรักษ์และสามารถสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นย่านเศรษฐกิจใหม่ๆ ได้ คุณปู่ใช้ความสามารถทางศิลปะและเวลาว่างทุกวันเพื่อวาดรูปและระบายสีสันสดใสบนกำแพง แรกเริ่มแค่บ้านของเขาเพื่อแสดงเจตจำนงการรักษาบ้านเอาไว้ แต่หลังจากที่เพื่อนบ้านเห็นก็สนับสนุนให้คุณปู่ระบายสีบ้านทุกหลังที่เหลืออยู่ให้สวยเหมือนกันไปเลย  สุดท้ายเหตุการณ์นี้ก็นำมาสู่การที่คุณปู่สามารถรักษาบ้านและพื้นที่เหลืออยู่ได้สำเร็จ และไม่ใช่ในนามของหมู่บ้านอันรกร้างทรุดโทรม แต่เป็นในนามของ ‘หมู่บ้านสายรุ้ง’ Rainbow Village ที่ถือว่าเป็นพื้นที่อนุรักษ์ทางวัฒนธรรมด้วย นอกจากนั้นสถานที่นี้ยังกลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ป๊อปที่สุดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการต่อยอดธุรกิจเชิงท่องเที่ยว รวมถึงร้านสินค้าและงานศิลปะในชุมชนต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต Project 5 : The Goods Line สวนที่เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์เชื่อมคนในเมืองไว้ด้วยกันส่งเสริมการเกิดชุมชนและสีสันในเมือง ด้วยการสร้าง Creative Space ประโยชน์จัดเต็ม ‘คนเมืองมักเงียบเหงาและห่างเหินกว่าคนชนบท’ เหตุที่เรามักคิดแบบนั้นเป็นเพราะการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองมักจะส่วนตัวและต่างคนต่างอยู่มากกว่า ดังนั้นเมืองสมัยใหม่จึงมักมีโปรเจกต์ที่ผลักดันและเอื้ออำนวยให้ผู้คนมีพื้นที่สังสรรค์เปิดกว้างด้านกิจกรรมและวัฒนธรรม เพิ่มโอกาสในการรวมกลุ่มสร้างคอนแนคชั่นและเพิ่มสีสันให้กับชีวิต ไม่ให้คนเมืองรู้สึกโดดเดี่ยวหรือเหี่ยวเฉามากไปนัก นั่นคือไอเดียสำคัญในโปรเจกต์ The Goods Line เมือง Sydney ประเทศออสเตรเลีย ที่ปรับปรุงพื้นที่เลียบทางรถไฟรกร้างเสียใหม่ ให้กลายเป็นสวนและพื้นที่สาธารณะของคนเมือง โดยสร้างโครงสร้างพื้นฐานแบบจัดหนักจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นที่นั่งสำหรับการพูดคุย ไวไฟฟรีสำหรับการทำงานและสังสรรค์ สนามเด็กเล่นที่รองรับเด็กเล็ก ไปจนถึงการโซนสำหรับการเล่นกีฬาและกิจกรรมสันทนาการของคนทุกช่วงวัย กลายเป็นพื้นที่สำหรับความสร้างสรรค์เหมาะกับการจัดกิจกรรมและเทศกาลต่างๆ ผู้คนสามารถพักผ่อนหย่อนใจ หรือ ชักชวนกันมาสร้างกิจกรรม ก่อให้เกิดการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้ที่สวนแห่งนี้ เรียกว่าเพิ่มความน่าอยู่ของเมืองและต่อยอดพัฒนาได้แบบไม่รู้จบ โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การสร้างสรรค์พื้นที่ที่ถูกลืมเสียใหม่เท่านั้น แต่เป็นการสร้างพื้นที่สาธารณะขึ้นมาเพื่อ Connect ผู้คนในเมืองด้วยเช่นกัน Project 6 : Superkilen สถานที่ที่โอบรับทุกความหลากหลาย Space ใจกลางเมืองที่เกิดมาเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องความต่างทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม จะดีกว่ามั้ย ถ้าในเมืองของเรามีพื้นที่ที่สอนให้คนโอบอุ้มและเข้าใจความสวยงามในความแตกต่างหลากหลายของมนุษย์และทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย นี่คือประโยชน์ของโปรเจกต์ Superkilen ในเมือง Copenhagen ประเทศเดนมาร์ก ที่สร้างและดีไซน์พื้นที่สาธารณะกลางเมืองความยาวกว่าครึ่งไมล์เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นถึงไอเดียที่ว่า “ความงดงามในความแตกต่าง” แท้จริงเป็นอย่างไร  ในพื้นที่สีชมพูแดงสีสันสะดุดตานั้นจะมีการจัดวางสิ่งของต่างๆ อย่างชาญฉลาด โดยเป็นการนำ 60 ชิ้นงานดีไซน์จากหลากหลายเมืองบนโลกที่มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่แตกต่างกัน มาสร้างพื้นที่พักผ่อนและเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม โดยเน้นเป็นงานศิลปะแบบเซอร์เรียลที่ผู้คนสามารถจับต้องและสัมผัสได้ทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น นำต้นปาล์มพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศจีนมาตกแต่ง มีการจัดแสงไฟนีออนแบบฉบับกาตาร์ตามตึกรอบข้างต่างๆ ม้านั่งในพื้นที่ดังกล่าวก็เป็นม้านั่งที่คุ้นชินจากเมืองลอสแองเจอลิส ทั้งหมดก็เพื่อให้ผู้คนในเมืองเข้าถึงและเห็นความสวยงามของการผสมผสานทางด้านวัฒนธรรม กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในประเทศอื่น  นี่เป็นเพียง 6 ตัวอย่างของเมืองและพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างน่าสนใจ สามารถช่วยแก้ปัญหามิติต่างๆ ภายในเมืองได้ เชื่อว่าใครหลายคนน่าจะพอเห็นภาพและมีไอเดียคร่าวๆ แล้วว่าจะนำมาปรับใช้หรือออกแบบกรุงเทพฯ ของเราอย่างไรได้บ้าง อย่าลืมส่งเสียงมาบอกกันได้ที่งาน Bangkok Design Week 2023 ที่จะถึงนี้น้า มาช่วยกันสร้าง ‘เมือง-มิตร-ดี’ ในฝันของทุกคนกัน –Bangkok Design Week 2023urban‘NICE’zation เมือง-มิตร-ดี4-12 February 2023#BKKDW2023#BangkokDesignWeek#urbanNICEzation

ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมจัดเทศกาลฯ

Bangkok Design Week ขอบคุณนักสร้างสรรค์ทุกท่านที่สนใจสมัครเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลงานออกแบบฯ เพื่อขับเคลื่อนวงการออกแบบและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโตไปด้วยกันรายชื่อผู้เข้าร่วมจัดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2566Exhibition (การจัดแสดง)พื้นที่ของเทศกาลฯ (Festival Venue)‘carpenter27JUNE STUDIOA morning picturesARCANEBenxbluesBicogurtBK{O}KbluebangkokBOB the nice guyCenter of Research and Design innovation service ( CRDIS ) CERCACIDI x LASUNYAcloudideaconsciousCPAC Green SolutionCreative Economy Agency (CEA)Dar Research StudioDeesawatDesignPLANTDesign & Objects AssociationDigital Circular Economy platformDomestic+City UnitEquity Partnership’s School Network productFashswuFive Clapfulltimememogade & The Paper JourneyGLISTENGlivingHIMLYA Cotton IFAimmertech xkitt.ta.khonKLAB studioLEENONLighting Designers Thailand lightinghouse Live Life DetaillukyangMarionsiam MazedoniaMobella x Anssilmobella x Chaipattana MOHo studioMORENadiaNEWVIEWNikken SekkeiOne BangkokOriental StudioPATAPiANPATRAPORNPATTANI DECODEDpcholiPDMBRANDPerfectly DefectedPhayanchanaPoeng firePORANApraan.studioPrimary WorkshopPTTPUENDAETPumpumQUALY x HARV x LMLMRenim ProjectResearch and Innovation for Sustainability Center (RISC)SALETESalt and Pepper StudioSARNSARD STUDIOSemiotic ArchitectsSirraSpace Saloon + The MaakSpirulina SocietySTALLIONSStories of SilverStudio TermiteSTUX2 Supernude StudioTaiwan Design Research InstituteTASTEBUD LABTermtem studioThai perfumersThailand Policy LabUrban (this) abilityUrbanyardUselessland.comVirginia Commonwealth University School of the Arts in Qatarwanhaan x bariyard.ioWISDOMATIVEYawaYEAR NOWช้างกระโดดลงแก้วบริบุญบ้าน-พึ่ง-พลา(ส)พอแล้วดี THE CREATOR l Artists – Crafters – Designers พัสตราภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อนบ้านอารีย์สมาคมบอร์ดเกมอิสรภาพพื้นที่ของตนเอง (Own Space)ออนไลน์เท่านั้นHAXMIT Urban Risk Labเจริญกรุง-ตลาดน้อยJTKT Co., Ltd.Koyoyi Project 2022Major&Jorie design and researchNo BrandPitakRosslynSilestone by CosentinoVenzWISHULADAเท็นฟิงเกอร์สามย่าน-สยาม1559 GalleryAssumption UniversityBoss Lab Board GameCUArt4CSarattaSungkrohsangอารีย์-ประดิพัทธ์BEARHOUSEOGGO Co.,LtdPeople of Ari SMMทองหล่อ-เอกมัยKenkoonLonely Soul Club Podcastพระนคร-นางเลิ้งLOU HIEB SENGจรจัดสรร Stand for StraysUrban Ally คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรย่านอื่นๆBANGPHO WOOD STREETCreative MigrationGreydient LabHouse of PassaMade In Soul by SarranPlay SpaceShmaStreetArt +DrusumphatThe Silence ProjectUrban Studies Labverbคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนืออภินิหารตลาดพลู_________Event (อีเว้นท์)พื้นที่ของเทศกาลฯ (Festival Venue) blind stopCHANGE By CEAEDeaf: Education for the DeafFerment MarketGood VibesSATARANASAMMAKORNSound Scapeสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยพื้นที่ของตนเอง (Own Space)เจริญกรุง-ตลาดน้อยHaroon CommunityTCCFกลุ่มคนรักตลาดน้อยอารีย์-ประดิพัทธ์Ari Weekend Market AriAroundพระนคร-นางเลิ้งcommutinyHumans of Flower Marketย่านอื่นๆSUPH art spaceUS_________Talk (เสวนา)พื้นที่ของเทศกาลฯ (Festival Venue)Domus AcademyDigital Circular Economy platformMIT Urban Risk LabNABA Seize The DayTASTEBUD LABWizards of LearningYEAR NOWพอแล้วดี THE CREATOR l Artists – Crafters – Designers Design Research Dayคุณจนัธ เที่ยงสุรินทร์     คุณรันดา อดุลเดชจรัสคุณสราวุธ กลิ่นสุวรรณคุณพีรัช ษรานุรักษ์คุณสุมิตตา พุทธศรีสังข์คุณพิชชานันท์ วิมลวรวิทย์คุณอัญญาวี เจริญธนากิตคุณกมลวรรณ์ ชูแก้วคุณจุฑามณี โกศลธนากุลคุณประกาศกิจ อนันต์เลิศสกุล และคุณเจษฏากร มะลิวรรณ์ คุณณัฐพร เทพรัตน์ พื้นที่ของตนเอง (Own Space)ย่านอื่นๆCreative Migration_________Workshop (เวิร์กชอป)พื้นที่ของเทศกาลฯ (Festival Venue)CHECQO.CROSSWALK XDieHIMLYA Cotton Humeme studioLUKYANGLunabunOmkoi Lacquer Craft.pcholiPOP UP STOOLQUALY x HARV x LMLMSaladsil StudioTanakrit Talks JazzTiger cf Workshop TYUdomkati Brewing AcademyWISDOMATIVEพื้นที่ของตนเอง (Own Space)เจริญกรุง-ตลาดน้อยArt Jamming workshop by PopzhengDe-Coff : Deconstruction of Coffee กาแฟ ร่ม ป่าF.VMaLet’s CafeNEWVIEWPhotohostel & PhotocafePhotohostel & PhotocafeToday at AppleWhy is the River Laughing?สามย่าน-สยามDeadline Always ExistsQUT X CUToday at Appleทองหล่อ-เอกมัยBUNKAFASHIONSCHOOLย่านอื่นๆBigbangpun บิ๊ก แบ่ง ปันCIDI WorkshopCreative MigrationCreative MigrationOKDstudioSummary.COTHAI FIT_________Tour (ทัวร์)พื้นที่ของเทศกาลฯ (Festival Venue)a dayHear & FoundI will SURVEY! room Books / บ้านและสวน Explorers ClubSarakadee LiteSarakadee LiteThe CloudTrawell Thailandจินนี่ สาระโกเศศพื้นที่ของตนเอง (Own Space)เจริญกรุง-ตลาดน้อยUDeeกลุ่มคนรักตลาดน้อยอารีย์-ประดิพัทธ์AriAroundiliUพระนคร-นางเลิ้งairchitectScholars of Sustenance Foundationย่านอื่นๆTheRootsRoutesร้านค้า และ Façade_________Music & Performing (ดนตรีและการแสดง)พื้นที่ของเทศกาลฯ (Festival Venue)Lalit, Chawin, Pawin & ParaweeLinda Vinta Mahakit MahaniranonNUMANYamaha Music School ThailandYuen Diaoคณะสุเทพฯ ทรงคือ Songkhueพื้นที่ของตนเอง (Own Space)เจริญกรุง-ตลาดน้อยWhy is the River Laughing?อารีย์-ประดิพัทธ์The dialogueย่านอื่นๆJamegolotus_________Promotion (โปรโมชัน)พื้นที่ของตนเอง (Own Space)เจริญกรุง-ตลาดน้อยSeize The DayJOJO CafeMaLet’sสามย่าน-สยามChinglian TCM Cilnic X Summary.COอารีย์-ประดิพัทธ์BEARHOUSEย่านอื่นๆVelaa Langsuan_________Market (ตลาด)พื้นที่ของเทศกาลฯ (Festival Venue)a piece of caseaircraft colaANOTHER CUPAROUND THE CREPEAssaniaunties.stuffBAGWARDBASIC TEEORYBetter MartBlue BangkokCaliiicocanyouhearcloudCASOCHECQO.ChupaletasCircularCOCO SUI.BKKCOMMADaybreak.natureweardays in and days outFABRITTFascigems GEMIO GLISTENHANDS ODORHIMLYA CottonHUH.WDUSI Know You Are HungryImluck – อิ่มรักintabrandJaroonburiJIIRAKANDAGOODSKH EDITIONSKUSUlabradorLINE PER INK STUDIOLOV-VERMarionsiamMonjeedmoonmachineoneMY FRIADYNew Road CrepeNYMPHEART (นี๊ม-ฮาร์ท)Oraclaypaahlong studiopeeti.studioPhanaPhayanchanaPHOkitchenPILYNNPlay a lotPo.loidPOP UP STOOLpraan.moodPrim x Baojai studioPurrcraftSALETEsaranae design Sarr.rai (สาหร่าย)Seize The DayShrimp&ShellSmileLikeaFlower.SmithySpirulina SocietyStories of SilverSundae KidsTASTEBUD LABTaxileatherThe MeowseumTHĒ ROOTtillyobloomtISITropical home cafe x Fishbridge brewingTropical SplashTwo in RowVENACAVAVenitawmw.___.wmwกินตาม ไอศกรีมแซนด์วิชจัดตั้งเจริญพุงโภชนาดื่มด่ำ คราฟต์โคล่า โดย ฮม โลคอลคราฟต์ลวก ล่า เมี่ยนสมาคมบอร์ดเกมสำลักยำอยู่​ / เป็น​ / สุขพื้นที่ของตนเอง (Own Space)เจริญกรุง-ตลาดน้อยFlour LabPhotohostel & Photocafe