BANGKOK DESIGN WEEK 2023, 4–12 FEB

อัพเดทและเที่ยวชมงาน

เทรนด์เทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนชีวิตเราในทุกมิติ

การตามให้ทันความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีแสนรวดเร็วในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายิ่งเข้าใจเทคโนโลยีสมัยใหม่ดีแค่ไหน เราก็ยิ่งได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะอนาคตอันใกล้สิ่งเหล่านี้จะยิ่งมีบทบาทกับชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น Virtual World โลกเสมือนที่เชื่อมต่อผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน การเกิดขึ้นของ Metaverse ที่ส่งผลต่องานสร้างสรรค์ในหลากมิติ NFT สินทรัพย์ดิจิทัลที่เปลี่ยนวิธีคิดที่คนมีต่อมูลค่างานศิลปะไปโดยสิ้นเชิง รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ อีกมากมายที่ส่งผลต่อศิลปะและงานออกแบบหลายแขนง วิกฤติโควิด-19 ทำให้ธุรกิจหลายประเภทชะลอตัวหรือถึงขั้นหยุดชะงัก แต่สำหรับวงการเทคโนโลยีบอกเลยว่าทุกอย่างกำลังพุ่งไปข้างหน้าไม่แผ่วไม่พัก เราจึงอยากชวนคุณมาอัปเดตกันหน่อยว่านาทีนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง   โลกเสมือนที่กำลังจริงขึ้นเรื่อย ๆ การเติบโตของอุตสาหกรรมเกมที่นับวันจะยิ่งมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เทคโนโลยีเกี่ยวกับ Digital Avatar พัฒนาตามไปด้วย จนทุกวันนี้โลกของเรามีอินฟลูเอนเซอร์เสมือน (Virtual Influencer) ที่เป็น AI ตบเท้าเข้าวงการกันมากมาย ทั้งยังมีหลากหลายธุรกิจที่มองหาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ เช่น อุตสาหกรรมแฟชั่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความไวต่อเทรนด์เป็นที่สุด ย่อมไม่พลาดกระโดดเข้ามาร่วมจอย Virtual World ในรูปแบบต่าง ๆ กันอย่างคึกคัก เช่น  Levi’s ที่ออกแบบเสื้อผ้า 3D สุดเท่สำหรับอวตารในเกม QQ Dance และวางขายเสื้อผ้าจริงดีไซน์เดียวกันควบคู่ไปด้วย บอกเลยว่าเทรนด์นี้ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่กำลังเติบโตจริงจัง อย่าง Ravensbourne University London สถาบันด้านสื่อดิจิทัลและการออกแบบ เขาก็เปิดสอนสาขา Digital Technology for Fashion Pathway แล้วนะ ใครพร้อมลุยก่อนก้าวนำคู่แข่งไปอีกขั้นแน่นอน   โอกาสใหม่ในพรมแดน Metaverse  คำที่เราควรรู้จักไว้ในนาทีนี้คือ Metaverse ซึ่งคนแวดวงไอทีอาจพอคุ้นหูกันบ้างแล้ว แต่คำนี้มาบูมสุด ๆ ช่วงปลายปี 2021 เมื่อมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เจ้าพ่อ Facebook ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองภาพอนาคตไว้ว่าบริษัทของเขาต้องเติบโตไปไกลกว่าการเป็นแค่แพลตฟอร์มสื่อโซเชียล การขยับตัวของยักษ์ใหญ่ทำให้สปอตไลต์ฉายไปที่ Metaverse ทันที คำนี้ถูกผสมขึ้นมาจากคำว่า Meta และ Universe ใช้นิยามถึงการสร้างชุมชนที่ผสมผสานตัวตนในโลกจริงเข้ากับสภาพแวดล้อมในโลกเสมือน อย่างเช่น อาณาจักรในเกม Roblox ที่ผู้คนสามารถเข้ามาทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน การประชุม และมีจุดเด่นคือเป็นแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือสำหรับสร้างเกมให้ พื้นที่นี้จึงจุดประกายให้เกิดนักพัฒนาเกมหน้าใหม่ขึ้นมามากมาย   เวลานี้คนนอกวงการไอทีอาจเข้าใจคอนเซปต์ของ Metaverse ยังไม่ค่อยกระจ่างนัก แต่นักการตลาดที่มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ เริ่มขยับตัวเปิดเกมรุกกันแล้ว แบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Nike ก็เป็นบริษัทหนึ่งที่เคลื่อนไหวในสนามนี้ด้วยการสร้างโลกเสมือน Nikeland ขึ้นมาในเกม Roblox เป็นดินแดนที่มีสนามแข่งขันเกมต่าง ๆ และโชว์รูมให้ลองสวมใส่เสื้อผ้าดิจิทัลของแบรนด์ด้วย นอกจากนี้เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมายังมีรายงานว่า Nike ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพิ่มเติมสำหรับสินค้าดิจิทัลโดยเฉพาะ และประกาศรับสมัครงานตำแหน่ง Virtual Material Designer ด้วย ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างไร้ขีดจำกัดกำลังสร้างอาชีพใหม่ ๆ ขึ้นมามากมาย หากลองถามเด็ก ๆ ว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร?” คำตอบของเด็กบางคนอาจเป็นอาชีพที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนก็เป็นได้   NFT โลกใหม่ของการซื้อขายศิลปะ ในอดีตหากพูดถึงนักสะสมงานศิลปะ เราคงนึกถึงเศรษฐีที่มีบ้านช่องใหญ่โตและมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บชิ้นงานโดยเฉพาะ แต่ทุกวันนี้การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทำให้การประเมินมูลค่าและกระบวนการสะสมงานศิลปะยุคใหม่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง การถือกำเนิดขึ้นของ NFT หรือ Crypto Art ทำให้ครีเอเตอร์และนักสะสมจากทั่วทุกมุมโลกสามารถเชื่อมต่อกันง่าย ๆ เพียงปลายนิ้ว ทั้งยังยกระดับวงการศิลปะให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยระบบ Blockchain ที่ช่วยยืนยันความเป็นเจ้าของงานศิลปะ ป้องกันการทำซ้ำดัดแปลง และยังตรวจสอบได้ว่างานชิ้นนี้สร้างขึ้นเมื่อไหร่ ปัจจุบันเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร ซื้อขายมาแล้วกี่ครั้ง ทำให้งานศิลปะดิจิทัลที่มีชิ้นเดียวในโลกสามารถเพิ่มมูลค่าได้มากมายมหาศาลผ่านการซื้อขายกันด้วยสกุลเงินดิจิทัล ที่ผ่านมามีมบนโลกออนไลน์บางชิ้นทำเงินได้เป็นหลักล้านบาทเลยทีเดียว ผู้ซื้องานศิลปะ NFT มีทั้งคนที่ชื่นชอบผลงานจึงอยากสนับสนุนศิลปินและต้องการรันวงการให้เติบโตไปข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีนักเก็งกำไรจำนวนไม่น้อยที่เน้นซื้อมาขายไป และนำส่วนต่างมาเป็นทุนในการกว้านซื้องานศิลปะเพิ่มเติม NFT จึงนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าจับตามองทีเดียว    AI คือนักสร้างสรรค์คนใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI คือการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสร้างเครื่องจักรขึ้นมาทำงานแทนมนุษย์ ที่เราคุ้นเคยกันดีก็เช่น หุ่นยนต์ปฏิบัติตามคำสั่งต่าง ๆ เทคโนโลยี AI สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกวงการ แม้กระทั่งสานต่อและคืนชีวิตให้กับเพลงคลาสสิกที่ยังแต่งไม่จบก็สามารถทำได้ เพลงที่ว่านั้นคือ ซิมโฟนีหมายเลข 10 ที่คีตกวีบีโธเฟนทิ้งโครงร่างไว้ก่อนจะเสียชีวิตในปี 1827 เวลาผ่านไปเกือบ 200 ปี สถาบัน The Eliette and Herbert von Karajan Institute ประเทศออสเตรีย ได้ระดมสมองจากผู้เชี่ยวชาญหลายแขนง ทั้งนักประวัติศาสตร์ดนตรี นักดนตรี นักประพันธ์เพลง และนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ให้ช่วยกันพัฒนาโปรเจ็กต์พิเศษเพื่อสอน AI แต่งเพลงคลาสสิกตามแบบฉบับของบีโธเฟน และสร้างสรรค์ซิมโฟนีหมายเลข 10 ขึ้นใหม่ โดยริเริ่มโปรเจ็กต์ตั้งแต่ปี 2019 และจัดแสดงรอบปฐมทัศน์ที่บ้านเกิดของบีโธเฟน เมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี ในเดือนตุลาคม 2021 ที่ผ่านมา (ฟังซิมโฟนีหมายเลข 10 ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=RESb0QVkLcM&t=21s) ทีมนักพัฒนาให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาไม่ได้มองว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์ แต่มันคือเครื่องมือที่เปิดประตูให้ศิลปินสามารถสร้างสรรค์งานรูปแบบใหม่ ๆ ได้ ซึ่งเราเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง   ใจความสำคัญของการก้าวทันโลกดิจิทัล คือการอัปเดตความเคลื่อนไหวต่าง ๆ แล้วรู้จักหยิบจับเทคโนโลยีน่าสนใจมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ และอีกเรื่องที่อยากชวนขบคิดคือเราจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างไร มาหาคำตอบไปพร้อมกันได้ที่เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation   อ้างอิง https://www.cnbc.com/2021/11/02/nike-is-quietly-preparing-for-the-metaverse-.html?utm_content=Main&utm_medium=Social&utm_source=Facebook&fbclid=IwAR0ev0RVT6XA5UtW6IFSPsDYgHb7KiqttCXcFLHRC9vQCl6kvtXUY1QHqzU#Echobox=1635869155 https://www.classicfm.com/composers/beethoven/unfinished-tenth-symphony-completed-by-artificial-intelligence/  

อยากขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า อย่าแช่แข็งวัฒนธรรม

ปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจในช่วงเวลานี้คือมูฟเมนต์ของคนเจนใหม่ที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามท้าทายสังคมในหลายประเด็น แน่นอนว่ารวมถึงประเพณี ความเชื่อ และวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่มีมาแต่ดั้งเดิม เพราะวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เลื่อนไหลและเปลี่ยนแปลงไปตามสังคม การจะรักษาวัฒนธรรมให้ยืนระยะอยู่ได้ยาวนานจึงไม่ใช่การคงสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด แต่ควรทำให้วัฒนธรรมยืดหยุ่นพร้อมปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย และเปิดพื้นที่ให้ความคิดของผู้คนเติบโต ผู้คนสามารถหยิบสิ่งเก่ามาปัดฝุ่น ตีความ หรือปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องไปกับสังคมได้ วัฒนธรรมนั้นจึงจะสามารถมีบทบาทในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เติบโตตามไปด้วย เช่นตัวอย่างที่เราหยิบยกมาต่อไปนี้   ล้าสมัยกลายเป็นล้ำ ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นจากการสั่งสมประสบการณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวที่เราซึมซับ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะ หลายอย่างที่ดูล้าสมัยกลับกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่หยิบจับมาเป็นไอเดียในการออกแบบได้อย่างไม่มีใครคาดคิด เหมือนอย่าง “หิมพานต์มาร์ชเมลโล่” ไวรัลดังทางโซเชียลช่วงปี 2020 ที่มีจุดเริ่มต้นจากการที่คนสังเกตเห็นว่ารูปปั้นสัตว์หิมพานต์บางวัดโดยเฉพาะแถบภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง ไม่ได้มีหน้าวิจิตรบรรจงมากนัก เพราะทำขึ้นง่าย ๆ ด้วยฝีมือช่างท้องถิ่นที่มีจิตศรัทธา ทว่าไม่ได้ร่ำเรียนวิชามาเหมือนช่างหลวง แต่มองไปมองมาก็น่ารักน่าเอ็นดูไปอีกแบบ ชาวเน็ตจึงกระหน่ำวาดแฟนอาร์ตน้อง ๆ กันอย่างคึกคัก และเกิดการต่อยอดนำไปผลิตเป็นคุกกี้ สติกเกอร์ พวงกุญแจ โมเดล ฯลฯ ที่ปลุกกระแสให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการเที่ยวชมวัดวาตามรอยน้อง หรือบางคนอินถึงขั้นไปศึกษาความเป็นมาของสัตว์หิมพานต์เพิ่มเติมเลยก็มี ทุกวันนี้แม้กระแสจะไม่ได้แรงเท่าช่วงพีก แต่ในกรุ๊ปหิมพานต์มาร์ชเมลโล่ก็ยังมีคนนำภาพน้องตามที่ต่าง ๆ มาแบ่งปันกันอยู่เรื่อย ๆ และทำให้เราไม่หยุดที่จะสังเกตวัตถุดิบรอบตัวที่ดูธรรมดามาทำให้เกิดคุณค่าด้วยความคิดสร้างสรรค์   หยิบของใกล้ สร้างสรรค์ให้ไกล หนึ่งในฟังก์ชั่นสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ คือการชุบชีวิตให้ของบางอย่างที่อาจไม่เคยมีมูลค่า กลับกลายเป็นมีมูลค่าทางเศรษฐกิจขึ้นมา โดยเฉพาะของที่เป็นวัตถุดิบและภูมิปัญญาเฉพาะตัวของท้องถิ่นที่ไม่ค่อยมีคนให้คุณค่าและกำลังจะเลือนหาย     ร้านค้าอย่าง Citizen of Nowhere คือร้านขายของดีไซน์ร่วมสมัย ด้วยสโลแกนที่ว่า “Artisanal Products made by local craftsmen” เน้นของที่ผลิตโดยวัตถุดิบท้องถิ่นหรือช่างฝีมือท้องถิ่นในประเทศไทย อย่างกระเป๋าถือที่นำ “สาดกก” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาเฉพาะตัวของช่างในจังหวัดจันทบุรีมาอยู่ในดีไซน์ที่แสบสันและร่วมสมัย นอกจากจะทำให้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของภูมิปัญญาดั้งเดิม ยังช่วยกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกด้วย ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังไอเดียของร้านค้าที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ ศรัณย์ เย็นปัญญา นักออกแบบที่ถนัดการหยิบของใกล้ตัวที่เห็นได้ตามท้องถนนมาเล่าเรื่องใหม่ผ่านงานออกแบบที่หลากหลาย แต่มีจุดร่วมคือความแสบสันแกมน้ำเสียงประชดประชัน อย่างที่หลายคนอาจจะรู้จักเขาจากผลงาน “Cheap Ass Elites” ที่นำตะกร้าพลาสติกใส่ผลไม้ที่เห็นได้ตามตลาดสดมาดัดแปลงเป็นเก้าอี้ดีไซน์หรูนั่นเอง   สื่อบันเทิงสอดไส้วัฒนธรรมที่ทั้งปังและทำเงิน หากยังจำซีรีส์ดังอย่าง “แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง” กันได้ คงพอนึกออกว่าอิทธิพลของคลื่นวัฒนธรรมเกาหลีใต้จากซีรีส์เรื่องนั้น ขับเคลื่อนให้การท่องเที่ยวและวงการอาหารเกาหลีเฟื่องฟูมากขนาดไหน ตัดภาพมาในปี 2021 ซีรีส์จากเกาหลีใต้ยังคงเป็นเครื่องมือชั้นยอดที่สอดไส้วัฒนธรรมเกาหลีไปนำเสนอสู่คนทั่วโลกเช่นเคย และยังคงฟอร์มดีไม่มีแผ่ว    ซีรีส์อย่าง Squid Game ที่จู่ ๆ ก็ทำให้ขนมน้ำตาลแผ่นเก่าแก่ของเกาหลีใต้ที่ไม่มีใครเหลียวมองมาร่วมทศวรรษอย่าง “ขนมทัลโกนา” ให้กลับมาระเบิดระเบ้ออีกครั้งจนมีคนทดลองทำตามกันเต็มยูทูบ หรือซีรีส์ที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง Hometown Cha-Cha-Cha เรื่องราวของหมอฟันสาวที่ตัดสินใจย้ายจากกรุงโซลไปอยู่กงจิน หมู่บ้านชายทะเลเล็ก ๆ ที่อบอวลไปด้วยความโรแมนติกและอบอุ่นของการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน นอกจากขายความอบอุ่นชวนฝันของตัวละครอย่าง “หัวหน้าฮง” ไปครองใจสาวทั่วโลก เนื้อหาของซีรีส์ยังช่วยผลักดันการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ให้ขยายออกไปนอกกรุงโซลที่กำลังอยู่ในจุดอิ่มตัว ซึ่งก็ดูจะประสบความสำเร็จไม่น้อย เพราะมีรายงานว่าช่วงวันหยุดชูซอก มีนักท่องเที่ยวแห่ไปเที่ยวเมืองโพฮังที่เป็นโลเคชันหลักของซีรีส์เรื่องนี้มากเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว    หากสนใจความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในหลากหลายมิติ ต้องไม่พลาดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 เรามีงานออกแบบน่าสนใจที่นำวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นมาตีความและนำเสนอใหม่ให้เลือกชมเพียบ รับรองว่าชิ้นงานสร้างสรรค์เหล่านี้จะทำให้คุณได้รับแรงบันดาลใจกลับไปเต็มเปี่ยมแน่นอน   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation            

โควิดเร่งให้นักออกแบบยิ่งต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ก่อนหน้านี้สังคมไทยตื่นตัวกันมากกับการลดใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งจนเกิดเทรนด์หลายอย่างขึ้น เช่น การพกถุงผ้าไปชอปปิ้ง ร้านรีฟิลที่นำขวดเก่าไปเติมผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ แต่พอเกิดการระบาดของโควิด-19 ความจำเป็นก็ทำให้เราสร้างขยะเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกจากการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ หน้ากากอนามัยที่ก็ทำมาจากเม็ดพลาสติกเช่นกัน แน่นอนว่าสถานการณ์เหล่านี้ยากจะหลีกเลี่ยง แต่สิ่งที่เราพอทำได้คือการเลือกสนับสนุนผู้ประกอบการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี เพื่อให้ง่ายต่อการกำจัดขยะติดเชื้อ และสามารถนำพลาสติกไปรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดอื่น ๆ ในอีกหลากหลายมิติที่ลงมือทำแล้วช่วยบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ มาดูกันว่ามีไอเดียและงานออกแบบอะไรน่าสนใจบ้าง   ไม่ต้องสวมใส่ก็ปังลงโซเชียลได้ ฟาสต์แฟชั่นคือกระบวนการผลิตเสื้อผ้าต้นทุนต่ำที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากมายมหาศาล ทั้งยังมีประเด็นแรงงานทาสที่ได้รับค่าตอบแทนไม่เป็นธรรมด้วย จึงมีหลายแบรนด์ที่พยายามลดการทำลายโลกด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น หันมาผลิตเสื้อผ้าจากวัสดุออร์แกนิก นำสินค้าเก่ามาดัดแปลงเป็นไอเท็มใหม่ นำวัสดุเหลือใช้มารีไซเคิล และบางแบรนด์ก็เลือกที่จะไม่ผลิตเสื้อผ้าออกมาซะเลย นั่นคือแบรนด์ Carlings จากนอร์เวย์ที่ค้นพบอินไซต์ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยชอบสั่งเสื้อผ้าออนไลน์เพื่อถ่ายรูปลงโซเชียลแล้วส่งคืน สร้างทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมและความปวดหัวให้กับร้าน ทางแบรนด์เลยเกิดปิ๊งไอเดียในการขายเสื้อผ้า 3D ให้ลูกค้าสั่งซื้อออนไลน์แล้วส่งรูปพอร์เทรตมา เขาจะรีทัชเสื้อผ้าเก๋ ๆ เท่ ๆ ส่งกลับไปให้ แค่นี้รูปของเราก็พร้อมลงโซเชียลเรียกยอดไลก์โดยไม่ต้องเปลืองทรัพยากรในการผลิตและขนส่ง เป็นไอเดียที่กวนและสนุกจนได้รางวัล Grand Prix สาขา Digital Craft ในงาน Cannes Lions 2019   รักษ์โลกตั้งแต่เริ่มออกแบบ เมื่อพูดถึงการรีไซเคิล เรามักนึกถึงการนำขยะไปดัดแปลงเพื่อให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง แต่ตอนนี้กำลังมีแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจคือ Circular Design ที่คิดมาตั้งแต่เริ่มออกแบบเลยว่าวงจรของผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้นจะถูกหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ยังไงได้บ้างให้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่างเช่น PaperLab ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Epson เป็นเครื่องถ่ายเอกสารที่ผลิตกระดาษรีไซเคิลได้ครบจบในตัว แค่ใส่กระดาษเก่าเข้าไปก็ได้กระดาษใหม่พร้อมใช้งานในเวลาเพียงไม่กี่นาที ควรมีติดออฟฟิศไว้เป็นอย่างยิ่ง   แนวคิด Circular Design สามารถนำไปปรับใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น ในอุตสาหกรรมแฟชั่น หากโฟกัสที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว ก็อาจมีการเลือกใช้วัสดุบางอย่างที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือต้องผลาญทรัพยากรธรรมชาติเพื่อนำมาผลิต แต่ถ้าให้ความสำคัญกับการหมุนเวียนวัตถุดิบในระบบ โดยคิดตั้งแต่ต้นว่าเมื่อหมดอายุขัย เสื้อผ้าชิ้นนี้ต้องนำกลับมาหมุนเวียนผลิตสินค้าใหม่ได้ 100% เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและไม่สร้างขยะโดยไม่จำเป็น แบบนี้ก็จะทำให้เกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น   วิกฤตขยะสู่วัสดุทดแทน ในงาน Virtual Design Festival ปี 2020 จัดโดยกลุ่ม New Designers ประเทศอังกฤษ มีผลงานนักศึกษาหลายชิ้นที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือบรรจุภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากวัสดุชีวภาพกินได้ เป็นผลงานของ Holly Grounds บัณฑิตจาก Ravensbourne University ที่ทำห่อบะหมี่ขึ้นจากแป้งมันฝรั่งที่ผสมเครื่องปรุงลงไปเสร็จสรรพ เวลากินก็แค่เทน้ำร้อนใส่ลงไปไม่ต้องฉีกซองให้ยุ่งยาก และที่สำคัญคือไม่สร้างขยะด้วย ซึ่งจริง ๆ ไอเดียคล้ายกันนี้ก็มีคนไทยเคยเผยแพร่ออกมาอยู่เหมือนกัน เช่น นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ค้นพบวิธีทำบรรจุภัณฑ์เครื่องปรุงจากเจลาตินหนังปลาเหลือทิ้งในโรงงานแปรรูป หรืออีกงานวิจัยหนึ่งของนักศึกษาสาขาวิชาวัสดุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ที่คิดค้นฟิล์มพลาสติกย่อยสลายได้จากใบสับปะรด เป็นนวัตกรรมที่ได้ประโยชน์สองต่อ ทั้งช่วยลดขยะพลาสติกและนำของเหลือทิ้งในระบบอุตสาหกรรมกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย แม้จะยังไม่มีการนำไปปรับใช้ในธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะต้องใช้ต้นทุนสูงในการลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ แต่สำหรับธุรกิจเล็ก ๆ ที่คล่องตัวกว่า นี่อาจเป็นไอเดียที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกได้ไม่ยาก    “ฉลากคาร์บอน” สำคัญพอกับฉลากโภชนาการ ทุกวันนี้ความตระหนักเรื่องการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อนเป็นประเด็นใหญ่ที่คนทั่วโลกให้ความสำคัญ หลายแบรนด์จึงพยายามนำเสนอวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ผ่านแคมเปญต่าง ๆ อย่าง Oatly บริษัทนมข้าวโอ๊ตยักษ์ใหญ่ที่สื่อสารว่าผลิตภัณฑ์จากพืชเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่านมวัว เพราะการเลี้ยงวัวเป็นตัวการที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ Oatly ยังสนับสนุนการทำเกษตรอย่างยั่งยืน รวมถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ง่ายต่อการรีไซเคิล และออกแคมเปญโชว์ “ฉลากคาร์บอน” ให้เห็นกันไปเลยว่า สินค้าแต่ละอย่างปล่อยคาร์บอนจากฟาร์ม โรงงาน และการขนส่งเท่าไหร่บ้าง เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจและชูจุดขายด้านความใส่ใจสิ่งแวดล้อม แบรนด์นี้จึงได้ใจผู้บริโภคไปแบบเต็ม ๆ แถมยังมีร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Starbucks มาจับมือเป็นพาร์ตเนอร์อีกต่างหาก   ยังมีนวัตกรรมและงานออกแบบน่าสนใจอีกมากมายที่ตอบโจทย์เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม สายกรีนทั้งหลายต้องไม่พลาดงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ซึ่งกำลังจะจัดแสดงในวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ มาค้นหาคำตอบและเรียนรู้ไปด้วยกันว่า โลกเรากำลังเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง และงานออกแบบจะเข้าไปแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation   อ้างอิง https://www.canneslions.com/enter/awards/craft/digital-craft-lions/address-the-future-case-study https://www.epson.co.th/be-cool-paperlab https://www.dezeen.com/2020/07/13/holly-grounds-dissolvable-noodle-packaging-design    

เมื่องานออกแบบช่วยชุบใจที่พังหลังโควิด

การแพร่ระบาดยาวนานไม่จบสิ้นของโควิด-19 เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความสุขทางใจของผู้คนในสังคมถดถอย ไม่ว่าจะวัยรุ่น วัยทำงาน วัยเกษียณ ต่างเครียดสะสมกันทั้งนั้น เพราะต้องเผชิญกับปัญหารุมเร้าและวิตกกังวลกับข่าวร้าย นอกจากนี้ยังมีหลายคนสูญเสียสมาชิกในครอบครัว จนเกิดความบอบช้ำในจิตใจยากจะเยียวยา โดยในปี 2020 Gallup หน่วยงานที่สำรวจเรื่องอารมณ์ของประชาคมโลกมาอย่างต่อเนื่อง เผยว่าผู้คนส่วนใหญ่มีระดับอารมณ์แง่ลบสูงที่สุดเท่าที่เคยสำรวจมาในรอบ 15 ปี   อาการป่วยทางกายมักมีสัญญาณบ่งบอกให้รับรู้ได้ชัดเจน แต่อาการป่วยทางใจมักก่อตัวขึ้นช้า ๆ และสะสมอยู่ภายในโดยไม่รู้ตัว จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องหมั่นเช็กอารมณ์ความรู้สึก และประคับประคองใจให้มั่นคงในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาอาชีพก็ได้พยายามหาหนทางปลอบประโลมสังคม ด้วยการผสานงานออกแบบเข้ากับศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบการฟื้นฟูความสุขสงบทางใจของผู้คนให้เป็นไปได้รู้จบ ลองมาดูกันว่ามีนวัตกรรมใดน่าสนใจบ้าง   แอปดูแลใจที่เข้าใจหัวอกเรา สตาร์ตอัปเกี่ยวกับสุขภาพจิตได้รับการพัฒนามาพักใหญ่ และยิ่งเติบโตเป็นเท่าตัวในห้วงเวลาที่คนทั่วโลกเกิดความรู้สึกทางลบกันมากขึ้น นักวิจัยของ ORCHA เผยว่าในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และการล็อกดาวน์ มีการใช้แอปสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นราว 200% โดยเหตุผลหลักที่หลายคนหันมาพึ่งพาแอปเหล่านี้คือเพื่อรองรับภาวะซึมเศร้าที่ทวีความรุนแรง และป้องกันการทำร้ายตัวเอง   มองผ่านเลนส์ของนักออกแบบและนักลงทุน แม้ตลาดเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพจะมีผู้เล่นมากมาย แต่ก็ยังมีช่องว่างของความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้เสมอ ยกตัวอย่างเช่น Exhale แอปฟื้นฟูสุขภาวะทางอารมณ์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงผิวดำ ผู้หญิงผิวสี ผู้หญิงพื้นเมืองโดยเฉพาะ ฟังก์ชันต่าง ๆ จึงเป็นการบำบัดด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงบาดแผลที่คนกลุ่มนี้ต้องเผชิญ เป็นพื้นที่ที่ผู้หญิงผิวสีสามารถวางใจได้ว่าการเดินทางภายในจิตใจของพวกเธอจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม Exhale ชนะรางวัล Webby Award ในหมวดหมู่ Apps and Software Health & Fitness 2021 และในอนาคตทีมผู้พัฒนายังมีแผนเปิดตัวแอปสำหรับคอมมิวนิตี้อื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย   ใจหนูโอเคไหมให้มอนสเตอร์ช่วยบอก มีการสำรวจพบว่าเด็กไทยเครียดและกังวลใจเพราะต้องเรียนออนไลน์มากถึงร้อยละ 74.6 และจากข่าวที่เห็นตามสื่อก็มีเด็กหลายคนเครียดจัดถึงขั้นตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ปัญหาสุขภาพจิตในเด็กก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้ผู้ใหญ่เลย จึงมีความพยายามจากผู้ใหญ่หลายกลุ่มที่ช่วยกันหาหนทางเยียวยาเด็ก ๆ เหล่านี้ หนึ่งในนั้นคือโปรเจ็กต์ Meet Your Monster ผลงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์, Glow Story และทีมนักจิตวิทยา MASTERPEACE ที่นำเครื่องมือทางจิตวิทยามาปัดฝุ่นใหม่ให้ดูเป็นมิตร และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่ายขึ้น ด้วยการครีเอต “มอนสเตอร์” 4 ประเภทที่สะท้อนบุคลิกและความกังวลใจที่แอบแฝงอยู่ขึ้นมา เพื่อส่งต่อกำลังใจและช่วยให้เด็ก ๆ เข้าใจตัวเองดีขึ้น จะได้หาวิธีรับมือกับภาวะอารมณ์อย่างเหมาะสม   โปรเจ็กต์นี้เพิ่งได้รับรางวัลหมวด Creative for Sharing จากเวที Adman Awards & Symposium 2020-2021 มาหมาด ๆ วัยรุ่นทั้งหลายลองคลิกเข้าไปเช็กสุขภาพจิตเบื้องต้นกันได้เลยที่ https://meetyourmonster.paperform.co   บำบัดวิถีใหม่ ไม่ต้องจับไม่ต้องทัช Mindbody ศึกษาแนวโน้มการดูแลสุขภาพของชาวอเมริกันในปี 2021 พบว่า 31% สนใจลองใช้บริการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องสัมผัสตัวกันท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ตัวอย่างบริการในกลุ่มนี้ เช่น การบำบัดด้วยความเย็น บำบัดด้วยการกดทับ บำบัดด้วยไฮเปอร์บาริก ถ้ำเกลือ ห้องซาวน่าอินฟราเรด และอ่างลอยน้ำ ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ และเริ่มมีผู้ให้บริการมากขึ้นในประเทศไทยแล้วเช่นกัน   ในเมืองที่เต็มไปด้วยอะไรล้ำ ๆ อย่างนิวยอร์ก มีสตูดิโอชื่อ ReCOVER ที่เน้นผนวกเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับศาสตร์การฟื้นฟูสุขภาพ ก่อตั้งโดย Rick Richey และ Aaron Drogoszewski ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการฟิตเนสมากว่า 40 ปี พวกเขาเห็นช่องว่างระหว่างการสปาเพื่อผ่อนคลายและการกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟู จึงทดลองนำสองสิ่งนี้มารวมเข้าด้วยกัน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เครื่องมือบำบัดสุขภาพจิตที่น่าสนใจคือ NuCalm ที่ช่วยลดความเครียด คลายความวิตกกังวล และปรับปรุงคุณภาพการนอน ด้วยกระบวนการกระตุ้นสมองควบคู่ไปกับซาวนด์แทร็กบำบัด เสริมสารบำรุงสมองกาบา และปิดตาเพิ่มความผ่อนคลาย ทำให้ร่างกายรู้สึกเหมือนได้งีบหลับลึก 2-3 ชั่วโมงภายในระยะเวลา 30 นาที ก่อนจะตื่นมาด้วยความสงบผ่อนคลาย   ฟื้นฟูใจทางไกล อยู่ที่ไหนก็ทำได้ การล็อกดาวน์ในช่วงโควิด-19 ส่งผลให้สถานที่หลายแห่งปิดทำการชั่วคราว แต่ความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนต่างทำงานไม่เคยหยุดนิ่ง จึงมีโปรเจ็กต์น่าสนใจมากมายผุดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเราขอหยิบยกบางส่วนมาเล่าสู่กันฟังดังนี้ โปรเจ็กต์แรกเป็นของ The Rubin Museum of Art ที่สร้างโปรแกรมการบำบัดวิถีพุทธขึ้นมาเยียวยาจิตใจผู้คน โดยนิทรรศการออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือคลิปวิดีโอห้องสวดมนต์ของพระทิเบตความยาว 2 ชั่วโมง ที่ทางมิวเซียมตั้งใจให้ผู้คนใช้เป็นที่หลบภัยมาทำสมาธิในยามเคร่งเครียดวิตกกังวล   โปรเจ็กต์ถัดมาเป็นของ Monterey Bay Aquarium ที่ชวนคนรักมหาสมุทรมาผ่อนคลายจิตใจและทำสมาธิผ่าน MeditOcean ซีรีส์คลิปวิดีโอความยาวประมาณคลิปละ 10-15 นาที ที่มีทั้งเสียงคลื่นซัดสาด แมงกะพรุนลอยน้ำ เต่าทะเลแหวกว่ายไปมา ฝูงปลากำลังเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ภาพสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลที่ถ่ายทอดอย่างมีศิลปะมองแล้วเพลิดเพลินชวนผ่อนคลาย ประกอบกับเสียงบรรยายนุ่มละมุนที่ช่วยไกด์เรื่องการฝึกสมาธิ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการพาใจกลับสู่สภาวะสมดุล ซึ่งสามารถทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน มันจึงเวิร์กมากสำหรับช่วงกักตัว และเป็นไอเดียน่าสนใจสำหรับการนำไปต่อยอดสร้างสรรค์กิจกรรมออนไลน์ใหม่ ๆ ในอนาคต   หากสนใจศึกษาศาสตร์การบำบัดและเยียวยาจิตใจด้วยงานออกแบบให้ถึงแก่นยิ่งขึ้น ขอเชิญชวนมาร่วมชมงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ซึ่งกำลังจะจัดแสดงในวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ เรามีหลากหลายแง่มุมของงานออกแบบเพื่อเยียวยาสุขภาพจิตที่อยากชวนมาดูและ “Co” กันคิด เพื่อวางแผนรับมือกับความท้าทายในอนาคตด้วยใจที่แข็งแกร่งดุจหินผากันถ้วนหน้า !   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation     อ้างอิง https://www.creativethailand.org/new/magazine/187/Design-to-De-stress https://www.facebook.com/EEFthailand https://www.exhalesite.com https://rubinmuseum.org/landing/rubin-care-package-art-and-practices-for-navigating-your-world https://www.montereybayaquarium.org/stories/guided-mindfulness-meditations  

เทรนด์การออกแบบพื้นที่ ในวันที่โควิดยังไม่มีวี่แววจะหาย

ห้วงเวลานี้หลายคนอาจยังวาดหวังถึงการกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมก่อนหน้าการระบาดของโควิด-19 แต่ความจริงแล้วโลกไม่มีวันหมุนย้อนกลับสู่ช่วงเวลานั้นอีกต่อไป และถึงแม้วิกฤตินี้จะผ่านพ้นไปได้ก็ยังมีความท้าทายใหม่ ๆ รอเราอยู่เบื้องหน้าอีกมากมาย การวางแผนมุ่งสู่ทางเดินใหม่ในอนาคตจึงเป็นประเด็นสำคัญที่นักออกแบบทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะแวดวงการออกแบบพื้นที่ทั้งระดับพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ ที่มีการชูเรื่องความปลอดภัย การลดจุดสัมผัส และการเว้นระยะห่างขึ้นมาเป็นโจทย์หลัก เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายโรคระบาด และเตรียมรับมือกับโรคอุบัติใหม่ที่อาจถูกค้นพบเพิ่มเติมในอนาคต เราจึงอยากชวนคุณมาสำรวจเทรนด์เกี่ยวกับพื้นที่กันสักหน่อยว่าตอนนี้มีความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อะไรบ้างที่กำลังเกิดขึ้น     ย่อโลกทั้งใบมาใส่ไว้ในบ้าน ทุกวันนี้นิยามของบ้านในใจหลาย ๆ คนเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง จากเมื่อก่อนที่เรามีบ้านไว้พักผ่อนหลับนอนเป็นหลัก แต่ในช่วงเวลาที่การออกไปนอกบ้านยากลำบากและมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโรค หลายคนจึงหันมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทำงาน ดูหนัง ช้อปปิ้ง ฯลฯ การออกแบบมุมโปรดในบ้านยุคใหม่จึงต้องลงลึกถึงไลฟ์สไตล์ที่แท้จริงของผู้อยู่อาศัยอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น มีมุมสำหรับออกกำลังกาย โรงหนังขนาดย่อม ครัวที่มีอุปกรณ์ครบครัน ห้องทำงานที่ส่งเสริมความโปรดักทีฟ เป็น Multifunctional Home ที่ตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตอย่างรอบด้าน และช่วยจุดประกายความสุขในแต่ละวัน   นอกจากนี้ยังมีการสำรวจโดยลุมพินี วิสดอม บริษัทวิจัยและพัฒนาในเครือบริษัท LPN ที่ระบุว่า บ้านอัจฉริยะ หรือ Smart Residence มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 40% ต่อปี โดยบ้านเหล่านี้เป็นพื้นที่ที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ทั้งในแง่ของการอยู่อาศัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เพิ่มความทันสมัยสะดวกสบาย รวมถึงมีการออกแบบที่ส่งเสริมความปลอดภัยด้านสุขอนามัย เช่น มีระบบไหลเวียนอากาศที่ดี มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยระบบเซ็นเซอร์ ประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคหลังโควิดให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด      มุมมองใหม่ของพื้นที่สาธารณะ นวัตกรรมการออกแบบพื้นที่สาธารณะให้ตอบโจทย์ความธรรมดานิยามใหม่ ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาเพียงอย่างเดียว แต่การนำ “การคิดเชิงระบบ” (System Thinking) มาปรับใช้ในการจัดสรรพื้นที่เดิมด้วยมุมมองใหม่ก็ถือว่ามีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน อย่างสวนโดมิโนพาร์ก (Domino Park) ย่านบรูคลิน กรุงนิวยอร์ก ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่แรก ๆ ของโลกที่ประชากรได้รับวัคซีนคุณภาพดีในสัดส่วนมากพอ จึงสามารถคลายล็อกดาวน์ให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติอีกครั้ง แต่ย้อนกลับไปในช่วงกลางปี 2020 ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในนิวยอร์กยังไม่อาจวางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่จึงขีดเส้นวงกลมไว้บนพื้นหญ้าและออกกฎเกณฑ์ให้ทุกคนดื่มด่ำสายลมแสงแดดกันแบบห่าง ๆ ไม่ล้ำเส้นเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน เป็นอีกไอเดียหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์ที่ต้องการมีความสุขกับกิจวัตรประจำวัน แต่ก็ไม่ละเลยความรับผิดชอบต่อสังคมที่ต้องร่วมมือกันควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสให้ได้   อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในการออกแบบพื้นที่สาธารณะให้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น คือโปรเจ็กต์ “Brief Encounters” ในฮ่องกง ที่พยายามตอบสนองความอยากมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันของผู้คนในพื้นที่สาธารณะ แต่ขณะเดียวกันความกังวลเรื่องโรคระบาดก็ยังมากโขอยู่ การพบปะกันของเราจึงควรมีฉากกั้นสักหน่อยเพื่อความอุ่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยนักออกแบบเลือกใช้โครงเหล็กและพลาสติกใสหลากสีมาประกอบเข้าด้วยกันในลักษณะคล้ายหีบเพลง เพื่อให้ง่ายต่อการขนย้ายไปติดตั้งตามที่ต่าง ๆ นอกจากนี้การจัดวางในรูปแบบที่คดเคี้ยวยังสร้างมิติใหม่ให้พื้นที่นั้นดูสนุกสนานมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ประกอบกับความโปร่งแสงของวัสดุที่มองทะลุถึงกันได้ ทำให้ผู้คนไม่ถูกปิดกั้นจากบรรยากาศรอบตัว นับเป็นอีกเทรนด์หนึ่งของงานออกแบบพื้นที่สมัยใหม่ในยุคโควิด-19 ที่เราจะได้เห็นงานลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้นในอนาคตแน่นอน      ผสานธรรมชาติเข้ากับการออกแบบพื้นที่ การใช้ชีวิตในจังหวะเร่งรีบและไล่ตามเทคโนโลยีของโลกสมัยใหม่ตลอดเวลา ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เร่งปฏิกิริยาความเครียดสะสม ทำให้มนุษย์เราต้องหาหนทางเยียวยาจิตใจกันอย่างเร่งด่วน การฟื้นฟูใจด้วยพลังธรรมชาติบำบัดและนำพื้นที่สีเขียวกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมือง จึงเป็นหนึ่งในเทรนด์งานออกแบบสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในยุคโควิด-19 เช่น โปรเจ็กต์ Skylines ของบริษัท Lissoni Casal Ribeiro ที่ได้รับรางวัลชมเชยในการประกวด Skyhive 2020 Skyscraper Challenge แนวคิดของงานออกแบบนี้คือการเนรมิต “สวนป่าแนวตั้ง” ขึ้นมาบนตึกระฟ้าใจกลางเมืองใหญ่ เพื่อใช้ประโยชน์จากต้นไม้ทั้งในแง่ฟังก์ชันการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยฟอกอากาศ และการหมุนเวียนพลังงานมาใช้ ส่วนอีกมิติหนึ่งก็แน่นอนว่าพื้นที่สีเขียวนั้นช่วยปลอบประโลมจิตใจมนุษย์ได้อย่างมากมายมหาศาล      ชุบชูเมืองด้วยความคิดสร้างสรรค์ หลังจากเมืองและเศรษฐกิจซบเซาไปนาน กลยุทธ์หนึ่งที่หลายเมืองในโลกทำเพื่อฟื้นฟูชีวิตชีวาของเมือง ชุบชูใจคน และกระตุ้นเศรษฐกิจ คือการนำงานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์มาดึงดูดคน หลายประเทศกลับมาจัดนิทรรศการศิลปะอีกครั้ง โดยเฉพาะในรูปแบบ Public Art นำงานศิลปะไปจัดวางตามพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้คนออกมาใช้ชีวิต และเน้นจัดในพื้นที่เปิดโล่ง ไม่แออัด เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องโควิด เช่น การกลับมาจัดงาน Luma Festival เทศกาล Projection Mapping งานสร้างสรรค์ที่แต่งแต้มสถาปัตยกรรมด้วยแสง สี และแอนิเมชันน่าตื่นตาตื่นใจ บนเงื่อนไขใหม่คือจำกัดจำนวนผู้เข้าชมและเป็นไปตามมาตรการความปลอดภัย หรืองานศิลปะในพื้นที่สาธารณะอย่าง การห่อคลุมประตูชัยในกรุงปารีส 16 วัน ตั้งแต่ 18 กันยายนถึง 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ผลงานนี้เป็นไอเดียของคริสโต ศิลปินนักห่อหุ้มที่วางแผนจะทำโปรเจ็กต์นี้ร่วมกับภรรยามานานกว่า 60 ปี แต่เขาเสียชีวิตลงในปี 2020 หลานชายและทีมงานจึงเข้ามาช่วยกันสานต่อชิ้นงานสำคัญที่สร้างความเคลื่อนไหวให้แวดวงศิลปะในกรุงปารีสอีกครั้ง   เชื่อว่าอนาคตข้างหน้าเราคงได้เห็นงานออกแบบพื้นที่บนโจทย์ของโควิดและปัญหาใหม่ ๆ อีกมากมาย เพราะความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ทำงานไม่เคยหยุดนิ่ง อย่างเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ที่กำลังจะจัดขึ้นภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ในวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ ก็เป็นอีกหมุดหมายหนึ่งในการโชว์ศักยภาพของการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมและการออกแบบพื้นที่ที่น่าสนใจเอามาก ๆ ควรค่าแก่การแวะเวียนมาเยี่ยมชมเป็นอย่างยิ่ง   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation

หมุดหมายเพื่อการขับเคลื่อนเมืองผ่านงานออกแบบในหลากหลายมิติ

จบลงแล้วสำหรับงาน Bangkok Design Week 2022 กับโปรแกรมดี ๆ กว่า 200โปรแกรม อัดแน่นตลอด 9 วันเต็ม ตั้งแต่ 5-13 กุมภาพันธ์ ในหลากหลายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ ทั้งเจริญกรุง – ตลาดน้อย, พระนคร, สามย่าน, อารีย์ – ประดิพัทธ์ และทองหล่อ – เอกมัย และพื้นที่อื่น ๆ ทั่วเมือง นอกจากความสนุกสนานและประสบการณ์น่าประทับใจที่ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานทั้งออนไลน์และออนไซต์รวมกว่า 1 แสนคน ได้รับกลับไปอย่างเต็มอิ่มแล้ว กิจกรรมต่าง ๆ ภายในเทศกาลฯ ยังช่วยเปิดมุมมองและกระตุกต่อมคิดให้เหล่านักสร้างสรรค์ทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น มองเห็นโอกาสในการต่อยอดสู่ความเป็นไปได้มากมายที่จะเกิดขึ้นในยุคหลังโควิด-19 อีกด้วย   ส่งเสริมวงการสร้างสรรค์ สร้างรายได้ และปลุกชีวิตให้กับเมือง กิจกรรมภายในงาน Bangkok Design Week ปีนี้ จัดเต็มทั้งการจัดแสดงนิทรรศการ งานทอล์ก เวิร์กช็อป ตลาดนัดสร้างสรรค์ และกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพนักสร้างสรรค์ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพื่อเชื่อมต่อผู้คนให้ได้มาร่วมกัน “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ภายใต้โจทย์ของการมู่งสู่วิถีชีวิตใหม่โดยได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายนักสร้างสรรค์ ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา และชุมชน มากกว่า 500 ราย แต่ละภาคส่วนต่างงัดไอเดียเด็ดมาแชร์กันอย่างเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากซบเซาเพราะพิษโควิดไปพักใหญ่ งานสร้างสรรค์หลายชิ้นในเทศกาลฯ เลือกใช้เรื่องราวของชุมชนเป็นวัตถุดิบหลัก รวมถึงชวนชุมชนมาร่วมเป็นนักสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมและสร้างแรงบันดาลใจให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่   ความท้าทายท่ามกลางโรคระบาด ไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าเราจะได้มาเจอกันใน Bangkok Design Week 2022 ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ การจัดงานเทศกาลฯ จึงต้องวางแผนอย่างรัดกุมยิ่งขึ้น มีการเพิ่มมาตรการรักษาระยะห่างและให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองอย่างเคร่งครัด โดยนำนวัตกรรมอย่าง Crowd Check ที่ช่วยอัปเดตความหนาแน่นของจำนวนคนในพื้นที่แบบเรียลไทม์มาใช้ ทั้งยังเพิ่มสัดส่วนกิจกรรมออนไลน์และเน้นการทำกิจกรรมในพื้นที่กลางแจ้งเปิดโล่ง เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรค นอกจากนี้เรายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสีสันจากหลาย ๆ กิจกรรมตลอดทั้ง 9 วันจะช่วยฮีลใจให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้น ยามได้ออกจากบ้านมาเปิดรับประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่   อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของงานออกแบบไทย ร่องรอยจากอดีตคือชิ้นส่วนสำคัญที่ประกอบสร้างขึ้นมาเป็นชิ้นงานสร้างสรรค์ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็กำลังปูทางเพื่อพาเราไปสู่อนาคต ภาพเหล่านี้สะท้อนให้เห็นผ่านเทศกาล Bangkok Design Week ทุกปีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2018 ที่นำเสนอมุมมองสดใหม่ต่ออนาคตของกรุงเทพฯ ผ่านแนวคิด The NEW-ist Vibes…ออกแบบไปข้างหน้า ส่งต่อไปสู่ปี 2019 ที่พูดถึงจุดเด่นด้านความหลากหลายของกรุงเทพฯ ด้วยแนวคิด Fusing Forward ผสานสร้างสู่อนาคต จนมาถึงปี 2020 ที่นักออกแบบร่วมกันเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ บนโจทย์ Resilience: New Potential for Living ปรับตัว > อยู่รอด > เติบโต ส่วนในปี 2021 เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 กิจกรรมสร้างสรรค์จึงถูกปรับให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์เป็นหลัก ภายใต้แนวคิด Resurgence of Possibilities ก้าวต่อไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ก่อนจะมาถึง Bangkok Design Week 2022 Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด ที่เพิ่งจบลงและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี    แน่นอนว่าปีหน้าเราจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ ที่มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยให้เติบโต ด้วยการสร้างโอกาสและเปิดพื้นที่ให้คนทำงานสร้างสรรค์ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อตอกย้ำภารกิจของกรุงเทพฯ ในฐานะเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบขององค์การยูเนสโก (Bangkok City of Design – UNESCO Creative Cities Network) ใครอยากปล่อยของเตรียมวอร์มอัพรอไว้ได้เลย! แล้วพบกันใน Bangkok Design Week 2023 4-12 กุมภาพันธ์ 2566  

Co With Garden: เติมชีวิตชีวาให้เมืองด้วยพื้นที่สีเขียว

ความจำเป็นที่ต้องกักตัวอยู่บ้านและความกังวลใจในช่วงที่โควิดแพร่ระบาดหนัก ทำให้ผู้คนโหยหาพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สันทนาการกลางแจ้งกันมากขึ้น การเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติกลายเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมือง เทรนด์การออกแบบในยุคหลังโควิดจึงให้ความสำคัญเรื่องแลนด์สเคปมากขึ้นตามไปด้วย บวกกับกระแสการปลูกต้นไม้ในบ้านและคอนโดที่เติบโตจากช่วง Work From Home ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง “Co With Garden” จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่สะท้อนธีมหลักของงาน Bangkok Design Week ครั้งนี้ เพื่อนำเสนอคุณค่าของพื้นที่สีเขียวในฐานะตัวกระตุ้นให้คนออกมาใช้พื้นที่สาธารณะ ที่ทั้งดีต่อใจ และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์อีกด้วย   แปลงโฉมไปรษณีย์กลางให้กลายเป็นป่ากลางเมือง   เคี้ยง-พลวัฒน์ ภูไท ภูมิสถาปนิกจาก Kernel Design บอกเล่าถึงเบื้องหลังแนวคิดในการออกแบบพื้นที่สาธารณะ Co With Garden ว่า โจทย์หลักของโปรเจกต์นี้คือการสร้างพื้นที่สภาวะน่าสบายที่มีอุณหภูมิเหมาะสมและมอบความร่มรื่น รวมถึงมีชนิดพรรณต้นไม้ที่สามารถฟอกอากาศและดักฝุ่นให้กับคนที่มาชมงาน Bangkok Design Week หน้าอาคารไปรษณีย์กลาง โดยนำต้นไม้นานาพรรณมาเป็นตัวช่วยในการลดอุณหภูมิ เพิ่มพื้นที่สีเขียวสบายตา และแต่งเติมชีวิตชีวาเพื่อส่งเสริมการจัดกิจกรรมอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัดขายสินค้า บูธขายอาหาร การแสดงดนตรี และการแสดงเปิดหมวก   “กระบะปลูกต้นไม้ที่นำมาตกแต่งพื้นที่ถูกออกแบบมาเป็นโมดูลขนาดต่าง ๆ ที่ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายและต่อกันเป็นจิ๊กซอว์ได้ หลังจบงาน Bangkok Design Week จึงสามารถนำไปใช้สร้างพื้นที่สีเขียวในสถานที่อื่นได้ด้วย นอกจากนี้เรายังมีป้ายให้ความรู้เรื่องต้นไม้กับคนที่มาเดินชมงาน เพื่อให้เขาเห็นความสำคัญของพื้นที่สีเขียวและนำไปต่อยอดหรือประยุกต์ใช้กับที่อยู่อาศัยของตัวเองได้”   บ้าน-ป่าที่อยู่สบายผ่อนคลายบนความเขียวขจี   “คอนเซปต์ที่เราคิดมาคือ Home-Forest หรือ บ้าน-ป่า ที่ทุกคนสามารถมาใช้พื้นที่ได้ตลอดระยะเวลาที่จัดงาน เราแบ่งพื้นที่สวนออกเป็นห้องต่าง ๆ ที่ตีความมาจากการใช้พื้นที่ภายในบ้าน และดึงคาแรกเตอร์ของพืชพรรณที่เหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอยในแต่ละห้อง เข้ามาโซนแรกจะเจอกับสวนหน้าบ้านที่น้องหมาน้องแมวเข้ามาวิ่งเล่นได้ มีพืชพรรณที่ตอบโจทย์กับสัตว์เลี้ยง เช่น ต้นไผ่เงินที่น้องแมวชอบ ถัดมาคือห้องรับแขกและห้องทำงานที่จะอยู่ตรงกลางลานหน้าอาคารไปรษณีย์กลาง จะมีมุมนั่งพักคอยใต้ร่มเงาต้นไม้ ตกแต่งด้วยดอกไม้สีสัน ดอกไม้กลิ่นหอมที่อยู่นอกแจกัน และไม้ฟอกอากาศที่เปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน   ส่วนมุมทำงานก็จะมีโต๊ะ เก้าอี้ จุดชาร์จไฟ สามารถมานั่งทำงานใต้ร่มไม้ได้ ห้องนี้จะปลูกไม้ฟอกอากาศ ปลูกไม้มงคล และมีไม้ดอกสีเหลืองซึ่งเป็นสีที่กระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้บรรยากาศน่าทำงานมากขึ้น ห้องนอนจะมีเนินหญ้าที่ทำหน้าที่เหมือนเตียงธรรมชาติ ที่ปลูกไม้ฟอกอากาศผสมกับดอกไม้สีโทนเย็นเช่นสีฟ้าให้ความรู้สึกผ่อนคลายนอนหลับสบาย ห้องรับประทานอาหารจะมีเก้าอี้ที่นั่งให้นั่งกินอาหาร เน้นตกแต่งด้วยต้นไม้ที่มีสีกระตุ้นความอยากอาหาร เช่น แดง เขียว เหลือง ส้ม และปลูกพืชสมุนไพรควบคู่ไปกับผักสวนครัวต่าง ๆ”   เคี้ยงอธิบายเพิ่มเติมว่าแต่ละห้องจะเป็นคอนเซปต์ของการเอาพื้นที่ภายในบ้านมา Co With พืชพรรณที่มีคุณสมบัติต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการใช้พื้นที่ ซึ่งทีมนักออกแบบอยากสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่มาเดินชมงานรู้สึกอยากกลับไปปลูกต้นไม้เหล่านี้ เพื่อสร้างสภาวะน่าสบายในพื้นที่บ้านของตนเอง   โจทย์สำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง   เมื่อชวนมองไปรอบ ๆ กรุงเทพฯ ว่าทุกวันนี้เรามีพื้นที่สีเขียวมากน้อยแค่ไหน เคี้ยงให้ความเห็นว่ากรุงเทพฯ ค่อนข้างมีสวนสาธารณะน้อย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับปริมาณห้างสรรพสินค้าที่กระจายตัวอยู่แทบทุกหัวมุมเมือง ทั้งที่จริง ๆ แล้วคนเมืองทุกช่วงวัยต่างมีความต้องการใช้งานพื้นที่สันทนาการกลางแจ้งเหล่านี้เป็นจำนวนมาก โจทย์การพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิต จึงไม่ควรมองแค่มิติของการปลูกต้นไม้เพิ่มเพียงอย่างเดียว แต่ต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดพื้นที่สาธารณะที่คนทุกระดับทุกชนชั้นสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างแท้จริง   นอกจากนี้โควิดที่อยู่กับเรามาตั้งแต่ปี 2019 จนเข้าสู่ปี 2022 ยังเป็นบทเรียนย้ำเตือนถึงความไม่แน่นอนของอนาคตที่นักออกแบบทุกสาขาวิชาชีพต้องเตรียมพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้า ภูมิสถาปนิกอย่างเคี้ยงเองก็เช่นกัน “เอาแบบที่เห็นชัด ๆ เลยคือการใช้งานพื้นที่สาธารณะ เมื่อก่อนเรานั่งชิดกันหรือนั่งรวมกันได้ แต่ตอนนี้ต้องมีระยะห่างเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เงื่อนไขพวกนี้ทำให้การออกแบบแลนด์สเคปเปลี่ยนไป เช่น ต้องมีไม้พุ่มคั่นกลางให้คนนั่งห่างกันเกินหนึ่งเมตร เพิ่มจุดออกกำลังกายคนเดียวเพื่อลดการรวมกลุ่ม มีจุดล้างมือภายในสวนสาธารณะเยอะขึ้น โดยเฉพาะในโซนที่ต้องมีการสัมผัส เช่น สนามเด็กเล่น สนามออกกำลังกาย บางสถานที่อาจจะต้องมีจุดวัดอุณหภูมิที่ทางเข้าออก หรือเพิ่มพื้นที่นั่งทำงานและประชุมกลางแจ้ง ซึ่งอากาศถ่ายเทได้ดีกว่าพื้นที่ปิดจึงลดโอกาสในการติดเชื้อได้”   ลานหน้าอาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง จะถูกเนรมิตให้เป็นป่ากลางเมืองในช่วงเทศกาล Bangkok Design Week วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2022 โดยมีกิจกรรมน่าสนใจมากมายให้เข้าร่วม ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. หากอยากสัมผัสความเขียวขจีแสนชุบชูใจอย่างเต็มอิ่ม ต้องลองมา Co With Garden แล้วจะรู้ว่าการอยู่ร่วมกับธรรมชาติคือยาวิเศษจริง ๆ     Bangkok Design Week Website : bangkokdesignweek.com Facebook : facebook.com/BangkokDesignWeek Instagram : @bangkokdesignweek   Kernel Design Website : https://kernellandscape.com Facebook : facebook.com/kernellandscape      

READY made : New normal of culture เตรียมพร้อมเพื่อปรับตัวสู่ชีวิตปกติใหม่ จากไอเดียนักศึกษาออกแบบหลากหลายมหาวิทยาลัย

ตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ทุกคนต่างต้องปรับตัวสู่การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ ขณะเดียวกันเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ก็ทำให้วัฒนธรรม ความเชื่อ และค่านิยมหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จนนำไปสู่คำถามว่าเอกลักษณ์ของย่านที่เคยรุ่งเรืองในอดีตจะถูกปรับเปลี่ยนและส่งต่ออย่างไรให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่    Academic Program โปรแกรมโชว์เคสผลงานออกแบบจากนักศึกษาในปีนี้จึงมาพร้อมโจทย์ที่ชื่อว่า READY made : New normal of culture  ซึ่ง หมี-พิบูลย์ อมรจิรพร สถาปนิกผู้ก่อตั้ง Plural Designs มีบทบาทเป็นคิวเรเตอร์ของ Academic Program 2022 จะมาบอกเล่าที่มาที่ไปของคอนเซปต์ รวมถึงความพิเศษและน่าสนใจที่เขาพบจากการทำงานร่วมกับทีมนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรงจาก 9 มหาวิทยาลัย   จุดเริ่มต้นของ Academic Program   “ปกติเทศกาล Bangkok Design Week เปิดโอกาสให้นักออกแบบส่งผลงานโชว์เคสเข้ามาร่วมจัดแสดงอยู่แล้ว ทุกปีจะมีการนำเสนอผลงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ทางมหาวิทยาลัยจะส่งงานที่นักศึกษาทำระหว่างปีเข้ามา เมื่อก่อนใช้ชื่อโปรแกรมนี้ว่าปล่อยแสง ทีนี้พอเอางานที่มีอยู่แล้วมาจัดแสดง มีตั้งแต่งานสถาปัตย์ อินทีเรียร์ เฟอร์นิเจอร์ โปรดักต์ กราฟิก เรื่องราวของชิ้นงานมักจะโฟกัสไปคนละทางและไม่สอดคล้องกับธีมหลักของเทศกาลฯ เราจึงพูดคุยกับทีมเทศกาลฯ ว่าควรตั้งโปรเจกต์พิเศษขึ้นมาเพื่อให้นักศึกษาแต่ละมหาวิทยาลัยทำงานบนโจทย์เดียวกัน เวลาเอามาจัดแสดงร่วมกันจะได้ดูเป็นกลุ่มเป็นก้อน มีความเชื่อมโยงกับธีมหลักของเทศกาลฯ มากขึ้น และส่งสารออกไปได้มีพลังมากกว่าการทำงานแยกส่วนกัน ความคิดนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Academic Program ที่ทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่สามแล้ว”   กระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน   “เราเริ่มจากการส่งโจทย์ให้แต่ละมหาวิทยาลัยดูว่าช่วงเวลาจัดงานประมาณนี้ ธีมเป็นแบบนี้ มีสถาบันไหนสนใจเข้าร่วมบ้าง ซึ่งกระบวนการทำงานก็ไม่ง่ายเพราะต้องทำชิ้นงานขึ้นมาใหม่ แล้วช่วงนี้แต่ละมหาวิทยาลัยเปิด-ปิดภาคเรียนไม่พร้อมกัน ต้องขอบคุณทุกมหาวิทยาลัยจริง ๆ ที่ตั้งใจส่งผลงานเข้ามามีส่วนร่วม ปีก่อนหน้านี้ภาควิชาที่เข้าร่วมส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์และการออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นหลัก แต่ปีนี้เพิ่มคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เข้ามา เพราะเรามองไปถึงพื้นที่สาธารณะหรืองานสถาปัตยกรรมสเกลเล็ก ๆ อย่างเช่น พื้นที่กักตัว Home Isolation ด้วย หลังจากแจกโจทย์ไปแล้วก็จะมีวันนัดประชุมรวมให้แต่ละมหาวิทยาลัยพรีเซนต์งาน หลังจากนั้นเราก็ช่วยดูภาพรวมของงานไปเรื่อย ๆ ตลอดทาง บางทีก็มีคอมเมนต์ให้เขาไปปรับหรือให้คำแนะนำในเชิงการติดตั้งบ้าง เพราะสเกลงานค่อนข้างแตกต่างจากสิ่งที่เขาเคยทำกันในวิชาเรียน”   “จากแนวทางการทำงานที่ผ่านมา บางทีงานของนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยจะมีความเฉพาะทางหรืออิงกับงานวิจัยมาก ๆ และลงลึกไปในแต่ละสาขาวิชา ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่คนทั่วไปอาจจะเข้าถึงได้ไม่ง่ายนัก พอมาทำงานที่จัดแสดงในเทศกาลฯ มีธีมของเทศกาลและโจทย์ที่เฉพาะเจาะจง ผลงานของนักศึกษาก็มีทิศทางการสื่อสารชัดเจนมากขึ้น มีรูปแบบที่เข้าใจง่ายมากขึ้น”   “โจทย์ของปีนี้คือ READY made : New normal of culture คำว่า READY made ความหมายแรกคือความพร้อมของพวกเราทุกคน ไม่ว่าเราจะพร้อมหรือไม่ ธรรมชาติไม่เคยมีแบบสอบถามส่งมาถึงเรา ทำให้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเราต้องปรับตัวให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ซึ่งการปรับตัวเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ บางทีต้องอาศัยการนำสิ่งของที่อยู่รอบตัวมาปรับใช้ในงานออกแบบ คล้าย ๆ กับแนวคิด READY made ในงานศิลปะ ความหมายที่สองจึงสื่อถึงการปรับเปลี่ยนบริบทรอบ ๆ ตัวของเราให้เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ Work from home หรือ Home isolation”     ปักหมุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในชุมชนเก่า   พื้นที่หลักในการจัดแสดง Academic Program 2022 อยู่ที่ชุมชนฮารูณและชุมชนตลาดน้อย ซึ่งต่างก็เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อยู่คู่กับถนนเจริญกรุงมานานกว่าร้อยปี การสะท้อนแนวคิด Co With Creation ที่พูดถึงการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ซึ่งเป็นธีมหลักของเทศกาลฯ โดยในปีนี้เน้นการทำงานร่วมกับชุมชน จึงเน้นไปที่การดึงเอาจุดเด่นของย่านมาเป็นส่วนหนึ่งของงาน  โดยมีทั้งงานสเกลใหญ่และสเกลเล็กกระจายอยู่ในพื้นที่   “ซึ่งปกติโปรเจกต์ของนักศึกษาส่วนใหญ่ก็มักเป็นงานเชิงทดลองที่มีความสดใหม่ของไอเดียอยู่แล้ว ปีนี้ที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับทีม Creative District จึงมีการจัดทริปพาลงพื้นที่เดินสำรวจย่านชุมชนตลาดน้อยและชุมชนฮารูณ แล้วมาเลือกกันว่าแต่ละมหาวิทยาลัยสนใจพื้นที่ไหน แต่ละย่านจะมีจุดเด่นและคาแรกเตอร์ของตัวเอง มีองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่แทรกซึมอยู่ในย่าน ชุมชนฮารูณเขาจะเป็นชุมชนมุสลิม ส่วนตลาดน้อยเป็นชุมชนจีน เราอยากให้นักศึกษาดึงองค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านี้มาเป็นส่วนประกอบในงานออกแบบเพื่อสะท้อนความเป็นย่านนั้นออกมา”   “ตอนนี้มี 1 โปรเจกต์อยู่ที่ชุมชนฮารูณ ส่วนอีก 8 โปรเจกต์อยู่ที่ตลาดน้อยเป็นหลัก ระหว่างกระบวนการทำงาน เราก็จะพูดคุยกับตัวแทนชุมชนในพื้นที่ ซึ่งงานที่ตลาดน้อยจะมีทั้งงานที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะของชุมชน เช่น ศาลเจ้าโรงเกือก ท่าน้ำภาณุรังษี นอกจากนี้ยังมีบางงานที่อยู่ในพื้นที่ส่วนตัว เช่น ร้านค้า คาเฟ่ เราก็จะคุยกับเจ้าของพื้นที่เป็นหลัก”   หากมีโอกาสได้มาเดินชม Academic Program สิ่งที่คุณจะได้พบคือผลงานของนักออกแบบรุ่นใหม่ที่สะท้อนถึงความพร้อมในการปรับตัวและเปลี่ยนแปลง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในย่านเก่าอย่างชุมชนฮารูณและชุมชนตลาดน้อยให้เติบโตไปพร้อมกับโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยความท้าทายใหม่ ๆ มากมาย นี่จึงเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ไม่ควรพลาดในงาน Bangkok Design Week วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2022   Academic Program Website : bangkokdesignweek.com Facebook : facebook.com/BangkokDesignWeek Instagram : @bangkokdesignweek   Plural Designs Website : pluraldesigns.net Facebook : facebook.com/pluraldesigns